
ผู้เชี่ยวชาญแนะ7ปณิธานปีใหม่
ผู้เชี่ยวชาญแนะ 7 ปณิธานปีใหม่
ปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและเป็นโอกาสที่เราจะตั้งใจทำสิ่งใหม่ๆ สร้างความสุขให้แก่ตนเองและครอบครัว หลากหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ทำในปีที่ผ่านมา เรามักจะนำกลับมาเป็นข้อตั้งใจปฏิบัติในสิ่งที่อยากทำ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า ปณิธานปีใหม่ (New Year’s Resolutions) เพื่อเป็นสัญญาใจให้เราเริ่มต้นปีอย่างรื่นรมย์ เอส-26 พีอี โกลด์ จึงชวนผู้เชี่ยวชาญเรื่องเด็กมาแนะนำพ่อแม่ที่จะตั้งปณิธานดีๆ รับปีใหม่นี้กัน
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมเด็ก จึงแนะนำว่า ปัญหาหนักอกหนักใจของพ่อแม่ที่พบได้ในเด็กทั่วไปและพบบ่อยในเด็กอายุ 1-3 ขวบนั้นคือ พฤติกรรม “กินยาก ช่างเลือก” เนื่องจากเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป เริ่มรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็งขึ้นและสนใจต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้น ประกอบกับช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยที่เด็กมักจะสนใจกับการทำกิจกรรมใหม่ๆ จึงมักพบปัญหาการกินยาก
"การสังเกตพฤติกรรมกินยาก ช่างเลือกของลูกน้อย ทำได้ไม่ยากเลย วันนี้คุณหมอมีรายการที่ให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจดูว่าลูกๆ มีพฤติกรรมเหล่านี้หรือเปล่า โดยการสังเกต 7 พฤติกรรมต่อไปนี้ 1.กินช้า ใช้เวลาการกินต่อมื้อนานเกินครึ่งชั่วโมง 2.กินซ้ำ กินแต่อาหารเดิมๆซ้ำๆ 3.กินแต่ขนม ปฏิเสธที่จะกินอาหารมื้อหลัก 4.กินน้อย กินได้นิดๆ หน่อยๆ ก็บ่นว่าอิ่ม 5.เลือกกิน ลูกเลือกกินแต่อาหารบางชนิดที่ตัวเองชอบ มักไม่ชอบกินผักและผลไม้ 6. อมข้าว ลูกน้อยชอบอมไม่ยอมเคี้ยวข้าว 7.ชอบเขี่ย เขี่ยอาหารในจานเล่น ไม่ชอบกินแต่ชอบเขี่ยเล่นมากกว่า พ่อแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจหากลูกมี 1 ใน 7 พฤติกรรมข้างต้น และควรต้องเพิ่มความใส่ใจในท่าทีเหล่านี้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรให้การดูแลเรื่องโภชนาการของลูกให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาภาวะโภชนาการไม่สมดุลซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตในเด็กตามมา” แพทย์หญิงอัมพร กล่าว
พร้อมกันนี้คุณหมอยังแนะนำว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องเริ่มต้นที่พ่อแม่ควรฝึกพฤติกรรมการกินของลูกให้ถูกต้องและตั้ง 7 ปณิธานปีใหม่ที่ทำได้ง่ายๆ นั่นก็คือ 1. รับประทานอาหารพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก ลองให้เด็กๆ นั่งรับประทานอาหารพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะเด็กๆ มักจะเลียนแบบผู้ใหญ่ และอาจรู้สึกกระตุ้นให้อยากกินไปในตัว 2. ไม่เปิดทีวีระหว่างรับประทานอาหาร จำไว้เสมอว่า เวลารับประทานอาหารไม่เหมาะจะเป็นเวลาเดียวกับการดูทีวี เพราะการรับประทานอาหารหน้าทีวีเป็นประจำจะหันเหความสนใจต่อการรับประทาน และทำให้เด็กที่มีนิสัยช่างเลือกอาหารอยู่แล้ว รับประทานได้น้อยลง
3. ให้เวลารับประทานอาหารประมาณ 30 นาที ถ้าลูกยังไม่รับประทานอาหารเมื่อหมดเวลาแล้ว ควรให้เก็บอาหารไปจากโต๊ะ เพื่อเป็นการฝึกนิสัยตั้งแต่เด็กๆ 4. ตักอาหารให้พอดีไม่มากเกินไป เทคนิคนี้ช่วยให้อาหารดูน่ารับประทาน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กอยากอาหาร 5. ระหว่างรับประทานอาหารให้พูดเรื่องดีๆ มีความสุข สร้างบรรยากาศสนุกสนานน่าสนใจแล้วชวนให้เด็กรับประทาน มีการชื่นชมเด็กตามสมควรเมื่อสามารถรับประทานอาหารได้ดีขึ้น
6. อย่าบังคับให้ลูกรับประทานอาหาร การดุและบังคับจะทำให้เกิดบรรยากาศกดดัน ที่ถูกต้องพ่อแม่อาจลองใช้จิตวิทยาให้เด็กๆ รู้สึกดีกับการกิน เช่น ถ้าเด็กไม่ชอบกินเนื้อ ผัก หรือผลไม้ เราก็อาจลองดัดแปลงอาหารเป็นรูปแบบต่างๆ ให้น่าสนใจขึ้น ด้วยการประดิษฐ์ให้มีสีสัน หรือเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาเป็นแบบที่เด็กชอบ เช่น หน้าการ์ตูนตัวโปรด เป็นต้น และสุดท้าย 7.งดเว้นการรับประทานอาหารขบเคี้ยวระหว่างมื้อเช่น ขนม ของจุบจิบ เป็นต้น มิฉะนั้น เด็กจะรู้สึกอิ่มและไม่อยากรับประทานในมื้อหลัก ทั้งนี้ การกำหนดเวลามื้ออาหารและมื้อของว่างที่แน่นอน จะช่วยให้เด็กรับประทานอาหารได้ในเวลาหิวเช่นกัน
"ข้อควรระวังที่สำคัญคือคุณพ่อคุณแม่อย่าสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับลูก เพื่อให้เกิดการยอมรับหรือทำตามที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการโกหกเด็ก การดุว่าหรือลงโทษอย่างไม่สมเหตุสมผลระหว่างเวลารับประทานอาหาร หรือการบังคับให้เด็กรับประทานอาหารที่พ่อแม่ต้องการ" แพทย์หญิงอัมพร กล่าวปิดท้าย



