ข่าว

ก้าวสู่ปี 2555 ส่งออกไทย

ก้าวสู่ปี 2555 ส่งออกไทย

29 ธ.ค. 2554

ปิดประเด็น : ก้าวสู่ปี 2555 ส่งออกไทย กับเศรษฐกิจตามยถากรรม โดย...ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ : [email protected]

                 นึกๆ ไปแล้วก็เร็วนะครับ บ้านเมืองเราเริ่มมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548 นี่ก็ 7 ปีแล้ว ถ้าจะบอกว่า คนเราจำความกันได้ประมาณอายุสัก 5 ขวบ ตอนนี้พูดได้ว่า น้องๆ อายุ 12 ปี ตั้งแต่จำความได้ยังไม่เคยเห็นบ้านเมืองสามัคคีปรองดองกันเลย...และถ้าน้องๆ ยุคนี้โตขึ้นได้เรียนเศรษฐศาสตร์ คงมีทัศนคติผิดๆ ว่า สถานการณ์บ้านเมืองเราห่วยแตกยังไง ใครจะมาเป็นนายกฯ ใครจะมาเป็น รมต.คลัง จะตีรันฟันแทงกันยังไง เศรษฐกิจเราก็ขยายตัวต่อไปได้?!! ...

                 ประเด็นคือ แม้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำไมที่ผ่านมาเศรษฐกิจเราจึงขยายตัวได้อย่างน่าพอใจ? แล้วจะยังขยายตัวได้อย่างนี้ต่อไปอีกหรือไม่?

                  ทำไมน่ะหรือครับ? ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาแม้เศรษฐกิจเราโต 49.5% แต่เป็นการโตจากการบริโภคในประเทศเพียง 39.7% ในขณะที่การส่งออกต่างหากครับ ที่เป็นตัวฉุดให้เศรษฐกิจเราโตได้ท่ามกลางบ้านเมืองที่โกลาหล โดยช่วงเวลาดังกล่าวการส่งออกเราโตถึง 70.0% (ส่งออกสินค้าโต 74.4%) ...สรุปคือ เราโชคดีครับ ที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวได้ดี เราเลยขายของได้ดีตามไปด้วย จึงทำให้ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเราจึงขยายตัวได้อย่างไม่ขี้เหร่ เมื่อเทียบกับสถานการณ์บ้านเมืองที่ขี้เหร่!!

                  อย่างนี้ เราสบายแล้วหรือครับ !! เศรษฐกิจโลกโตไปเรื่อยๆ เราไม่ต้องบริหารจัดการเศรษฐกิจอะไร เศรษฐกิจก็โต??…จะพูดอย่างนั้นก็คงไม่ได้หรอกครับ ในยุคโลกาภิวัตน์ อยู่เฉยๆ ก็เท่ากับเราถอยหลัง... ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราขายของเดิมๆ ได้แก่ เครื่องมือ-เครื่องจักรไฟฟ้า รถยนต์ และสินค้าเกษตร สินค้าเหล่านี้เราขายรวมกันราวครึ่งหนึ่งของปริมาณการส่งออกทั้งหมด... เราส่งออกไปที่เดิมๆ ได้แก่ กลุ่มประเทศอาเซียน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และจีน (รวมถึงฮ่องกง) เราส่งออกไปประเทศเหล่านี้กว่า 70% ของการส่งออกทั้งหมด นอกจากนี้ที่สำคัญคือ เรายังขายราคาเดิมๆ !!

                  ยกเว้นสินค้าเกษตรที่ราคาโตเกิน 10% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาแล้ว เครื่องมือ-เครื่องจักรไฟฟ้า ที่เราส่งออกรวมกันกว่า 1 ใน 4 ของการส่งออกทั้งหมดราคาโตขึ้นเพียงประมาณ 1% ในขณะที่รถยนต์ที่เราส่งเสริมกันจะให้เป็นดีทรอยต์ของเอเชียจนมีสัดส่วนการส่งออกราว 12% ของการส่งออกทั้งหมด ก็โตกันแต่ปริมาณ ส่วนราคาโตแค่ประมาณ 3%... ในทางกลับกันสินค้าที่เราไม่ค่อยได้ส่งออก เช่น พวกเหล็ก ผลิตภัณฑ์จากแร่ และพลังงาน รวมถึงเพชร พลอย ราคาตลาดโลกกลับสูงเอาๆ สินค้าเหล่านี้ราคาโตเฉลี่ยประมาณ 10% ในช่วงที่ผ่านมา... เราส่งออกสินค้าเน้นปริมาณมากเข้าว่า ไม่เน้นราคา ว่าอย่างนั้นเถอะครับ !!

                  ผมเข้าใจครับว่า ราคาสินค้าส่งออกขึ้นอยู่กับตลาดโลก แต่เราก็มีวิธีเพิ่มมูลค่าสินค้าเรานี่ครับ อย่างขนมของญี่ปุ่นเขาเอามาทำแพ็กเกจสวยๆ หรือเสื้อผ้าแฟชั่นจากอิตาลีราคาแพงๆ ทำไมเขาถึงเพิ่มมูลค่าสินค้าของเขาได้ล่ะครับ ... การที่ประเทศโตแบบไม่สมดุล โดยให้แต่การส่งออกเป็นพระเอกมาตลอดทศวรรษ แต่ขายแต่ของเดิมๆ ส่งไปที่เดิมๆ ขายราคาเดิมๆ เศรษฐกิจเราจะรอดไปสักกี่น้ำก็ไม่ทราบ รัฐบาลคงต้องให้ความสนใจการพัฒนาผลิตภัณฑ์กันหน่อยแล้วล่ะครับ อย่าให้เศรษฐกิจไทยเราโตตามยถากรรม !!!

 

........................................

(ปิดประเด็น : ก้าวสู่ปี 2555 ส่งออกไทย กับเศรษฐกิจตามยถากรรม โดย...ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ : [email protected])