
ดร.ชาวอเมริกันรับอุปถัมภ์เด็กศีรษะโต
ดร.ชาวอเมริกัน วัย 70 ปี อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ รุดช่วย 'น้องกาน' เด็กหัวโต นำส่งรักษารพ.เอกชนชื่อดังเมืองพัทยา พร้อมอุปถัมภ์ด้านการรักษาทุกบาททุกสตางค์ ขณะที่คนไทยเมินให้การช่วยเหลือ
30 ธ.ค.54 ดร.ฮาเวิร์ด เลสนิค (Mr.Haward Lesnick) อายุ 70 ปี อาจารย์สอนภาษาอังกฤษ วิทยาลัยราชมงคลกรุงเทพฯ พร้อมคณะลูกศิษย์ ได้เดินทางเข้าพบกับ นายปราโมทย์ อ่วมประเสริฐ อายุ 43 ปี คนขับรถให้กับรองนายกเทศมนตรี ตำบลเขตอุดมศักดิ์ และนางอัมพร อ่วมประเสริฐ อายุ 44 ปี พ่อและแม่ของ ด.ช.นพกร อ่วมประเสริฐ หรือน้องกาน วัย 2 ขวบ 7 เดือน ที่มีความผิดปกทางร่างกาย ป่วยโรคสมองบวม มีศีรษะขนาดใหญ่วงรอบวัดได้ 92 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 25 กิโลกรัม ภายในห้องเช่า หมายเลข 12 เลขที่ 82/95 ซ.สัตหีบสุขุมวิท 69 (เทพบูรพา) ม.5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมรับตัวน้องกานไปทำการรักษายังโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา
ในการนี้ นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรี ตำบลเขตรอุดมศักดิ์ ได้ให้การอนุเคราะห์รถพยาบาล ในการรับ-ส่ง น้องกานเข้ารักษาตัวยังโรงพยาบาลจนกว่าจะหายดี โดยมีเพื่อนบ้าน และประชาชนที่ทราบข่าว เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี และร่วมส่งตัวน้องกานไปจนถึงมือแพทย์ อีกด้วย
ดร.ฮาเวิร์ด เลสนิค เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ และทางเว็บไซต์สื่อต่าง ๆ จึงรู้สึกสงสารตัวเด็ก และครอบครัวที่มีฐานะยากจน แต่ไม่เข้าใจว่าหลังน้องกาน ได้เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลของรัฐ หมอถึงได้บอกให้ทางครอบครัวทำใจ และยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่มีการรักษา หรือฝ่าตัดแต่อย่างใด ซึ่งการติดต่อกับทางพ่อและแม่ของน้องการ เพื่อขอรับตัวไปทำการตรวจถึงสภาพอาการ ก่อนจะมีการรักษานั้น เพราะอยากช่วยให้น้องการมีสภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยจะยอมออกค่ารักษาทุกบาททุกสตางค์ โดยจะไม่ให้ครอบครัวของน้องกานต้องเดือดร้อน
ด้าน นายปราโมทย์ และนางอัมพร พ่อและน้องกาน ได้กล่าวขอบคุณอย่างสุดซึ้ง พร้อมกล่าวว่า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร ทีมแพทย์จะรักษาได้หรือไม่ ก็พร้อมที่จะรับสภาพกับสิ่งที่เกิดขึ้น และจะเลี้ยงดูน้องกานไปจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณผู้ใจบุญที่ร่วมกันบริจาคเงินให้การช่วยเหลือแก่ครอบครัว และคอยเป็นกำลังใจให้ตลอดมา โดยสัญญาจะนำเงินทุกบาท ที่ทุกคนร่วมบริจาคมา จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยื่นมือเข้าช่วยเหลือของ ดอกเตอร์ ชาวอเมริกันรายนี้ อาจสะท้อนได้ว่า เพื่อนมนุษย์คนไทยด้วยกัน กำลังคิดอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น หรือกำลังเมินเฉยกับการช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่ง ที่พิการแต่กำเนินไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และต้องใช้ชีวิตอยู่บนที่นอนเล็ก ๆ ในห้องเช่าแคบ ๆ ไปจนลมหายใจสุดท้าย ซึ่งทางผู้สื่อข่าว ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างมาก ที่ให้ความสำคัญในการชุบชีวิตใหม่ให้กับเด็กพิการรายนี้ ไม่ว่าผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม



