
รฟท.เดินแผนบริหาร 'จตุจักร'
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรเองนั้น หักดิบ กทม. อยู่พอสมควร
ดูเหมือนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม เรื่องการไม่ต่อสัญญาเช่าตลาดนัดจตุจักรให้กับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งจะหมดสัญญาเช่าในวันที่ 2 มกราคม 2555 ขณะเดียวกันก็เห็นชอบให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรเองนั้น หักดิบ กทม. อยู่พอสมควร
แต่ประเด็นสำคัญ เชื่อว่า มาจาก รฟท. ก็ต้องการบริหารตลาดนัด "จตุจักร" เอง
ดูได้จากแผนบริหารจัดการที่มีการวางเอาไว้แล้ว เกือบครบทุกด้าน
นับแต่แผนระยะยาว ที่จะจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารจัดการ โดยมีรูปแบบการพัฒนาพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรในอนาคต
ส่วนแผนระยะสั้น จะมีการกำหนดแนวทางการเช่าพื้นที่, การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เช่า, กำหนดอัตราค่าเช่า และการแก้ไขปัญหาด้านข้อกฎหมาย, จัดเตรียมฝ่ายการเงินและฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ อีกทั้งจะว่าจ้างเอกชนเข้าดำเนินการในด้านต่างๆ ระหว่างการจัดตั้งบริษัทลูกยังไม่แล้วเสร็จ
ได้แก่ 1) ด้านเก็บค่าเช่า, ค่าน้ำและค่าไฟฟ้า 2) ด้านรักษาความสะอาด/เก็บขยะ 3) ด้านความปลอดภัย 4) ด้านการจราจร
"ซึ่ง รฟท. ได้นำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท. ครั้งที่ 9/2554 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2554 แล้ว คณะกรรมการ รฟท. มีมติ ดังนี้ 1) เห็นชอบให้ รฟท.เข้าไปบริหารจัดการพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรต่อไป โดยมีแผนงานระยะสั้นและระยะยาวตามที่ รฟท.เสนอ 2) เห็นชอบให้ รฟท. จัดตั้งบริษัทลูกเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร โดยมีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท 3) ให้ รฟท.มีหนังสือแจ้งกระทรวงคมนาคม เพื่อขอความเห็นชอบหลักการในการจัดตั้งบริษัทลูกดังกล่าว จากคณะรัฐมนตรี ก่อนดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา 9 (8) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2543 และ 4) ให้ รฟท.นำความเห็นของคณะกรรมการ รฟท. ดังกล่าว ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป"
เพียงแต่ สิ่งที่จะต้องรับผิดชอบ ก็อย่างที่ สัญญา จันทรัตน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. เชื่อว่า เป็นประเด็น กล่าวคือ รฟท. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วย เพราะ พ.ร.บ.รถไฟ ระบุในมาตราที่ 6 และ 9 ว่ากิจการของรถไฟ ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่าจะสามารถบริหารตลาดนัดได้ ดังนั้น หาก รฟท. จะเข้าบริหารตลาดได้ ก็อาจจะทำการค้าเชิงพาณิชย์ได้เช่นกัน และจะไม่ตรงตามที่ พ.ร.บ.รถไฟ ระบุไว้เช่นกัน
เหนืออื่นใด เจตนารมณ์ของการเวนคืนที่ดินของ รฟท. ซึ่งมีผู้เสียสละเพื่อสาธารณประโยชน์ แต่มิใช่เพื่อการพาณิชย์ เพราะค่าเวนคืนต่ำ จะตอบคำถามอย่างไร จะยุ่งยากถึงขั้นมีคนลุกขึ้นเรียกร้องเอาที่ดินคืนจาก รฟท. อย่างที่มีหลายคนเป็นห่วงหรือไม่ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด



