
'ขวัญชัย'ให้ทนายยื่นอุทธรณ์ใน30วัน
ขวัญชัย'ส่งทนายยื่นอุทรณ์ใน 30 วัน หลังศาลตัดสินให้จำคุก 2 ปี 8 เดือน ปรับอีก 3.5 แสนบาท ระบุ เรื่องที่ศาลตัดสินจำคุก ไม่ได้โทรฯบอก 'ทักษิณ' เพราะไม่อยากรบกวน
29 ธ.ค.54 หลังจากที่ศาล จ.อุดรธานี มีคำพิพากษาคดี “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับอันตราย สาหัส ร่วมกันทำลายทรัพย์สิน” ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอุดรธานี ฟ้องร้อง นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ขวัญชัย ไพรพนา นักจัดรายการวิทยุชื่อดังและเป็นแกนนำกลุ่มรักอุดรฯ เป็นจำเลยที่ 1 และศาลได้อ่านคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย 4 ปี ไม่รอลงอาญา แต่ทั้งนี้จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อศาล จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 8 เดือน ปรับ 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งภายหลังอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ นายขวัญชัย ได้ใช้หลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน ราคาประเมิน 3 แสนบาท ประกันตัวออกไป
นายขวัญชัย เปิดเผย ที่สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 เมกกะเฮิร์ต บ้านหนองลีหู อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่า หลังจากที่ตนถูกศาลตัดสินในคดีฯ แล้ว ตนคงจะให้ทางที่ปรึกษาและทนายความ ดำเนินการยื่นขออุทธรณ์ต่อ เพราะช่วงนี้ตนจะต้องไปมุ่งมั่นในเรื่องการจัดพิธีอุปสมบทพระราชทาน คนเสื้อแดง 999 คน บวช 9 วัน รวมถึงตนด้วย ในช่วงนี้ โดยทางทีมทนายจะต้องไปคัดลอกคำพิพากษาหลังจากปีใหม่ผ่านไป ซึ่งทางศาลบอกว่าสามารถดำเนินการยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน ที่เราจะมีเวลาเตรียมหลักฐาน เอกสารต่าง ๆ ตั้งแต่วันเกิดเหตุที่ 24 กรกฎาคม 2551 และขอความร่วมมือจากพนักงานสอบสวนของ สภ.เมืองอุดรธานี
“การฟ้องร้องครั้งนี้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้นำสำนวนผ่านพนักงานสอบสวน โดยให้สภาทนายความฯ ร่างคำฟ้องเอง เราคงต้องเอาพยานจากพนักงานสอบสวนที่เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ มาประกอบ เพราะเราไม่มีสิ่งใดมานำเสนอเลย โดยปล่อยปะละเลย เนื่องจากมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และอีกอย่างผมถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำนานกว่า 9 เดือน จึงไม่มีโอกาสได้เตรียมการอะไร”นายขวัญชัย กล่าว
นายขวัญชัย กล่าวต่อว่า ตนก็รู้สึกท้อเหมือนกัน แต่ด้วยความเป็นนักสู้ ที่ต่อสู้มาถึงขนาดนี้แล้ว หากจะถอยก็ไม่ใช่ตน ในเมื่อพี่น้องประชาชน สมาชิกชมรมคนรักอุดร มีเป็นจำนวนมาก เขารักและมั่นใจในตัวเรา เมื่อมาเจอเหตุการณ์อย่างนี้ แล้วจะมาย่อท้อไม่ได้ เพื่อนของตนที่เป็นตำรวจ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ก็ถูกออกจากราชการในคดีนี้ แต่ก็ได้กลับเข้ารับราชการ คืนความเป็นธรรมให้กับเขา เพราะไม่ยุติธรรม ซึ่งตนก็ผ่านกระบวนการเดียวกัน ถ้าไม่เอาตนติดคุกมันก็จะผิดปกติไป ซึ่งเรื่องนี้ตนทำใจได้ โดยเรื่องที่ถูกศาลจำคุก ตนไม่ได้บอกอดีตนายกฯทักษิณ ทุกเรื่องที่ผ่านมาของตน ไม่เคยคิดจะบอกท่านเลย ไม่เคยที่จะนำเรื่องความทุกข์ร้อนของตน ไปให้ท่านทราบ การต่อสู้ของตน ไม่ว่าจะเป็นทนาย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่เคยรบกวนอดีตนายกฯทักษิณฯ สู้ด้วยพลังของตัวเองทั้งหมด



