
"อบจ.สกลนคร" จับมือ 3 ตำบล จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ปี 52
งานประเพณี "บุญบั้งไฟ" ถือเป็นงานบุญหลักอีกอย่างหนึ่งของชาวอีสานที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วประเทศมานานแล้ว
ชัยมงคล ไชยรบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร เป็นผู้นำท้องถิ่นอีสานอีกรายที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของประเพรีนี้จึงได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลค้อใต้ และองค์การบริหารส่วนตำบลคำสะอาด ร่วมกันจัดงานบุญบั้งไฟ ประจำปี 2552 ขึ้น
สำหรับงานบุญบั้งไฟในปีนี้จะจัดขึ้น ณ สนามหน้าอาคารศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เทศบาลตำบลบงใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.สกลนคร ให้รู้จักแพร่หลาย
นายก อบจ.สกลนคร กล่าวว่า งานบุญบั้งไฟ หรือ "บุญเดือนหก" เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนอีสาน ในชนบทที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร ซึ่งจะต้องพึ่งพาน้ำฝนจากธรรมชาติเป็นหลัก
ทั้งนี้ ชาวอีสานเชื่อว่า "พญาแถน" คือ เทวดาผู้ประทานน้ำฝนมาให้ ดังนั้นก่อนลงมือทำการเกษตรจึงมีการจัดประเพณีบุญบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน เพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล
ดังนั้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น และเพื่อประชาสัมพันธ์งานบุญบั้งไฟของทั้งสามตำบลให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.สกลนคร
เทศบาลตำบลบงใต้ องค์การบริหารส่วนตำบลบงใต้ องค์การบริหารส่วนตำบลค้อใต้ และองค์การบริหารส่วนตำบลคำสะอาด จึงร่วมจัดทำโครงการบุญบั้งไฟ ประจำปี 2552 ขึ้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้คงอยู่ เป็นมรดกแก่ลูกหลาน
นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของท้องถิ่น ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการต่อยอดภูมิปัญญาของปราชญ์ชาวบ้านให้แสดงออกในด้านงานประณีตศิลป์ และเพื่อให้ประชาชนทั้งสามตำบลมีความรัก สามัคคี และแสดงออกถึงความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
การจัดงานครั้งนี้จะมีขบวนบั้งไฟแสน และบั้งไฟล้านเข้าร่วมจำนวน 15 ขบวน พร้อมทั้งการแสดงฟ้อนรำ การแสดงออกถึงวิถีชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ปีนี้ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหน หรืออยากสัมผัสประเพณีบุญบั้งไฟอันเลื่องชื่อของชาวอีสาน งานบุญบั้งไฟโดยความร่วมแรงร่วมใจของคนสกลนครใน 3 ตำบลจะทำให้ท่านประทับใจมิรู้ลืม
"นรากร เวชกามา"



