
'สุรพงษ์'ยินดีรับฉายา'ปึ้งเป้าเป๊ะ'
'สุรพงษ์' ยินดีรับฉายา 'ปึ้ง เป้า เป๊ะ' แจง ยึดความถูกต้อง รอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ท้า 'ฝ่ายค้าน' โชว์หลักฐานหุ้น ปตท.ของ 'ทักษิณ' เผย เมียนมาร์นัดไทย ลงนามสัมปทานก๊าชเอ็ม3 ม.ค.ปีหน้า
27 ธ.ค.54 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงกรณีได้รับการตั้งฉายาโดยสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลว่า 'ปึ้ง เป้า เป๊ะ' ว่า เมื่อสื่อมวลชนให้ฉายามาคงต้องน้อมรับด้วยความยินดีและไม่มีปัญหา โดยถือว่าเป็นเกียรติที่ให้ฉายา ทั้งนี้สื่อมวลชนอาจจะมองมุมมองของสื่อ ตนเชื่อว่าตนได้ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์เพราะตนได้ยึดในความถูกต้อง โดยไม่ได้ทำอะไรที่อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ที่จะทำได้สิ่งใดที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ตนได้ทำในสิ่งนั้นเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์และใช้เวลาสร้างความเข้าใจ สิ่งที่ตนทำหลายเรื่องได้มองประโยชน์ของประเทศเป็นหลักบางเรื่องต้องช้เวลาในการทำความเข้าใจ
ทั้งนี้ยังมีหลายเรื่องที่ตนหนักใจ เช่น กรณีข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะคดีที่อยู่ในศาลยุติธรรมระหว่งประเทศที่ต้องสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นได้ในสังคมไทยโดยยังต้องการความเข้าใจจากคนไทยอย่างมีเหตุผลในเรื่องนี้
'สุรพงษ์'ท้า'ฝ่ายค้าน'โชว์หลักฐานหุ้นปตท.ของ'ทักษิณ'
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล กล่าวถึงการหารือร่วมของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพลังงานกับทางการเมียนมาร์ว่า ล่าสุด ประเทศเมียนมาร์ได้แจ้งมายังกระทรวงพลังงานให้บริษัทปต.จำกัด (มหาชน) ไปลงนามความร่วมมือในการพัฒนาแหล่งก๊าซm-3 ระหว่างวันที่ 5-6 ม.ค. 2555 ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่เนื่องจากสัมปทานด้งกล่าวมีการหารือมานานแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
นายสุรพงษ์กล่าวว่าการที่พรรคฝ่ายค้านพยายามกล่าวหาว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปประเทศเมียนมาร์เพื่อดำเนินการให้มีการลงนามในสัญญาเพราะต้องการผลประโยชน์เนื่องจากถือหุ้นของบริษัทปตท.ฯนั้นไม่เป็นความจริง ขอฝากไปยังพรรคฝ่ายค้านว่า หากมีหลักฐานชัดเจน ตนฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะขอร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ยกผลประโยชน์ทั้งหมดให้กับฝ่ายค้าน ตนขอให้ฝ่ายค้านยุติการพูดจากลักษณะนี้เพราะวันนี้รัฐบาลได้เป็นผู้ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของชาติ
สำหรับแหล่งพลังงานด้งกล่าวเป็นแหล่งพลังงานแหล่งที่สองที่มีการเจรจาความร่วมเพื่อทำการศึกษาเพื่อขอสัมปทานต่อเนื่องโดยได้มีการเจรจากันมานานแล้วแต่ยังไม่ได้ลงนามความร่วมมือโดยหากไม่ดำเนินการประเทศไทยจะเสียโอกาส



