ข่าว

วันแรกอุบัติเหตุพุ่ง427ครั้งดับ34เจ็บอื้อ

วันแรกอุบัติเหตุพุ่ง427ครั้งดับ34เจ็บอื้อ

30 ธ.ค. 2554

ศปถ. เทศกาลปีใหม่วันแรกตาย 34 คน บาดเจ็บ 501 ราย สั่งเข้มเมาแล้วขับ-ไม่สวมหมวกนิรภัย-ขับรถเร็ว เฝ้าระวังจุดเสี่ยงบนถนนสายหลัก 24 ชม.

                         30 ธ.ค.54 ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนวันแรกของการรณรงค์ (วันที่ 29 ธ.ค.54) ได้เกิดอุบัติเหตุทางถนนรวม 427 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 34 ราย บาดเจ็บ 501 ราย สาเหตุหลักเกิดจากเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว เกินกำหนด พร้อมสั่งการจังหวัด เข้มงวดจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย ใน 3 พฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัยและขับรถเร็ว พร้อมกวดขันรถโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และรถกระบะที่ดัดแปลงที่นั่งให้สามารถบรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุรายใหญ่

                         นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานแถลงข่าว สถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 ประจำวันที่ 30 ธ.ค.54 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนในวันแรกของการรณรงค์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 (วันที่ 29 ธ.ค.2554) พบว่า เกิดอุบัติเหตุ รวม 427 ครั้ง มากกว่าปี 2554 (393 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 34 ครั้ง ร้อยละ 8.65 ผู้เสียชีวิต 34 คน มากกว่าปี 2554 (10 ราย) ร้อยละ 41.67 ผู้บาดเจ็บ 501 คน มากกว่าปี 2554 (425 คน) เพิ่มขึ้น 76 คน ร้อยละ 17.88

                         สำหรับการเตรียมรับมือการเดินทางออกจากต่างจังหวัดของประชาชน ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงาน คาดว่าประชาชนจะเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงบ่าย ส่งผลให้ถนนสายหลักทุกสายมีปริมาณรถหนาแน่น โดยเฉพาะบนถนนทางหลวงแผ่นดินที่มุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ ศปถ. ได้กำชับให้จังหวัดที่เป็นเส้นทางผ่านไปยังภูมิภาคต่างๆ เตรียมช่องทางพิเศษ เพื่อเร่งระบายรถ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษตามจุดเสี่ยงและจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมทั้งเข้มงวดจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย ใน 3 พฤติกรรมเสี่ยง ได้แก่ เมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัยและขับรถเร็ว โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ตลอดจนกวดขันรถโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และรถกระบะ ที่ดัดแปลงที่นั่งให้สามารถบรรทุกผู้โดยสารจำนวนมาก เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุรายใหญ่

                         ด้านนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า ในระยะนี้ภาคเหนือและภาคตะในออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิลดต่ำลงทำให้มีหมอกหนา ในตอนเช้า ส่งผลให้ทัศน์วิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ จึงขอฝากเตือนให้ ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากขับผ่านบริเวณที่หมอกลงจัดให้เปิดไฟตัดหมอกหรือหยุดรถในบริเวณที่ปลอดภัย สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ได้อยู่ระหว่างฤดูมรสุม ทำให้มีฝนตกในพื้นที่เป็นส่วนมาก อาจทำให้ถนนลื่นและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขอฝากเตือนประชาชนที่จะเดินทางไกล ควรตรวจสอบรถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ศึกษาเส้นทางและเตรียมความพร้อมของร่างกายโดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง ขณะขับขี่ให้ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขับขี่หรือโดยสารยานพาหนะ ไม่ขับรถเร็ว และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากมีอาการอ่อนล้าหรือง่วงนอน ควรหยุดพักรถตามจุดบริการ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการง่วงแล้วขับ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวะศึกษา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย 18 เขต จัดตั้งจุดบริการประชาชนบนเส้นทางสายหลักทั่วประเทศ ให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์และความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555


ส่งท้ายปีเก่าเลยตายแล้ว 1 สาหัส 1

                         ร.ต.อ.ยุทธพล ไชยอุตม์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ท่าลี่ จ.เลย ได้รับแจ้งว่ามีรถตกเขามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งจึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้น พ.ต.อ.กิตติ แดงสมบูรณ์ ผกก. พ.ต.ท.ธำรงชัย ไล้ทองดี รอง ผกก.ป. พร้อมด้วยแพทย์จาก ร.พ.ท่าลี่ และอาสาสมัครมูลนิธิสว่างคีรีธรรมจังหวัดเลย  และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อสอบสวนชันสูตรพลิกศพ

                         ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุก 10 ล้อ ยี่ห้อมิตชูบิชิ หมายเลขทะเบียน 81-3349 เลย และรถแบ็คโฮที่บรรทุกมา สภาพพังยับเยินอยู่กลางทุ่งนาใกล้กับหมู่บ้านวังขาม  ต.ท่าลี่  ในที่เกิดเหตุพบศพ นายสาคร ปัญญา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 5 บ้านหาดแฮ่  อ.เชียงคาน จ.เลย  และผู้บาดเจ็บสาหัสคือนายคำภู ขาวเลิศ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 1 ต.ทรัพย์ไพรวัลย์ อ.เอราวัณ จ.เลย อาสาสมัครฯนำส่ง ร.พ.ท่าลี่ จ.เลย 

                         จากการสอบสวนทราบว่า รถบรรทุก 10 ล้อได้บรรทุกรถแบ็คโฮมาจากทางอำเภอภูเรือ เพื่อเข้าอำเภอท่าลี่ โดยเส้นทางที่ผ่านเป็นถนนโค้งลงเขาตลอดระยะทางประมาณ 5 ก.ม.ขณะที่ใกล้จะถึงบ้านวังขาม และเป็นทางโค้ง คนขับไม่สามารถบังคับรถได้ จึงแหกโค้งพุ่งลงทุ่งนาข้างถนนพลิกคว่ำ และรถแบ็คโฮไหลลงไปทับที่นั่งคนขับจนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว


ต่างชาติแหกโค้งชนเกาะกลางดับ เป็นศพที่ 2 รับ 7 วันอันตรายภูเก็ต

                         ผู้สื่อข่าวรายงานสรุปการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปี 2555 จ.ภูเก็ต ในระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2554 - วันที่ 4 มกราคม 2555 โดยในวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของช่วง 7 วันอันตราย ปรากฏว่ามีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ 13 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดจากรถจักรยายนต์ยนต์ มีผู้บาดเจ็บ จำนวน 15 คน มีผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นคนไทย ทราบชื่อ คือนายอดิเรก ทองดี อายุ 30 ปี เหตุเกิดบริเวณสี่แยกโลตัส ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (บายพาส) เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2554 และมาเสียชีวิตวันที่ 30 ธันวาคม 2554

                         ส่วนผลการดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ประกอบด้วย หมวกนิรภัย เรียกตรวจ 660 ราย ดำเนินคดี 166ราย ,มอเตอร์ไซด์ไม่ปลอดภัย เรียกตรวจ 1,094 ราย ดำเนินคดี 2 ราย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เรียกตรวจ 1,655 ราย ดำเนินคดี 33 ราย, เมาแล้วขับ เรียกตรวจ 2,505 ราย ดำเนินคดี 1 ราย, ใบขับขี่ เรียกตรวจ 3,968 ราย ดำเนินคดี 317 ราย ฝ่าฝืนไฟจราจร 1 ราย ดำเนินคดี 1 ราย, ใช้มือถือขณะขับรถ 115 ราย ดำเนินคดี 1 ราย ส่วนของความเร็วเกินกำหนด ขับรถย้อนศรและแซงที่คับขัน ยังไม่มีการเรียกตรวจและดำเนินดี

                         อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.20 น.ของวันที่ 30 ธ.ค.ได้เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์แหกโค้งควนงิมซ้านชนเกาะกลางถนนวิชิตสงคราม ต.กะทู้ อ.กะทู้ มีผู้เสียชีวิตคาที่ โดยที่เกิดเหตุอยู่บนถนนขาออกนอกเมืองภูเก็ตห่างจากโค้งดังกล่าวเล็กน้อย พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสคูปปี้รุ่นทีมแมนยูไนเต็ดฯสีแดง-ขาว ทะเบียนป้ายแดง 29-671 ล้มคว่ำอยู่กลางถนนสภาพพังยับ ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร พบศพชายชาวต่างชาตินอนคว่ำหน้าจมกองเลือด อายุระหว่าง 35-40 ปี สูงราว 165-170 ซม.ไว้ผมสั้นสีทอง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ-น้ำเงิน ที่คอมีสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง 1 เส้น สภาพศพซี่โครงและคอหัก ทราบชื่อ ภายหลัง คือ นาย Gilman Pawel Jack อายุ 37 ปี เป็นชาวโปแลนด์ นับเป็นศพที่ 2 ในช่วง 7 วันอันตรายของ จ.ภูเก็ต

 

ปภ.ระนอง สรุป 7 วันอันตรายวันแรกเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง บาดเจ็บ 3

                         นายชาสันต์ คงเรือง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่าทาง ปภ.ระนองโดย ศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดระนอง สรุปอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตในช่วง 7 วันอันตรายวันแรกวันที่ 29 ธ.ค. 2554 ว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวม 3 ครั้ง เป็นอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บรวม 3 ราย เพศชาย โดยพฤติกรรมเสี่ยงเกิดจากเมาสุราแล้วขับขี่ 

                          สำหรับจังหวัดระนองได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดระนอง ปี พ.ศ. 2555 บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดระนอง ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตามมาตราการ 3ม 2 ข 1ร ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2554 ถึง วันที่ 4 ม.ค. 2555 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 7 วัน โดยมีเป้าหมายการดำเนินการให้ลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ให้เหลือน้อยที่สุดหรือให้ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในเทศกาลปีใหม่ 2555 โดยช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555 ไม่ควรเกิดจำนวนอุบัติเหตุเกิน 17 ครั้ง ผู้บาดเจ็บไม่เกิน 18 คน และต้องไม่มีผู้เสียชีวิตตามนโยบายร่วมกันลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident)

                         อีกทั้ง อุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ สถิติคนไทยเสียชีวิตบนท้องถนนประมาณวันละ 30 คน แต่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีคนไทยสังเวยชีวิตบนท้องถนนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากการตรวจสอบสถิติอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย พบว่าเมื่อปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิต 358 คน การเสียชีวิตเกิดขึ้นในช่วงวันฉลองมากกว่าวันเดินทางไป-กลับ สาเหตุคือดื่มแฮลกอฮอล์และไม่สวมหมวกนิรภัย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนถนนสายรอง จากปัญหาดังกล่าวทางจังหวัดระนองจึงได้ปรับบทบาทของจุดบริการ เป็นจุดสกัดแทน เพื่อลดจำนวนผู้ที่เมาแล้วขับ พร้อมกำชับ จนท.ตำรวจให้เข้มงวดกวดขันในการใช้กฏหมาย โดยการร่วมมือกับท้องถิ่นเพื่อตั้งด่านตรวจ จับกุมผู้ที่เมาแล้วขับ