ข่าว

ศาลอุดรฯสั่งจำคุก'ขวัญชัย'2ปี8เดือน

ศาลอุดรฯสั่งจำคุก'ขวัญชัย'2ปี8เดือน

28 ธ.ค. 2554

ศาลจังหวัดอุดรธานี สั่งจำคุก 'ขวัญชัย ไพรพนา' 2 ปี 8 เดือน ปรับ 350,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย คดีหนองประจักษ์ฯ ก่อนวางหลักทรัพย์ 3 แสนประกันตัวเตรียมยื่นอุทธรณ์

            28 ธ.ค.54 ศาลจังหวัดอุดรธานี ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษา คดีดำหมายเลข 2149/2551 กรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ พธม.อุดรธานี โดยฝ่ายโจทก์มี 7 คน ประกอบด้วย นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ , นายรังษี ศุภชัยสาคร , นางธันยนันท์ จรัสจิรวงศ์ , นายชนะศักดิ์ ผ่องเพลิดพริ้ง , นายแก้ว จันธิชู , น.ส.สุจิรา มีชั้นช่วง และ นายรัตนชัย ทองสุข ได้ยื่นฟ้อง นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เป็นจำเลยที่ 1

            โดยกล่าวหา "ร่วมกันพยายามฆ่า, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัส ร่วมกันทำร้ายร่างกายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันทำลายทรัพย์สิน" เหตุเกิดที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2551 กรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยฝ่ายโจทก์ทั้ง 7คน ได้ยื่นฟ้อง นายขวัญชัยฯ เป็นจำเลยที่ 1

            โดยศาลได้พิจารณายกฟ้องข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า และร่วมกันทำร้ายร่างกายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และได้ตัดสินพิจารณาคดีร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้รับอันตราย สาหัส ร่วมกันทำลายทรัพย์สิน” โดยคำพิพากษาให้จำคุกจำเลย 4 ปี ไม่รอลงอาญา ทั้งนี้จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 2 ปี 8 เดือน ปรับ 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ซึ่งภายหลังอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ นายขวัญชัยฯ ได้ใช้หลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน ราคาประเมิน 300,000 บาท ประกันตัว

            ซึ่งบรรยากาศที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดอุดรธานี มีสมาชิกชมรมคนรักอุดร เดินทางมาให้กำลังใจนายขวัญชัย ประมาณ 30 คน พร้อมทั้งจับกลุ่มนั่งฟังคำพิพากษา ที่ศาล ได้ต่อลำโพงออกมาภายนอกให้ได้รับฟังกัน โดยหลังทราบคำตัดสินแล้วทุกคนต่างยอมรับคำตัดสิน และไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น ซึ่งหลังจากนายขวัญชัย เดินทางลงมาจากศาลต่างก็พากันเข้าไปจับมือและให้กำลังใจ

            นายขวัญชัย เปิดเผยว่า ตนยอมรับในคำตัดสินของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนก็ได้เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อ เพราะการที่โจทก์ทั้ง 7 รายให้การต่อศาล มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เลย เพราะมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่วันนี้ศาลรับฟังคำให้การของโจทก์ แต่สิ่งที่ตนนำสืบจากนายตำรวจที่ยังอยู่ในราชการ กลับไม่มีการนำมาพิจารณา ซึ่งสิ่งนี้เป็นข้อสงสัยที่เราจะใช้ยื่นอุทธรณ์ต่อ วันนี้ตนน้อมรับคำตัดสินของศาล แต่ต้องหาเหตุผล โดยได้ให้ทนายความยื่นอุทธรณ์และขอต่อสู้ นำข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน นำมาล้างกันใหม่

            ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ปะทะกันที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เทศบาลนครอุดรธานี เกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 24 กรกฎาคม 2551 เมื่อชมรมคนรักอุดรมาชุมนุมที่สนามทุ่งศรีเมือง ต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่หนองประจักษ์ศิลปาคม และเคลื่อนตัวไปเผชิญหน้ากัน ที่หนองประจักษ์ฯจนเกิดการปะทะกัน มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และมีการเผาทำลายทรัพย์สิน แต่โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต ทำให้มีการสอบสวนดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่าย

            ต่อมาวันที่ 29 ตุลาคม 2553 ศาลอุดรธานีมีคำพิพากษาตัดสินจำคุกคนเสื้อแดง ประกอบด้วยนางกุหลาบ ยศอ่อน หรือดีเจหงส์ทอง  1 ปี 8 เดือน และสมาชิกคนเสื้อแดงอีก 32 คนๆละ 8 เดือน และยังมีสมาชิกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ถูกตัดสินจำคุกด้วย 2 คนๆละ 8 เดือน คดีอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ขณะที่นายขวัญชัย ไพรพนา หรือสาระคำ ถูกควบคุมตัวในกรณีก่อความไม่สงบ จึงยังไม่มีการพิจารณาคดี เมื่อรับการปล่อยตัวศาลนัดไกล่เกลี่ยแต่ตกลงกันไม่ได้ ส่วนนายอุทัย แสนแก้ว น้องชายนายธีระชัย แสนแก้ว อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์สาย “บุรีรัมย์” มีการไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายไปก่อนหน้า