
ผบ.ทบ.ชี้ปี55ปีแห่งความสุข-สงบ
ผบ.ทบ. ฝากทหาร ทำงานให้สมกับที่ปชช.ไว้วางใจ ชี้ ปี 55 ปีแห่งความสุข-สงบ ลั่นนำกองทัพดูแลชาติให้พ้นภัย 'ดาว์พงษ์' ชม 'บิ๊กตู่' นำทบ.ฉลุย แม้แบกความกดดัน-ความคาดหวังจากประเทศ
เวลา 09.00 น. วันที่ 28 ธ.ค.54 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก(นขต.ทบ.) และมอบนโยบายให้กับผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน 71 หน่วย พร้อมทั้งให้พรกำลังพลเนื่องในวันปีใหม่ เพื่อเป็นแนวทางในการปฎิบัติงานในปี 2555
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ. นำกล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับผบ.ทบ.ว่า ตั้งแต่ท่านขึ้นดำรงตำแหน่งผบ.ทบ. ได้เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงความทุ่มเท เสียสละ ดำรงตนอยู่ในความถูกต้อง มีคุณธรรม ด้วยวิสัยทัศน์ นโยบาย และแนวทางปฎิบัติชัดเจนที่มอบให้ ส่งผลให้การปฎิบัติงานลุล่วงไปด้วยดี และได้รับความไว้วางใจจากผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันรักษาอธิปไตยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ทั้งนี้ ที่เห็นชัดเจนคือนโยบายและแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อมีภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุมหาอุทกภัยครั้งที่ผ่านมาทำให้กองทัพบกได้รับความชื่นชมจากประชาชน ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ รัฐบาล ซึ่งนาน ๆ ครั้ง ที่กองทัพบกจะได้รับความชื่นชมจากทุกภาคส่วนไปพร้อม ๆ กัน
"เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน ตลอดเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งผบ.ทบ. พวกเราตระหนักดีว่า ท่านต้องแบกรับความกดดันอันเนื่องมาจากความรับผิดชอบ ทั้งในภารกิจของกองทัพบก ภารกิจของกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รวมถึงความกดดันที่ต้องดูแลกำลังพล 2.5 แสนคน ให้ดีที่สุด"
นอกจากนี้ ยังมีความกดดันจากความคาดหวังของคนในสังคม ที่ต้องการให้กองทัพบกเป็นที่พึ่งทุกสถานการณ์วิกฤติ รวมถึงความกดดันจากสภาพแวดล้อมอีกหลายประการที่ท่านต้องแบกรับไว้แทนพวกเราทุกคน แม้จะมีความกดดันรอบทิศ ท่านแสดงให้เห็นว่า ท่านมีความมั่นคงในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จะทำทุกอย่างเพื่อประชาชนและปกป้องกองทัพบก โดยจะเห็นได้จากการปฎิบัติ คำสั่งการ คำให้สัมภาษณ์ทุกอย่างได้แสดงให้เห็นความเป็นตัวตนอย่างชัดเจน และเป็นการแสดงความเป็นตัวตนที่สมดุลอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ปัจจุบัน
"ผมและพวกเราทุกคน จะทุ่มเทและตั้งใจปฎิบัติงาน โดยจะพยายามไม่สร้างภาระหรือเพิ่มความกดดันให้ท่านรู้สึกหนักใจเพิ่มขึ้นอีก และขอยืนยันด้วยความมั่นใจว่า พวกเราทุกคนพร้อมสนองนโยบายตลอดจนปฎิบัติตามแนวทางของ ผบ.ทบ.ที่ได้วางไว้อย่างไม่มีข้อสงสัย ด้วยเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และด้วยวินัยแห่งความเป็นทหารอาชีพ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างเต็มความสามารถ"
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาขอขอบคุณในคำอวยพรที่ได้มอบให้ ขอน้อมรับรับด้วยความเต็มใจ และขอให้พรดังกล่าว สนองตอบไปยังทุกท่านในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2555 ที่จะมาถึง
"จะเป็นปีแห่งความสุข สดชื่น และสมความปราถนาของคนไทยทั้งประเทศในเรื่องความสงบเรียบร้อย ที่ผ่านมาเราเผชิญปัญหานานัปประการแต่เรายังคงยึดรักษาเจตนารมณ์ และแนวทางปฎิบัติทั้งหมดที่กองทัพบกได้ปฎิบัติมาตั้งแต่ในอดีต ตั้งแต่ ผบ.ทบ.ท่านแรกจนถึงปัจจุบันที่ต้องรักษาความเป็นเอกภาพ ความเชื่อมั่นในสายบังคับบัญชา ความเป็นทหารที่ดี มีระเบียบวินัย เป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สิ่งต่างๆเหล่านี้อยู่ในจิตใจของเราทุกคน"
พล.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ขอขอบคุณกำลังพลที่ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม ในความรับผิดชอบที่เป็นผู้บังคับบัญชาของหน่วยรอง ตั้งแต่กองทัพ กองพล กรม กองพัน การจะมีทหารที่ดีได้นั้น ย่อมจะต้องมีผู้บังคับบัญชาที่ดีเสียก่อน ผู้บังคับบัญชาที่ดีจะต้องเป็นแบบอย่าง เป็นทหารอาชีพที่ห่วงใยในชาติบ้านเมือง ผู้ใต้บังคับบัญชาและมีความเป็นผู้นำ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเราเผชิญปัญหาหลายประการไม่ว่าจะเป็น การป้องกันประเทศทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้านตะวันตก บางครั้งภัยพิบัติต่าง ๆ ที่มีขึ้นในปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น ภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ที่มีขึ้นในโลกที่ทันสมัยมีมากขึ้น ระบบไร้พรมแดน การติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย สิ่งต่างๆเหล่านี้เมื่อมีประโยชน์ก็ต้องมีโทษ มีคนดีคนไม่ดีมาใช้ประโยชน์ ภารกิจการรักษาความมั่นคงนั้น คนไทยทั้งประเทศต้องช่วยกันดูแลให้บ้านเมืองปลอดภัย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบโดยตรง สิ่งแรกที่อยากจะบอกคือ รัฐบาลโดยนายกฯ ได้ฝากขอบคุณกำลังพลทุกคนในกองทัพบก ที่ได้ช่วยเหลือ สนับสนุนภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมาด้วยขีดความสามารถ ความพร้อม สิ่งที่เขาต้องการในเรื่องภารกิจความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการป้องกันประเทศ การพัฒนาประเทศ การดูแลโครงการพระราชดำริ เป็นหน้าที่ที่ต้องดูแล
"ทุกคนต้องมีโจทย์ คำถามอยู่ในใจตลอด ทุกคนต้องคิด และเป็นสิ่งที่อยู่ในสมองตลอดเวลาว่า จะทำอะไรให้กองทัพ ประเทศชาติ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น คิดว่าทุกคนเข้าใจผมว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในฐานะที่เป็นผู้นำกองทัพ ถ้าทหารไม่ดีคนเดียวจะเสียทั้ง 2.5 แสนกว่าคน ดังนั้นผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบตามลำดับชั้น"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การทำงานมี 2 อย่างคือ รับผิดและรับชอบ ตอบแทนคนที่ทำความดี ลงโทษคนที่ทำให้เกิดผลเสีย อยากจะฝากพวกเราทุกคนว่า ทุกคนมีหัวใจคนละดวง 4 ห้องหัวใจ ห้องที่ 1 ขอให้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ห้องที่ 2 ให้กับกองทัพ ห้องที่ 3 ประชาชน ห้องที่ 4 ครอบครัว นั่นคือหัวใจของความเป็นทหาร
ผบ.ทบ. ยังขอให้เชื่อมั่นในการบังคับบัญชา ให้มีระเบียบวินัย เราพร้อมที่จะเป็นกองทัพ เป็นกลไกของรัฐ ในการที่จะแก้ปัญหาดูแลชาติ ประชาชนให้พ้นภัย ซึ่งเขาในฐานะที่เป็นผู้นำ ก็จะเดินไปด้วยความระมัดระวัง ด้วยความร่วมมือและเป็นมิตรกับทุกคน เหมือนกับที่ รอง ผบ.ทบ.ระบุว่า นาน ๆ กองทัพจะได้รับความชื่นชมสักครั้ง คิดว่า จะทำให้ทุกคนลำบากอีกนิดหนึ่ง คือต้องระวังตัวทุกย่างก้าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเมื่อเขาไว้วางใจ ชื่นชมขนาดนี้ ท่านก็ต้องทำให้ดีกว่าเดิม ต้องนึกถึง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชนให้มากขึ้นกว่าเดิมหลาย ๆ เท่า เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่เขามอบให้ รวมถึงรัฐบาลที่ได้ขอบคุณมา ขอให้เราทำหน้าที่และเป็นกลไกของรัฐให้ดีที่สุด พรที่จะให้คือปีหน้า ขอให้เป็นปีแห่งความสำเร็จของพวกเรา ใช้ปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดำเนินชีวิต มีเหตุผล พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดีภายใต้จริยธรรม คุณธรรม ที่มีอยู่
"อย่าเสียใจหรือน้อยใจ เพราะเป็นทหารน้อยใจไม่ได้ ต้องเข้มแข็งและพร้องเผชิญสถานการณ์ได้ตลอดเวลา อย่าคิดว่า กองทัพบกจะให้อะไรกับท่าน แต่คิดว่าท่านจะให้อะไรกองทัพบก คิดเช่นนี้แล้วจะสบายใจ ไม่ท้อแท้ ขอให้ทุกคนตั้งจิตอธิษฐาน ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์สาานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเกษมสำราญ มีอายุยืนนาน ขอให้พระองค์ทรงแข็งแรงขึ้นตลอดปี2555และตลอดไปเพื่อ เป็นมิ่งขวัญให้ชาวไทยทั้งประเทศ" ผบ.ทบ. กล่าวในท้ายที่สุด
“ประยุทธ์”แนะ "นิติราษฎร์" ฟังเสียงส่วนใหญ่แก้ม.112
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มนิติราษฎร์เดินหน้าล่ารายชื่อเพื่อแก้ไขมาตรา 112 ที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า ไม่เป็นไร หากคิดได้ก็คิดกันไป ก็ลองดู ถ้าถามได้ก็ทำ ซึ่งคนที่มีความคิดเช่นนี้มีมานานแล้ว และมีหลายส่วนพัฒนามาตามลำดับ มีมาตั้งแต่เด็กๆ คนพวกนี้เขาคิดกว้าง คิดเปิด สมองเขาปลายเปิด แต่ไม่เป็นไรก็คิดไป แต่อยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่เขาจะว่าอย่างไร ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เขาโอเคก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ต่างชาติชื่นชมที่ประเศไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนประเทศไทยเราเองจะคิดอย่างไรก็คิดเอา เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ว่า เราจะห้ามไม่ให้มีคนคิด แต่หน้าที่ของเรา เราเป็นทหารรักษาพระองค์ และมีการถวายสัตย์ปฏิญาณทุกปี ทหารมีจิตสำนึกอยู่อย่างหนึ่ง คือ ทหารอยู่คู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด ซึ่งก่อนที่เราจะมาเป็นประเทศไทย ก็เป็นทหารกันทั้งประเทศ โดยพระมหากษัตริย์รวบรวมทุกคนขึ้นมาแล้วต่อสู้ ป้องกันผืนแผ่นดินนี้มา จนถึงทุกวันนี้เราสืบทอดกันมา เราต้องรักษาประวัติศาสตร์ชาติไทยไว้ เพราะเป็นความสง่างามของชาติ เป็นวัฒนธรรม ประเพณี ท่านจะดำเนินการก็ว่ากันไป อย่าทำให้วุ่นวาย เราเคารพในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เมื่อถามว่า อยากฝากถึงนักการเมืองเรื่องสถาบันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนต้องมีจิตสำนึก ซึ่งใครก็ออกมาพูดสม่ำเสมอว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ถ้าไม่เกี่ยวข้องก็คือ ไม่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าใครเกี่ยวข้องต้องไปว่ากัน กฎหมายที่มีอยู่แล้ว แต่ไม่อยากให้นำกฎหมายมาใช้อย่างพร่ำเพรื่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องการอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง ดังนั้นเราต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไหนก็แล้วแต่ หรือข้าราชการทางการเมือง ก็อย่าเอาท่านลงมา หรือเอามาเพื่อประโยชน์ของตนเองไม่ได้ ทุกคนต้องให้ท่านอยู่เหนือการเมือง ท่านทำองค์ของท่านอยู่เหนือการเมืองอยู่แล้ว ท่านครองราย์มา 60 กว่าปีแล้วท่านทราบว่า ท่านควรทำอย่างไร แต่พวกเราไม่ค่อยรู้กัน



