ข่าว

พท.จี้รบ.ป้องท่านผู้หญิงวิระยาจากเอเอสทีวี

พท.จี้รบ.ป้องท่านผู้หญิงวิระยาจากเอเอสทีวี

06 พ.ค. 2552

เด็กเพื่อไทยร้องกลางสภาจี้รัฐบาลปกป้อง“ท่านผู้หญิงวิระยา” ชี้อย่าทำสองมาตรฐานปล่อยเอเอสทีวีด่า กลุ่ม40ส.ว.จี้ กก.สมานฉันท์ อย่าหมกเม็ดประชุม แนะให้ถ่ายทอดสดประชุมทุกครั้งเพื่อให้สื่อ-ปชช.ตรวจสอบ อ้างกันนักการเมืองใช้เวทีทำร้ายประเทศ กลับหนุนแก้รธน.แต่ต้อ

 (6พ.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ในช่วงเปิดให้สมาชิกหารือ ปรากฎว่า นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย หารือปัญหาการปิดดีทีวีว่า รัฐบาลอย่าทำ 2 มาตรฐาน เพราะกลับให้เอเอสทีวีเปิด และให้ด่าคนเช้าถึงเย็น แม้แต่ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล  ประธานกรรมการเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์  ที่ทำคุณงามความดี สร้างโรงพยาบาลจุฬาฯ และโรงพยาบาลรามาฯ ยังถูกโจมตี รมต.ประจำสำนักนายกฯต้องดูแลเรื่องนี้ ไม่ให้มีการใช้สถานีโทรทัศน์มาโจมตีคนที่ทำคุณงามความดี

 นายบรรพต ตันธีระวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอหารือไปยังศาลรัฐธรรมนูญและนักกฎหมายมหาชน โดยขณะนี้มีความเห็นแตกต่างระหว่างการออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีการเมือง อยากเปรียบเทียบกับคดีทางกระบวนการยุติธรรม ที่ให้ลดโทษได้เมื่อมาถึงระยะเวลาหนึ่ง กรณีนี้หากศาลรัฐธรรมนูญจะใช้วิธีการตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเลขที่ 111 หรือ 109 ที่รับโทษมาแล้วระยะหนึ่ง และได้ทำความดีให้สังคม ก็น่าเป็นเหตุให้บรรเทาโทษได้ อาจให้ลดโทษ 5 ปี เหลือ 2 ปีครึ่ง โดยไม่ต้องออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะไม่มีใครได้ทุกสิ่งทุกอย่างเบ็ดเสร็จ โดยนายชัย กล่าวว่า ตนจะนำเรื่องนี้ไปเสนอต่อคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ต่อไป

40ส.ว.แนะกก.สมานฉันท์ฯให้ถ่ายทอดสด

 ที่รัฐสภา กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน นายอนุศักดิ์ คงมาลัย ส.ว.สรรหา และนายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง ร่วมแถลงหนุนการรณรงค์ หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ความรุนแรง และเรียกร้องให้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 40 คนร่วมเป็นเครือข่ายในการหยุดทำร้ายประเทศไทย โดยนายไพบูลย์กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ซึ่งมีนักการเมืองเป็นกรรมการอยู่จำนวนมาก ขอให้มีมาตราการป้องกันกรรมการบางคนที่จะที่ประชุมกรรมการเป็นเวทีทำร้ายประเทศไทยด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีเหตุผลชัดเจนว่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างไร เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีต้นทุนทางสังคมที่ต้องจ่ายสูงมาก และหากประชุมปิดลับไม่เปิดเผยมีแต่การแถลงมติที่ประชุม ซึ่งจะสร้างความคลางแคลงใจให้กับประชาชน

 นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกครั้งที่มีการประชุมคณะกรรมการฯขอให้กระทำอย่างเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และให้สื่อมวลชน ประชาชนรับรู้ ทุกความเห็นในที่ประชุม โดยขอให้จัดถ่ายภาพบันทึกวีดีโอ และบันทึกเสียงตลอดการประชุม เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจได้รับชม และฟังอย่างเปิดเผย นอกจากนี้ให้เผยแพร่แผ่นซีดีการประชุมอย่างไม่จำกัด รวมทั้งขอให้บันทึกการประชุมเป็นการจดชวเลข และตีพิมพ์เผยแพร่ในเว็ปไซต์ของรัฐสภา เพื่อให้ทราบว่า ผู้ใดเสนออะไร มีความเห็นอย่างไรต่อการศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้กรรมการฯมีส่วนร่วมในการป้องกันการทำร้ายประเทศไทยด้วยการไม่เสนอสิ่งที่จะสร้างความขัดแย้งในสังคมให้มีความรุนแรงมากขึ้น
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงเรียกร้องเฉพาะกรรมการสมานฉันท์ นายไพบูลย์ กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบกรณีเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง เป็นการพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่คณะกรรมการสมานฉันท์จะพิจารณาในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งห่วงว่าจะมีการทำร้ายประเทศไทยอีกในห้องประชุม แต่เมื่อสื่อมวลชนถามมาตนก็ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการสอบการชุมนุมทางการเมืองในลักษณะเดียวกันด้วย

 เมื่อถามต่อว่า กลุ่ม 40 ส.ว.ยังคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ แต่ทั้งนี้ต้องมีเหตุผลว่าแก้เพื่ออะไร เป็นประโยชน์ประเทศชาติหรือกระทบต่อสังคมอย่างไร กระบวนการแก้ไขประชาชนต้องมีส่วนร่วม ไม่ใช่แก้ไขมาตราใดแล้วก็เสนอให้ที่ประชุมสภาลงมติ กลุ่ม 40 ส.ว.เห็นว่า การลงประชามติเป็นสิ่งที่จำเป็นและควรทำ แม้จะต้องเสียงบประมาณกว่า 2 พันล้านแต่ก็เป็นการใช้จ่ายภายในประเทศอีกทั้งถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

สุริยะใสค้านทำประชามติแก้รธน.

 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวแสดงความไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำงานของคณะกรรมการเพื่อความปรองดอง สมานฉันท์ และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ตั้งธงแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการนิรโทษกรรมเป็นประเด็นสำคัญ ว่า วิธีคิดแบบดังกล่าวนี้ถือว่าไม่เข้าใจความขัดแย้งแตกแยกในสังคม แล้วยังหลงทาง ซึ่งจะทำประเทศชาติให้ความแตกแยกขยายตัว เพราะความสมานฉันท์เป็นเรื่องใหญ่กว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการเริ่มต้นและวางกรอบทำงานที่ผิดพลาด ซ้ำร้ายอาจจะทำให้คณะกรรมการปรองดองไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม เพราะทำให้สังคมเข้าใจและหวาดระแวงว่ากรรมการปรองดองมีวาระซ่อนเร้นหรือหวังแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง

 นอกจากนี้ความพยายามเสนอให้มีการจัดลงประชามติว่าเห็นสมควรแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้นยิ่งทำให้ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลายเป็นระเบิดเวลาทางการเมือง คล้ายๆ กับการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 แม้การลงประชามติเป็นหลักการประชาธิปไตยที่ดี แต่ถูกคนบางกลุ่มบิดเบือนหลักการให้กลายเป็นเรื่องเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับระบอบทักษิณหรือการรัฐประหารไปในที่สุด
 
 "ครั้งนี้ก็เช่นกันถ้ามีการลงประชามติสุดท้ายก็จะกลายเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเอาไม่เอาพ.ต.ท.ทักษิณ หรืออำมาตยาธิปไตยไปในที่สุด เสียเวลาและเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น และยังสะท้อนวิธีคิดแบบมักง่ายหรือด่วนสรุปว่ารัฐธรรมนูญเป็นปัญหา ทั้งๆ ที่พฤติกรรมและวัฒนธรรมการเมืองแบบเก่าของบรรดานักการเมืองต่างหากที่สร้างปัญหาและทำร้ายประเทศไทยอยู่ในขณะนี้
 
 นายสุริยะใส กล่าาวต่อไปว่า สิ่งที่ตนอยากให้คณะกรรมการปรองดองตั้งกรอบการทำงานที่กว้างกว่าการรื้อรัฐธรรมนูญ หรือการนิรโทษกรรมเพราะแนวทางปรองดองสมานฉันท์ต้องทำหลายแนวทางควบคู่กันไป โดยเฉพาะการออกแบบการเมืองใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาและมีกระบวนการทำงานที่น่าเชื่อถือกว่านี้ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายด้วยซ้ำ ประการสำคัญกรรมการปรองดองต้องไม่ชี้นำประชาชน ควรเป็นเพียงเจ้าภาพหรือฝ่ายอำนวยการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนให้มากที่สุด ค่อยมาสังเคราะห์และประมวลเป็นข้อสรุปให้ทุกฝ่ายตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง