ข่าว

'น้องชายอุดร'ยื่นค้านเอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง'ครรชิต'

'น้องชายอุดร'ยื่นค้านเอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง'ครรชิต'

29 ธ.ค. 2554

'น้องนายกอบจ.สมุทรสาคร'บุกสภายื่นหนังสือค้านให้เอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง 'ครรชิต' เล็งขอตร.กองปราบคุ้มครองพยาน อ้างครอบครัวผู้ต้องหาข่มขู่พยาน

           29 ธ.ค.54 นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตส.ส.สมุทรสาคร พรรคไทยรักไทย และน้องชายนายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาครที่ถูกลอบสังหาร ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นตัวแทนรับหนังสือ เพื่อคัดค้านการอนุญาตให้ใช้เอกสิทธิ์ส.ส.แก่นายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าโดยใช้อาวุธปืนยิงนายอุดรโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะผู้ต้องหาและครอบครัวมีพฤติการณ์ไปข่มขู่ประจักษ์พยานให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิต การใช้เอกสิทธิ์ของส.ส.นั้น ควรจะใช้เฉพาะในการปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่ใช้เอกสิทธิ์เพื่อฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต เพราะอาจจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎรในการอำนวยความยุติธรรมต่อประชาชน

           นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า การจะให้เอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่นั้นเป็นดุลยพินิจของสภาฯ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีคดีอุกฉกรรจ์อย่างนี้มาก่อน จึงไม่ทราบว่าส.ส.แต่ละท่านจะมีความเห็นอย่างไร ไม่รู้ว่าส.ส.จะลงมติให้ใช้เอกสิทธิ์หรือไม่

           นายอุดม ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นหนังสือว่า อาจจะมีการพูดคุยกับส.ส.พรรคเพื่อไทยเพื่อไม่ให้เอกสิทธิ์ ทั้งนี้เชื่อว่าส.ส.ได้ติดตามข่าวสารพอสมควร ดังนั้นแทบจะไม่ต้องพูดคุยอะไรกันมาก เพราะกรณีนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่ผ่านมามีแต่กรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จ้างวาน ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ หลังจากศาลพิจารณาหลักฐานก็ได้อนุมัติหมายจับทันที สำหรับกรณีที่มีการระบุว่า มีการรวบรวมหลักฐานเร็วผิดปกตินั้น เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นในตอนกลางวัน ไม่เปลี่ยว และไม่ได้มีการจ้างวาน จึงทำให้รวบรวมหลักฐานได้เร็วกว่าคดีอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้ใช้เอกสิทธิ์หรือไม่นั้นคงต้องดูจากความมุ่งหมายด้วยว่า เป็นการให้เอกสิทธิ์ส.ส.เพื่อการทำหน้าที่ส.ส.หรือไม่ ถ้าเป็นการทำหน้าที่ส.ส.ต้องได้รับการคุ้มครอง แต่กรณีนี้เป็นการทำหน้าที่ของส.ส.หรือไม่ ตนเชื่อจริยธรรมและดุลพินิจของส.ส.ในการทำหน้าที่แม้ที่ผ่านมาสภาฯ จะให้เอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส.ทุกครั้ง แต่เฝ้ามองพฤติกรรมของส.ส.ในขณะนี้แล้วไม่เหมือนในอดีต เพราะฉะนั้นอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็อาจจะเกิดขึ้นได้

           ทั้งนี้มีความเป็นห่วงว่าพยานอาจจะถูกข่มขู่ โดยเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. นายเอนก ทับสุวรรณ บิดานายครรชิตได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวในสถานที่เกิดเหตุ เพราะเจ้าของสถานที่นั้นมีความสนิทสนมส่วนตัวกับผู้ต้องหา และข่มขู่พยานที่เป็นชาวบ้าน ทำให้พยานจำนวนมากที่รู้เห็นเหตุการณ์หวาดกลัว ไม่กล้ามาเป็นพยาน ดังนั้นจะร้องขอตำรวจกองปราบเพื่อให้มาคุ้มครองพยาน เพราะผู้ถูกกล่าวหานั้นเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และยังมีเครือข่ายในกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการทำสำนวนสอบสวนในคดีนี้ด้วย

           อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องกลัวว่าจะมีการเมืองเข้ามาแทรกแซงการดำเนินคดี เพราะตำรวจที่ทำคดีนี้แต่งตั้งมาในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ อย่ามากลัวในจุดนี้ พวกตนต่างหากที่ต้องกลัว ทั้งนี้ หากได้เอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง การดำเนินคดีก็จะยืดยาวออกไป ตนเกรงว่าพยานหลักฐานต่างๆ จะสูญหายไป เพราะขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมส่งอาวุธปืนและรถที่ก่อเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ ดังนั้นหากบริสุทธิ์จริงจะไปกลัวอะไร