
'ฮอนด้า'โชว์ทำลายรถยนต์น้ำท่วมกว่าพันคัน
ฮอนด้า โชว์ทำลายรถยนต์หรูกว่าพันคันหลังน้ำท่วม เรียกความมั่นใจลูกค้า ยืนยันไม่ย้ายฐานการผลิต
27 ธ.ค. 54 บริษัท ฮอนด้าออโต้โมบิล ประเทศไทย นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มีการเริ่มทำลายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมที่ผ่านมา โดยมีรถยนต์ที่ต้องทำลาย 1055 คัน แบ่งเป็นบริโอ้ 217 คัน แจ๊ช 213 คัน ซิตี้ 353 คัน ชีวิค 150 คัน แอคคอร์ด 91 คัน ซีอาร์-วี 30 คัน และฟรีด 1 คัน โดยมีนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส ผู้บริหารของบริษัท ผู้แทนสถาบันยานยนต์ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม สรรพสามิตจังหวัด และสื่อมวลชนจำนวนมากเป็นสักขีพยาน
ทั้งนี้ ภายในลานมีรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมจำนวนนับพันคันจอดอยู่เต็มลาน โดยพบว่าส่วนใหญ่มีคราบโคลนติดอยู่ทุกคัน ไม่มีการล้างออก และส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ผลิตและพร้อมส่งจำหน่ายทั้งสิ้น โดยทางบริษัทแบ่งการทำลายเป็น 6 ขั้นตอน เริ่มด้วยการถอดชิ้นส่วนด้านบนห้องเครื่องยนต์ มีการถอดฝากระโปรงหน้าออก แวกซ์น้ำยาแอร์ ถอดกรองอากาศ ถอดแบตเตอรี่ จากนั้นขั้นตอนที่สองมีการถ่ายของเหลวทุกอย่างออกจากเครื่องยนต์ ถอดชิ้นส่วนด้านล่าง และถอดเครื่องยนต์ ต่อมาเป็นการถอดชิ้นส่วนพลาสติกที่อยู่ในตัวรถทั้งหมด ถอดโชคอัพ รวมไปถึงล้ออะไหล่
จากนั้น ขั้นตอนที่สี่ เป็นการแยกชิ้นส่วนเครื่องยนต์และเกียร์ ก่อนที่จะทำลายชิ้นส่วนทั้งหมดและบีบอัดตัวถัง ด้วยการใช้รถบีบอัดและเครื่องบีบอัดขนาดใหญ่ที่นำมาจากประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นขั้นตอนสุดท้ายคือการแยกประเภทสิ่งที่ทำลายแล้วเพิ่อนำไปรีไซเคิล ที่สำคัญคือเลขตัวถังที่ต้องมีการบันทึกและมีการแสดงผ่านเวปไซด์ ซึ่งจะมีการแยกชิ้นส่วนที่บีบอัดแล้ว และวัตถุอันตรายไปในจุดทำลายที่เตรียมไว้
นายพิทักษ์ เปิดเผยว่า ขั้นตอนที่ดำเนินการทุกอย่าง อยู่ภายในการดูแลของฝ่ายต่างๆทั้งของฮอนด้าเองและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องของภาครัฐและอุตสาหกรรม ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำชิ้นส่วนต่างๆกลับมาใช้อีก เพื่อความมั่นใจของประชาชนนั่นเอง และที่สำคัญชั้นตอนทำลายทั้งหมดจะอยู่ภายในโรงงาน และไม่มีการนำออกไปทำลายข้างนอก โดยทุกวันก่อนทำลายจะมีเจ้าหน้าที่สรรพสามิตมาตรวจสอบด้วย และหลังจากนี้ไปจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนก.พ.55 โดยมั่นใจจะสามารถดำเนินการผลิตได้ในช่วงเดือนก.พ.55 และจะไม่มีการย้ายฐานการผลิตโดยเด็ดขาด
สำหรับ บริษัท ฮอนด้าออโต้โมบิล ได้ถูกน้ำท่วมตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.54 เป็นเวลานานกว่า 1 เดือน และได้กลับสู่สภาวะปกติเมื่อประมาณวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีกำลังผลิตสูงสุด 240,000 คันต่อปี มีพนักงาน 7,074 คน



