
'นิพิฏฐ์'ดักคอถ้าสภาส่ง'ครรชิต'ดำเนินคดี
'นิพิฏฐ์' ดักคอถ้าสภาส่ง 'ครรชิต' ให้ดำเนินคดีจะเป็นสองมาตรฐาน
28 ธ.ค.54 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทนายความที่นำตัวนายครรชิต ทับสุวรรณ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) สมุทรสาคร ไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า นายครรชิตจะเดินทางไปร่วมประชุมสภาฯ ตามปกติในฐานะ สส. เพราะไม่มีเหตุผลที่จะไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่านายครรชิตจะขอใช้เอกสิทธิคุ้มครองหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่สภาฯ จะใช้ดุลพินิจ นอกจากนี้ ยังไม่เคยมีการส่งตัว สส.ให้ไปดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุมมาก่อน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่เสียงข้างมากที่อยู่ในมือรัฐบาลจะโหวตให้ส่งตัวนายครรชิตไปดำเนินคดี เนื่องจากคู่กรณีเป็นคนของพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าทำเช่นนั้นจริงสภาฯ ก็จะกลายเป็นสองมาตรฐาน เพราะไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อน
นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้นายครรชิตไม่มีความกังวล พราะได้แสดงความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่ต้นด้วยการไปมอบตัวด้วยตัวเอง เพื่อแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม จึงเชื่อว่าจะได้รับการประกันตัว ส่วนจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์หากมีการขอใช้เอกสิทธิคุ้มครองจะลงคะแนนอย่างไรนั้นยังไม่ได้มีการหารือกัน ซึ่งก็คงต้องรอดูเหตุการณ์ในสภาฯ ก่อน และเชื่อว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ คงจะมีการบรรจุวาระขอตัว นายครรชิตไปดำเนินคดีในวันที่ 29 ธ.ค.นี้
นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการพบกับพนักงานสอบสวนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการตั้งคำถามในลักษณะแปลกๆ เพราะมีความพยายามที่จะหาพยานหลักฐานจากผู้ที่ถูกกล่าวหา ซึ่งตนก็โต้แย้งว่าการเสาะหาพยานหลักฐานเป็นหน้าที่ของตำรวจ ไม่ใช่มาสอบสวนเอากับนายครรชิต อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ตำรวจทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และไม่ใช้คดีนี้เป็นใบเบิกทางในการแสวงหาความก้าวหน้าเพื่อเป็นโบนัสให้กับตัวเอง เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง ซึ่งมีอำนาจอยู่ในขณะนี้
“ผมก็รู้สึกแปลกใจว่า ตำรวจสามารถออกหมายจับ นายครรชิตได้อย่างรวดเร็ว แตกต่างจากคดีที่มีการยิงคนสนิทของ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่จนถึงขณะนี้ยังหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ ดังนั้น อยากให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้ามาเร่งรัดทุกคดีให้มีความคืบหน้าเท่าเทียมกัน ไม่ใช่พอเป็นคดีความที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายค้านก็มีการเร่งรัดเป็นพิเศษ เพราะจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำคดีด้วย” นายนิพิฏฐ์ กล่าว



