ข่าว

ตัน ฉ่วย ยิ้มรับทุนแห่เข้าพม่า

ตัน ฉ่วย ยิ้มรับทุนแห่เข้าพม่า

01 ม.ค. 2555

ลงทุนของต่างประเทศในพม่ามีมูลค่าสะสมเกินกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนในพม่ามากที่สุดนั้น ก็ได้เปลี่ยนมือจากประเทศไทยมาเป็นจีน

รายงานล่าสุดของกระทรวงแผนการและการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (ชื่อใหม่อย่างเป็นทางการของพม่า) ระบุว่า การลงทุนของต่างประเทศในพม่ามีมูลค่าสะสมเกินกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ โดยประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนในพม่ามากที่สุดนั้น ก็ได้เปลี่ยนมือจากประเทศไทยมาเป็นจีน อย่างเบ็ดเสร็จแล้วอีกด้วย


 กล่าวสำหรับการลงทุนในภาคพลังงาน น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติในพม่าจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ปรากฏว่า มีมูลค่ารวมกันมากถึง 32,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนเพื่อการสำรวจขุดค้นหาน้ำมันและแก๊สธรรมชาตินั้น ถือเป็นภาคการลงทุนที่มีแนวโน้มจะแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากรายงานของ MOGE ของรัฐบาลพม่าเองก็ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าในปัจจุบันนี้ได้อนุมัติให้สัมปทานในการสำรวจขุดค้นหาน้ำมันและแก๊สธรรมชาติทั้งบนบก และในทะเลที่เป็นเขตน่านน้ำของพม่าไปแล้วมากกว่า 100 พื้นที่


 แน่นอนว่า ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดนั้น ก็คงจะไม่มีใครเกินบรรษัทข้ามชาติของจีน อย่าง China National Petroleum Corporation (CNPC) และ China National Offshore Oil Corporation (CNOOC) ไปได้ แต่การที่รัฐบาลพม่าเชื่อว่า ในเขตอธิปไตยของพม่าทั้งบนบกและในทะเลนั้นยังคงมีทรัพยากรน้ำมันและแก๊สฯอีกอย่างมหาศาล หรือมากกว่าที่สำรวจพบแล้วในเวลานี้นับร้อยเท่า จึงทำให้รัฐบาลพม่าต้องการที่จะดึงการลงทุนทั้งจากสหรัฐ และสหภาพยุโรป ตลอดจนอาเซียนด้วยกันให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างผลประโยชน์จากการส่งออกน้ำมันและแก๊สฯ ให้ได้ถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2020 นั่นเอง


 ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลพม่ายังได้ฝากความหวังในการพัฒนาทางเศรษฐกิจแห่งชาติไว้กับ Mega-Project อย่างโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ทวาย ที่จะต้องใช้เงินลงทุนมากถึง 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้ตกลงในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับรัฐบาลไทยตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมาแล้วอีกด้วย โดยถ้าหากว่า Mega-Project ที่ใหญ่กว่ามาบตาพุดของไทยถึง 7 เท่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้จริงเมื่อใด ก็ไม่เพียงจะทำให้พม่ากลายเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการค้าทางทะเลระหว่างเอเชีย-ยุโรปและแอฟริกาเท่านั้น หากยังจะทำให้พม่ากลายเป็นศูนย์กลางการค้าด้านพลังงานที่สำคัญของโลกอีกด้วย


 ซึ่งด้วยผลประโยชน์อย่างมหาศาลเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเช่นกันที่รัฐบาลพม่าได้พยายามกระทำในทุกวิถีทางเพื่อทำให้นานาชาติเกิดความมั่นใจในแนวทางปฏิรูปไปสู่การเป็นประชาธิปไตยทางการเมืองในพม่า และก็ดูเหมือนว่าจะได้รับการตอบสนองจากนานาชาติเป็นอย่างดียิ่ง


 ครั้นเมื่อแนวโน้มของการลงทุนจากต่างประเทศที่จะเข้าไปในพม่ามากขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ แน่นอนว่า ในด้านหนึ่งก็ย่อมจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวพม่าให้ดีขึ้นได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้นก็เชื่อได้เลยว่า ผู้ที่จะได้ผลประโยชน์ก็คือ พล.อ.อาวุโส ตัน ฉ่วย นั่นเอง