ข่าว

'ยงยุทธ'ให้กำลังใจทีมงาน'มท.'

'ยงยุทธ'ให้กำลังใจทีมงาน'มท.'

29 ธ.ค. 2554

'ยงยุทธ' ชมเหล่าลูกสิงห์ 'ความรู้-ความสามารถ'ดี ให้กำลังใจแต่งตั้งโยกย้ายอย่ายึดติดทุกอย่างล้วนอนิจจัง ยกบิ๊กขรก. 'สุกิจ-วงศ์ศักดิ์-พระนาย' เป็นตัวอย่าง ด้าน 'พระนาย' รับลูก เตรียมประเมินตั้งนอภ.รอบใหม่

             29 ธ.ค.54 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในการประชุมกระทรวงมหาดไทยร่วมกับผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ภายหลังจากผู้บริหารระดับสูงข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ได้เข้าอวยพรและรับพร เทศกาลปีใหม่เป็นที่เรียบร้อยว่า การทำงานของกระทรวงมหาดไทย ถือว่า ทีมงานของกระทรวงมหาดไทยเป็นทีมงานที่ดี ไม่ว่า ฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำ ปลัด อธิบดี ผู้ตรวจ ผู้ว่ารัฐวิสาหกิจและ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นทีมงานที่มีความเข็มแข็ง ทำให้สามารถต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ได้ ซึ่งไม่มีทีมใดเลยที่ไม่ทำงาน แม้ที่ผ่านมาสื่อมวลชน จะบอกว่า โชว์ที่ตนแสดงเป็นโชว์ห่วย ดีแต่แต่งตัว แต่ทำงานไม่ได้เรื่อง แต่ประชาชนตัวเอง รู้ดีกำลังทำอะไรอยู่ ต้องยอมรับว่า เป็นคนชอบแต่งตัวมาตั้งแต่อายุ 15 ปี แต่มีโอกาสได้รับรางวัลตอนอายุ 70 ปี เท่ากับสิ่งที่ตนทำมา 60 ปีจึงเห็นผล เช่นเดียวกับที่รับราชการมานาน แต่ทำงานด้านการเมืองได้ 6 เดือน ดังนั้นคงต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะเห็นผลได้

             “เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เป็นบทพิสูจน์ประสิทธิภาพของกระทรวงมหาดไทย พวกเรา มีความรู้ความสามารถเห็นได้ชัด พวกเราไม่ได้บ้า เราประสาทแข็ง ถ้าประสาทอ่อน ก็คงบ้าไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ที่ต้องเกิดสภาวะตึงเครียด แต่ทุกคนก็ผ่านมาได้” รมว.มหาดไทย ระบุ

             นายยงยุทธ กล่าวต่อว่า เรื่องการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เราเป็นราชสีห์ ตนมีความเข้าใจเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก มีพ่อรับราชการในตำแหน่งนายอำเภอ จนกระทั่งได้เรียนจบปริญญาตรี พ่อก็ยังคงเป็นนายอำเภอ ทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งนายอำเภอ พ่อมักจะลุ้นรายชื่อเสมอ แต่ก็ไม่เคยมีชื่อพ่อ ทำให้พ่อต้องนั่งเหม่อลอย ดังนั้นเรื่องนี้จึงอยู่ในใจ ในสายเลือดของตนที่จะต้องทำให้เกิดความเป็นธรรม เพื่อไม่ให้เกิดความเจ็บปวดกับการทำงานอย่างจริงจัง แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนเรื่องนี้ จึงเข้าใจเป็นอย่างดี

             รมว.มหาดไทย กล่าวว่า สำหรับการแต่งตั้งเลื่อนย้าย ข้าราชการ ผู้ที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งก็จะรู้สึกเจ็บช้ำเมื่อกลับบ้าน ในฐานะผู้นำครอบครัว ก็จะนำความเจ็บช้ำกลับไปสู่บ้าน จะส่งผลสะท้อนต่อครอบครัว ทำให้คนในครอบครัวรู้สึกเจ็บช้ำไปด้วย เหมือนที่ตนเคยรู้สึก แต่ขอให้กำลังใจทุกคน อย่าถือเอาเรื่องการแต่งตั้งเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เป็นเรื่องยิ่งใหญ่หรือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพราะหน้าที่การงานเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ ดังนั้นอยากบอกว่า การแต่งตั้งเป็นเรื่องอนิจจัง ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการแต่งตั้ง ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะตำแหน่งไม่เที่ยงแท้

             เราจะต้องยึดตัวเราเองเป็นหลัก ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง เมื่อทำงานอย่างเต็มที่แล้ว จะทำให้ต่อไปตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้อย่างไรก็ตามมีตัวอย่างของความเจ็บปวดที่ผ่านมา อย่างนายสุกิจ เจริญรัตนกุล อธิบดีกรมการปกครองก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งมาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ก็อยู่ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ในช่วงรัฐบาลเก่า จะเห็นว่า นายสุกิจอยู่ในตำแหน่งผู้ตรวจได้ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง มีแสงสว่าง นายสุกิจ ก็ได้ออกจากผู้ตรวจราชการ มาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง เช่นเดียวกับนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิพาณิชย์ ก็เคยเป็นผู้ตรวจฯ และได้ออกมาเป็นอธิบดีกรมการปกครองอีกครั้ง ปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย” นายยงยุทธ กล่าว

             นายยงยุทธกล่าวต่ออีกว่า หลายคนที่มาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยขอให้อย่าท้อแท้ อย่าผิดหวัง การยึดติดจะทำให้ไม่มีความสุข ขอให้จำไว้ว่า จะต้องยืนอยู่ให้ได้ เพราะที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว อย่างสุภาษิตจีนที่ว่า พื้นฐานแรกที่จะต้องมี คือ ความรู้ ความสามารถ ความดีงาม แต่เท่านั้น ไม่เพียงพอ จะต้องมีวาสนาบารมี ที่สำคัญที่สุด สวรรค์จะเป็นผู้กำหนด เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมอย่างกังวลจนทำลายชีวิตของเราเอง อย่าเอาหน้าที่การงานมาเป็นทั้งหมดของชีวิต จะทำให้ชีวิตไม่มีความสุข ต้องให้หน้าที่การงานร้อยละ 50 ครอบครัวร้อยละ 50 และต้องฟ้าบันดาลเหมือนกรณีการแต่งตั้งนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของข้าราชการ สามารถครองตัวได้อย่างองอาจ เพราะการแต่งตั้งปลัดกระทรวงของรัฐบาลที่ผ่านมา นายพระนาย ทราบอยู่แล้วว่า ระบบเป็นอย่างไร จึงไม่เข้าสอบคัดเลือก แต่ด้วยความรู้ความสามารถที่นายพระนายสามารถครองตัวตนโดยไม่เปลี่ยนแปลงจึงได้มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงตามสภาวะอากาศ การแต่งตั้งนายพระนายในครั้งนี้เท่ากับว่า ตนยิงนกได้ 2 ตัว เพราะได้เอาคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ กลับคืนสู่กระทรวงมหาดไทย และได้สร้างตำนานให้กับตระกูลสุวรรณรัฐ ที่ได้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก

             อย่างไรก็ดีการแต่งตั้งที่ผ่านมา สื่อมักจะวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการสิงห์ดำ(คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ซึ่งเป็นสถาบันเดียวกับตนว่า มีการแต่งตั้งเป็นจำนวนมาก แต่การแต่งตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า กลุ่มสิงห์ดำได้รับการแต่งตั้งน้อยกว่าสิงห์แดง(รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์)เป็นอย่างมาก และที่มากที่สุด คือสิงห์ทอง (รัฐศาสตร์ รามคำแหง) และก็จะไปโยงกับนายอารี ไกรนรา เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็จบที่เดียวกัน ซึ่งถือเป็นสีสันของสื่อเขา

             นายพระนาย กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายอำเภอว่า การแต่งตั้งที่ผ่านมา ทำให้นายอำเภอ หลายคนเกิดความสับสน เนื่องจากมีการออกคำสั่งหลายรอบ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทั้งสถานที่ และเวลาเดินทาง จึงยอมรับว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ไม่ปกติ เพราะด้วยอัตราที่มากขึ้นทำให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างยากลำบาก จึงต้องเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา แต่ในการแต่งตั้งรอบต่อไป

             “กระทรวงมหาดไทยจะมีการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของนายอำเภอ ตั้งแต่ก่อนลงพื้นที่จนถึงไปรับตำแหน่งโดยใช้การประเมิน 360 องศาระดับอำเภอ โดยกระทรวงมหาดไทย ได้มีการประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. โดยจะมีการประเมินผลเชิงวิทยาศาสตร์ โดยจะเน้นย้ำเรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ดังนั้นนายอำเภอจะต้องเอาจริงเอาจัง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและจะเอาเป็นตัวชี้วัดมาประกอบการพิจารณาแต่งตั้งนายอำเภอในครั้งหน้า โดยจะประเมินหลักเกณฑ์เป็นรายอำเภอ ซึ่งนายอำเภอจะต้องประสานกับผู้กำกับการตำรวจในอำเภอของตนเอง เพื่อร่วมกันปราบปรามยาเสพติด” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวและขอบคุณทุกจังหวัดที่แก้ปัญหาอย่างจริงจัง และรัฐบาลก็ชื่นชมที่จะช่วยกันเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยได้รวดเร็วมาก อาทิ ที่จังหวัดนครสวรรค์ และจนถึงขณะนี้ 29 ธ.ค. ปัญหาน้ำขัง น่าจะลดน้อยลงไปเกือบหมดแล้ว

             ส่วนการจัดเก็บขยะก็สามารถดำเนินการจัดเก็บไปได้มาก ในส่วนของการฟื้นฟูน้ำท่วมของคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟืนฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย( กฟย.)นั้น วันนี้งบประมาณได้เริ่มกระจายลงพื้นที่ไปตามลำดับแล้ว โดยก้อนแรกกว่า 20,000 ล้านบาท ดังนั้นเรื่องนี้ขอฝากผู้ว่าช่วยนำเงินก้อนนี้ไปได้ แต่เงินก้อนนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบการติดตามได้วางแผนการติดตามทุกอย่างก้าว ดังนั้นขอเตือนผู้ว่าฯ ต้องยึดหลักระเบียบแบบแผนโดยเคร่งครัดด้วย

             “สิ่งที่รัฐบาลอยากให้ทุกจังหวัดดำเนินการช่วงเดือนมกราคม เป็นโครงการปลูกต้นไม้  1 หมู่บ้าน 1 ชุมชน 80 ต้น 80 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปดำเนินการ โดยจะทำหนังสือทุกจังหวัดเพื่อขยายผลไปทุกชุมชน เพราะที่ผ่านมาต้นไม้จำนวนมากได้ล้มตาย เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว

             ขณะที่นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สรุปผลการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555ว่า ทุกฝ่ายร่วมมือกันปฏิบัติอย่างเต็มที่ ในปีนี้นายกฯ ได้รณรงค์ร่วมกับหลายหน่วยงาน โดยตั้งเป้าอุบัติเหตุอยากให้เป็น 0 ดังนั้นผู้ว่าฯไม่ควรประมาท เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นตลอดเวลา ส่วนถนนที่ชำรุด ต้องการซ่อมแซม การตั้งจุดตรวจต่างขอให้เร่งดำเนินการ

'มท.1'ยันไม่คาดโทษ'ผู้ว่าฯ'หากจังหวัดมีสถิติอุบัติเหตุสูง

             นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า สำหรับเรื่องความปลอดภัยบนถนน ตนได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายเรื่อง แต่อยากเรียนว่าถ้าเราระมัดระวัง ไม่ประมาท ก็จะไม่มีความสูญเสียแน่นอน อย่างไรก็ตามยังมีอีกส่วนที่สำคัญ ซึ่งก็คือ สื่อมวลชน ต้องช่วยประชาสัมพันธ์ ถึงข้อเตือนใจ และหลักการปฏิบัติใช้รถบนท้องถนนอย่างทั่วถึง ประชาชนก็จะระมัดระวังเป็นพิเศษ สิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หวังให้ความเสียหายเป็นศูนย์ ก็จะเกิดขึ้นได้จริงๆ นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาเรามักนำเสนอเรื่องจังหวัดไหนมีคนเสียชีวิตมาก แต่จังหวัดที่ไม่มีคนตายกลับกลายเป็นข่าวเล็กๆ นายกฯ จึงมีแนวคิดในแง่บวกและเป็นการทำงานเชิงรุก โดยจะนำจังหวัดที่ไม่มีอุบัติเหตุออกมาเป็นข่าวใหญ่

             เมื่อถามว่า จังหวัดที่มีสถิติเกิดอุบัติเหตุมาก จะมีการคาดโทษผู้ว่าราชการจังหวัดหรือไม่นั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า คงทำงานแง่ลบอย่างนั้นไม่ได้ ตนจะทำในแง่บวก คือการส่งเสริม ให้กำลังใจ นำทุกฝ่ายมาร่วมมือกัน เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่ใช่ความผิด แต่เราต้องทำความเข้าใจ และเห็นใจเขา เพราะทำเต็มที่แล้ว ส่วนจังหวัดไหนมีสถิติที่ดี เกิดการสูญเสียน้อย ก็ต้องมีการชื่นชม