
บุกเดี่ยวปล้นแบงก์กสิกรกวาด4.2แสน
โจรเหิมกลางกรุง บุกเดี่ยวปล้นแบงก์กสิกรฯ กวาด 4.2 แสนหนีลอยนวล
เวลา 13.30 น.วันที่ 28 ธ.ค.54 พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผกก.สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกจี้ชิงทรัพย์ภายในธนาคารกสิกรไทย สาขาโรบินสัน รัชดาภิเษก ถ.รัชดาภิเษกขาออก แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รรท.รองผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รรท.ผบก.น.1 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน
ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุภายในธนาคารกสิกรไทย บริเวณชั้น 1 ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสัน รัชดาภิเษก ติดกับลานจอดรถด้านหน้าห้าง พบเจ้าหน้าที่ธนาคารซึ่งอยู่ในอาการตื่นตกใจยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่พนักงานกำลังให้บริการลูกค้าที่อยู่ภายในธนาคารจำนวน 2-3 คน จากนั้น ได้มีคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมหมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ เดินเข้ามาภายในธนาคาร ก่อนใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด จี้พนักงานต้อนรับซึ่งยืนอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์รับ-ฝากเงิน ช่องที่ 1 โดยคนร้ายพูดกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ฝากเงินดังกล่าวว่า “ส่งเงินมา”ก่อนโยนกระเป๋าสะพายข้างสีดำให้พนักงานอีกคนที่เคาน์เตอร์รับ-ฝากเงินช่องที่ 2 ใส่เงินสดลงไป
ทั้งนี้ คนร้ายได้เงินสดไปจำนวน 420,000 บาท ก่อนวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ที่จอดอยู่หน้าร้านอาหารปักกิ่งซึ่งอยู่ถัดไปจากธนาคาร แล้วหลบหนีไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบภาพ จากกล้องวงจรปิดของธนาคาร พร้อมทั้งทำการสอบปากคำพนักงานของธนาคาร ซึ่งขณะเกิดเหตุมีพนักงานทำงานอยู่ 5 คน เนื่องจากเป็นช่วงพักเที่ยง ขณะเดียวกันจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจหาลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคาร ทำให้ทราบพฤติการณ์และตำหนิรูปพรรณของคนร้ายได้อย่างชัดเจน พบว่า คนร้ายเป็นชายอายุไม่เกิน 30 ปี รูปร่างผอมเตี้ย สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงิน กางเกงผ้าขายาวสีดำ ทำทีเป็นพนักงานส่งเอกสารเข้ามาภายในธนาคาร ก่อนลงมือใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์พนักงานที่บริเวณเคาน์เตอร์รับฝากเงิน ได้เงินสด 420,000 บาท ก่อนวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีขาวหลบหนีไป ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายทำเพียงคนเดียวโดยใช้เวลาก่อเหตุเพียง 33 วินาที
ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่ผ่านมาตำรวจได้มีการวางแผนและกำหนดมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว แต่คนร้ายได้อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่เผลอ ซึ่งหลังจากนี้จะได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติให้เอาจริงเอาจังมากกว่านี้
.............
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



