
กกต.ซัดรธน.อัปลักษณ์พท.จ่อตัดส.ว.
'สมชัย' ซัด รธน.มีความอัปลักษณ์ ควรแก้ไขปรับปรุง ชี้ ไม่จำเป็นต้องถามประชามติ-ไม่จำเป็นต้องตั้งสสร. อ้าง สิ้นเปลืองงบฯ ด้าน ทีมกม.พท. คาดต้นปี 56 ได้รธน.ใหม่ เผย จ่อหั่นส.ว.ทิ้ง
นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่บังคับใช้กับประชาชนทุกคน ซึ่งเขาเห็นว่า ควรที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ดูแล้วอัปลักษณ์
"เมื่อมีความอัปลักษณ์อยู่ในรัฐธรรมนูญ ก็จำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุง โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ หรือมาซักถามใด ๆ ทั้งสิ้น"
นายสมชัย เห็นว่า มาตรา 237 ควรที่จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างยิ่ง เนื่องจากเงื่อนไขในแง่ที่ว่า หากหัวหน้าพรรคการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง กระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง และให้มีผลพวงถึงการยุบพรรคไปด้วย เขามองว่า ไม่ควรนำพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้อง หรือไม่ควรถูกยุบพรรคนั่นเอง เรื่องดังกล่าวนี้ ควรเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล
ทั้งนี้ เมื่อหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคกระทำผิด ก็ควรถูกดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ 5 ปี ควรมากกว่า 5 ปีไปเลย หรือตลอดไป เพราะเมื่อทำผิดกฎหมายก็ไม่ควรเปิดโอกาสเข้ามาสู่วงการการเมืองหรือ ไม่ควรกลับมารับผิดชอบงานที่ทำเพื่อประเทศชาติอีก
“ไม่อยากเห็นพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นแล้วก็ถูกยุบ พอถูกยุบก็ตั้งพรรคใหม่ ภายใต้ชื่อใหม่ จะวนเวียนอยู่อย่างนี้ ฉะนั้นเมื่อถูกยุบพรรคแล้วต้องยุบไปเลย”
นายสมชัย กล่าวว่า ในส่วนของ มาตรา 237 ท้ายที่สุดไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ ก็ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรค ซึ่งตามข้อเท็จจริง บุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ควรเป็นหัวหน้าพรรค เพราะจะได้รู้หลักในการบริหารปกครองงานภายในพรรค แต่เพราะความคิดและความกลัวเรื่องมาตรา 237 ที่อาจทำให้ยุบพรรค หรือเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง จึงทำให้เกิดหลักคิดที่ไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นมา เกิดการหลีกเลี่ยงจุดตรงนี้ ด้วยการนำบุคคลอื่นมาเป็นกรรมการบริหารพรรคแทน เพื่อที่จะไม่ได้มาโดนมาตรา 237
"ทำให้หลักการปกครองประชาธิปไตยการขึ้นสู่ตำแหน่งนี้โดยพรรคการเมืองเสียไป เท่ากับไม่มีประโยชน์เลย ฉะนั้นต้องแก้ไขต้องปรับปรุงเสีย"
นายสมชัย กล่าวอีกว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรดำเนินการไปตามรัฐธรรมนูญ ที่เขียนวิธีแก้ไขไว้แล้ว โดยแก้ไขไปตามวิถีทางหลักประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ โดยไม่ต้องตั้ง สสร. เพราะสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น ซึ่งหากไม่มีการตั้ง สสร. สภาก็สามารถตั้งกรรมการขึ้นมายกร่างได้ แต่ที่หลายฝ่ายอยากให้มีการตั้งสสร.ขึ้นมา ก็หวังไว้เพื่อลดแรงเสียดทานความขัดแย้ง และการถูกโจมตีจากฝ่ายต่าง ๆ เท่านั้น
“ในรัฐธรรมนูญไม่ควรเขียนอะไรให้มากมาย ถ้านับทุกมาตราแล้ว ก็ไม่รู้รัฐธรรมนูญจะกี่ประเทศ ที่รวมอยู่ในรัฐธรรมนูญไทย ไม่ว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญมากมายแค่ไหน ไม่สำคัญ แต่มันอยู่ที่คน เพราะกฎหมายยิ่งเขียนมาก ยิ่งจะจำกัด และก็ยิ่งแย่ ประเทศไทยหลายปีที่ผ่านมา หย่อนยานในเรื่องระเบียบวินัย เห็นได้ชัดเจนว่าคนไทยไม่ค่อยมีระเบียบวินัย ขาดจริยธรรม แม้แต่คนที่พูดให้ปฏิบัติตามจริยธรรม ยังไม่ยอมปฏิบัติ แล้วใครจะมาปฏิบัติตาม สรุปแล้วว่า จริยธรรมก็ไม่ดี เพราะไม่มีใครปฏิบัตินั่นเอง”
นายสมชัย ยังกล่าวยกย่องพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ และอดีตประธานคมช. ที่ได้ยอมรับ และเห็นควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่จริงแล้วควรเป็นคนที่ออกมาบอกว่า ไม่ควรแก้ไขมากกว่า แต่กลับเห็นควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะในอดีตเคยทำผิดไว้ด้วยการทำปฏิวัติรัฐประหาร และเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้เกิดความแตกแยก สมแล้วที่ได้รับการคัดเลือกเป็นประธานนักศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 1(พตส.1 ) ซึ่งท่านเองก็เคยระบุว่า หากได้มาเรียนหลักสูตรพตส.ก่อน ก็จะไม่ทำการปฏิวัติเด็ดขาด เพราะการปฏิวัติเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ทีมกม.พท. คาดต้นปี 56 ได้รธน.ฉบับใหม่ เผย จ่อหั่นส.ว.ทิ้ง
ด้านนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย และฝ่ายกฎหมายของพรรค กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชัดเจนแล้วว่า เป็นโยบายของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการ โดยโรดแมปที่ได้วางไว้คร่าว ๆ คือ ในช่วงต้นปี 2555 จะมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 สู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแนวทางที่ดีที่สุดคือรัฐบาลเป็นผู้เสนอ เพราะถือว่า เป็นนโยบายของรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังมีร่างของภาคประชาชน ที่อาจจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาด้วย ซึ่งคาดว่า ภายใน 4 เดือนการพิจารณาแก้ไขมาตรา 291 จะแล้วเสร็จ จากนั้น จะเข้าสู่กระบวนการสรรหา สสร. ซึ่งคงต้องดูว่า จะใช้วิธีไหน จะเลือกตั้งหรือสรรหาจากกลุ่มบุคคล คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 1 - 2 เดือน จากแล้วเข้าสู่การทำงานของสสร.
"คาดว่า เราจะได้เห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประมาณต้นปี 2556 จากนั้นคงต้องยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่"
นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า ในส่วนของเนื้อหาที่จะมีการแก้ไข เขาจะเสนอให้แก้ไขเนื้อหาบางส่วนในรัฐธรรมนูญ สู่การพิจารณาของพรรคด้วย โดยในส่วนของส.ว.นั้น จะต้องดูว่า จะให้มีต่อไปหรือไม่ เพราะส่วนตัวคิดว่า คงไม่จำเป็นต้องมี
"จะบอกว่าเป็นสภาพี่เลี้ยงก็คงไม่จำเป็น เพราะงานนิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎร ก็สามารถทำได้ครบถ้วนอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะเพิ่มการรับฟังความเห็นจากภายนอกเพิ่มเติมมาแล้วได้ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ แต่หากมีใครคิดว่าควรมีส.ว.อยู่ต่อไปก็ต้องมาชี้แจงเหตุผลกัน เพื่อหาข้อสรุปที่ดีที่สุด"
ส่วนใครจะมองว่า หากไม่มีส.ว.แล้วอาจจะเป็นเผด็จการรัฐสภานั้น เขาคิดว่า สมัยนี้เราชี้แจงเหตุผลกันได้ ประชาชนหรือคนในสังคมมีความรู้เพิ่มมากขึ้น เราจะต้องทำความเข้าใจให้มาก



