ข่าว

'ถวิล'เข้าอวยพรปีใหม่'ชวน'

'ถวิล'เข้าอวยพรปีใหม่'ชวน'

30 ธ.ค. 2554

'ถวิล' เข้าอวยพรปีใหม่ 'ชวน' เผยความคืบหน้าร้องก.พ.ค.หลังถูกเด้งพ้นเลขาสมช. ชี้นายกฯชี้แจงเหตุย้ายต่อก.พ.ค.ฟังไม่ขึ้น

                      30 ธ.ค.54 นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เดินทางเข้าอวยพรปีใหม่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภากรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้นายถวิล กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามกรณีที่ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ( ก.พ.ค.) หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่งเลขาสมช.ว่า ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ก.พ.ค.เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาในวันที่ 15 ก.ย. ทาง ก.พ.ค.ได้ส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีแก้คำร้องเรียนของตน ซึ่งตามกฎหมายแล้วนายกฯมีเวลา 15 วัน ในการพิจารณาแก้คำร้อง แต่นายกฯได้ขอขยายเวลาออกไปอีก 30 วันรวมเป็น 45 วัน จากนั้นก็ขอขยายเวลาต่อไปอีก 30 วัน รวมเป็น 75 วันเนื่องจากติดภารกิจเรื่องน้ำท่วม

                      นายถวิล กล่าวต่อว่า กระบวนการชี้แจงข้อร้องเรียนของตนก็จบสิ้นไปแล้วเมื่อต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทาง ก.พ.ค.ได้แจ้งตนมาแล้วว่านายกฯได้ทำเรื่องชี้แจงแก้ข้อร้องเรียนของตนกลับมาแล้วเช่นเดียวกัน ดังนั้นหลังจากนี้คณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียนจะเปิดการไต่สวน ค้นหาความจริง และอยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องเรียน และคำชี้แจงแก้ประกอบกับข้อเท็จจริง ซึ่งตามกฎหมายทราบว่าการดำเนินการตามกระบวนการทั้งหมดควรอยู่ในภายในระยะเวลา 150 วัน หรือ 5 เดือน ถ้าไม่เสร็จสิ้นตนก็สามารถร้องต่อศาลปกครองกลางได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนกระบวนการที่ทำควบคู่กับทาง ก.พ.ค.ได้

                      นายถวิล ยังกล่าวถึงเนื้อหาในหนังสือแก้คำร้องของนายกฯ ที่ยื่นต่อ ก.พ.ค.พิจารณาว่า ตนได้อ่านแล้วเห็นว่าไม่สมเหตุสมผลที่จะอ้างว่าการโยกย้ายตนเพื่อให้มาช่วยงานด้านความมั่นคง หรือแม้แต่การระบุว่าคำพูดที่กดดันตนของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีนั้น ตนคิดว่า ฟังไม่ขึ้น เพราะข้อเท็จจริงตามคำร้องของตนนั้น ชัดเจนว่าเป็นการย้ายเพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ได้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. แต่เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้กล่าวถึง อย่างไรก็ตามระบบของ ก.พ.ค.เป็นระบบไต่สวนไม่ใช่ระบบกล่าวหา

                      ดังนั้น ตนเชื่อว่า ก.พ.ค.จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและให้ความเป็นธรรมกับตน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นแค่ใช้สามัญสำนึกก็ตัดสินได้ว่า อะไรคือข้อเท็จจริงและอะไรคือการแอบอ้าง ทั้งนี้ไม่คิดที่จะทำหนังสือโต้การแก้คำร้องของนายกรัฐมนตรี เพราะเกรงว่าอาจกลายเป็นช่องทางทำให้มีการประวิงเวลาด้วยการโต้แย้งกลับ อย่างไรก็ตามได้แสดงความจำนงต่อ ก.พ.ค.แล้วว่าตนพร้อมที่จะให้ข้อมูลด้วยวาจาเพิ่มเติมว่าอะไรที่ไม่ตรงกับความจริงในเนื้อหาที่นายกรัฐมนตรีแก้คำร้องส่งให้ ก.พ.ค.พิจารณา  ดูเชิงก่อนฟ้องศาลปกครอง มั่นใจ ก.พ.ค.ยังพึ่งได้ คุยนามสกุล “เปลี่ยนศรี” ไม่ขอสยบให้การเมือง

                      ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดที่จะใช้ช่องทางศาลปกครองหรือไม่ หากขั้นตอนกระบวนการไม่เป็นไปตามเวลาที่กฎหมายกำหนด นายถวิล กล่าวว่า ตนยังให้คำตอบไม่ได้เพราะยังเชื่อมั่นในขั้นตอนของ ก.พ.ค. 

                      เมื่อถามว่า การที่ผู้ถูกร้องเป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของประเทศในเวลานี้ จะส่งผลกดดันต่อการพิจารณาของ ก.พ.ค. ซึ่งเป็นข้าราชการประจำหรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า “ไม่มีเพราะผมเชื่อมั่นในความยุติธรรม เชื่อมั่นระบบคุณธรรม ซึ่งถ้าระบบข้าราชการของเราไม่มีระบบคุณธรรม นามสกุลผมคือ เปลี่ยนศรีน่ะ ไม่ใช่เปลี่ยนสี ซึ่งหลายคนเอาไปล้อว่าเปลี่ยนสีโน้น เปลี่ยนสีนี้ มันไม่ใช่ แต่เป็น “เปลี่ยนศรี” ซึ่งหมายถึง ศักดิ์ศรี ดังนั้นจึงไม่เคยเปลี่ยนแปลง และผมเองเชื่อในระบบคุณธรรมในระบบราชการ ถ้าระบบคุณธรรมไม่มีในระบบราชการแล้วจะเอาอะไรในราชการ เงินเดือนก็น้อย ดังนั้นจึงเชื่อในระบบคุณธรรมว่าจะให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการได้ และนามสกุลนี้ก็ไม่ได้ใญ่โต แต่ระบบราชการดั้งเดิมใน สมช.ผู้หลักผู้ใหญ่ในสมช.ต่างเชื่อมั่นในระบบคุณธรรม ผมถึงเติบโตมาได้จนถึงขณะนี้ ฉะนั้นผมเองก็ต้องเชื่อต่อไปในคุณความดีตรงนี้ และยังเชื่อในกฏหแห่งกรรมว่า ทำกรรมดี ต้องได้รับ กรรมดีตอบ”

                      นายถวิล ยังกล่าวถึงการทำงานของสมช.หลังจากที่ตนถูกย้ายออกจากหน่วยงานดังกล่าวว่า ตนยังมั่นใจในข้าราชการที่ถูกฝึกปรือมาเพื่องานด้านความมั่นคงแม้หัวจะเปลี่ยนตัวเลขาสมช. แต่ตนอยากให้คำนึงถึงการให้ความสำคัญกับคนที่ทำงานในสมช.ที่ไม่ควรเอาคนนอกเข้ามา เพราะเป็นการทำลายขวัญกำลังใจ ควรให้เหล่านี้เติบโตตามสายงานวิชาชีพของตัวเอง ทั้งนี้หลังจากที่ถูกย้ายให้มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงนั้น ต้องบอกว่าบ้านเมืองไม่ได้ประโยชน์จากการอยู่ในตำแหน่งนี้ของตน

                       “4-5เดือนที่ผ่านมาผมอึดอัดเพราะไม่มีงานให้ทำ นายกฯบอกว่าให้พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลงานด้านความมั่นคงมอบหมายงานให้ผมทำ แต่ท่านก็มีงานมากจึงไม่ได้มีการมอบหมายอะไรให้ผมทำ บ้านเมืองก็เลยไม่ได้ประโยชน์อะไรในการใช้ศักยภาพของผม เพื่อทำงานรับใช้ประเทศ ผมคิดว่าความจริงถ้าผมทำผิดไล่ผมออกเสียยังดีกว่า เพราะมันไม่ต้องเปลืองภาษีอากรของประชาชน ตำแหน่งที่ปรึกษาเหล่านี้มีไว้ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่เป็นประโยชน์กับฝ่ายการเมืองในการโยกย้ายข้าราชการระดับ 11 จะได้มีกรุเอาไว้รองรับ ผมอึดอัดมหาศาลเลย เงินเดือนผมรวมๆ แล้วเป็นแสนนะ แล้วผมไม่ได้ทำงานมันก็เท่ากับโกง แต่ที่วันนี้ผมยังทนอยู่ในระบบราชการไม่ลาออก เพราะผมไม่ยอมแพ้ต้องสู้ต่อและหวังว่าความเป็นธรรมจะหาเจอภายในชาตินี้ ไม่ต้องไปหาในชาติหน้า” นายถวิล กล่าว

 

 “ถวิล” ชี้แนวทางแก้ไฟใต้ต้องคงเดิม แม้รัฐบาลเปลี่ยน

                      นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลเพื่อไทยว่า ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงไปจากแนวทางที่มีการดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพราะแนวคิดที่จะแก้ปัญหาตกผลึกแล้ว เหลืออยู่แค่การปฏิบัติซึ่งรัฐบาลประชาธิปัตย์มีวิธีแบบหนึ่ง รัฐบาลชุดนี้ก็อาจมีวิธีอีกแบบหนึ่ง แต่นโยบายหลักเปลี่ยนไม่ได้ ทั้งนี้ปัญหาภาคใต้มีความสำคัญ ต้องแก้ไขอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งรัฐบาลเข้ามาก็เจอกับปัญหาน้ำท่วมไปแล้วสามเดือนคงต้องให้เวลารัฐบาลไปก่อน แต่ตนเชื่อว่าในระดับเจ้าหน้าที่ก็เอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา เช่น แม่ทัพภาค 4 เลขา ศอ.บต. รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และฝ่ายปกครองก็ทำงานเต็มที่