ข่าว

'ปูจ๋า 1' ความเสี่ยงปี 2012

'ปูจ๋า 1' ความเสี่ยงปี 2012

31 ธ.ค. 2554

ปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกประเทศให้เห็นแล้ว ความเสี่ยงจากภายนอก ที่หนีไม่พ้นและกำลังมีอิทธิพลแบบซึมลึกต่อเศรษฐกิจทั่วโลกคือ วิกฤติหนี้สหภาพยุโรป


 แค่เริ่มศักราชเท่านั้น ปี 2555 ส่อว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกประเทศให้เห็นแล้ว
 ความเสี่ยงจากภายนอก ที่หนีไม่พ้นและกำลังมีอิทธิพลแบบซึมลึกต่อเศรษฐกิจทั่วโลกคือ วิกฤติหนี้สหภาพยุโรป


 ประการแรก วิกฤติหนี้กรีซยังมีปัญหาอยู่ อิตาลีและฝรั่งเศสกำลังเป็นเป้าให้สถาบันจัดอันดับจ้องปรับลดเครดิต เรทติ้งอยู่ แม้แต่เยอรมนีที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม ยังถูกนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกจับตามองถึงความเสี่ยงผูกพันที่สถาบันการเงินและรัฐบาลของประเทศนี้แบกรับอยู่เงียบๆ


 ประการถัดมา แม้แต่ คริสตีน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการใหญ่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลสหภาพยุโรปในเวลานี้ ยังออกคำเตือนส่งท้ายปี เป็นทำนองว่า อย่าได้วางใจกับวิกฤติหนี้ "แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2555 ที่ไอเอ็มเอฟประเมินไว้ที่อัตรา 4% อาจมีการปรับลดลงได้อีก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย"


 นอกเหนือจากหนี้ยุโรปยังมีปัจจัยเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงอย่างมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากการดำเนินมาตรการชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงและอีกส่วนหนึ่ง มาจากผลกระทบที่จีนและประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่สำคัญๆ ของโลก (กลุ่ม BRIC) ได้รับจากการที่ตลาดหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป ญี่ปุ่น สหรัฐ หรือแม้กระทั่งเอเชียด้วย ล้วนชะลอลงตามแรงกระชากของปัจจัยลบต่างๆ และปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศเอง


 จากความเสี่ยงภายนอกสู่ความเสี่ยงภายใน หากพิจารณาจากความเสี่ยงตัวเก่าๆ ที่ถือเป็นขาประจำของประเทศ จะพบว่าปี 2555 ไทยอาจเผชิญกับความเสี่ยงภายในที่สำคัญๆ อย่างน้อย 2 ประการ ได้แก่ ความเสี่ยงทางการเมืองที่มีเค้าลางว่า จะกลับมาสั่นคลอนเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศอีกครั้ง


 ติดตามความเห็นและผลสำรวจต่างๆ ที่เผยแพร่ในสื่อมวลชนแขนงต่างๆ พบว่า ล้วนชี้เป้าไปที่ปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองทั้งสิ้น


 เค้าลางของความเสี่ยงทางการเมือง อาจมีชนวนมาจากการผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รวมถึงมาตรา 112 ซึ่งถือเป็นประเด็นอ่อนไหวอย่างมาก และอีกปมร้อนหนึ่งที่ต้องติดตามคือ ความพยายามของพรรคเพื่อไทยในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม


 ความเสี่ยงจากภายนอก เมื่อบวกเข้ากับความเสี่ยงทางการเมือง 2 ปัจจัยลบนี้ นอกจากจะถือว่าร้ายและแรงมากมายเกินจะกล่าวอยู่แล้ว เศรษฐกิจของประเทศไทยอาจย่ำแย่ลงได้อีก หากมีความเสี่ยงตัวที่ 3 เข้ามาผสมโรง


 ในปี 2554 ทุกคนล้วนประจักษ์กับสายตาแล้วว่ามหาอุทกภัยครั้งล่าสุด สร้างผลกระทบได้รุนแรงระดับความเสียหายจริงเป็นหลักล้านล้านบาท


 ลองนึกภาพเอาว่าหากภัยธรรมชาติไม่หยุดอยู่แค่ปี 2554 แต่ตามมาเขย่า ขย่มและข่มขวัญคนไทยต่ออีกในปีมะโรง อะไรจะเกิดขึ้นตามมา


 การลงทุนภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินเพื่อสร้างกำแพงกั้นน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำ จนถึงการก่อหนี้ของภาคครัวเรือน อาจไม่มากพอหรือให้ผลทันทีทันใดที่จะชดเชยกับผลทำลายล้างของภัยธรรมชาติ ที่ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ภัยแล้ง หรือคลื่นยักษ์ (ดังที่เกิดขึ้นทางชายฝั่งของจังหวัดท่องเที่ยวในช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา) ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นแบบ 'มาเร็ว เคลมเร็ว เห็นผลทันตา'


 ปีหน้าใครการันตีได้ว่ามันจะไม่มาอีก และถ้ามาอีกไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็ย่อมเป็นแรงบวกที่ไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน