ข่าว

รัฐมนตรีโลก(ไม่)ลืม!

รัฐมนตรีโลก(ไม่)ลืม!

27 ธ.ค. 2554

บทความพิเศษ 'รัฐมนตรีโลก(ไม่)ลืม' โดย 'ผศ.ไพศาล อินทสิงห์' ม.นเรศวร

          กระแสข่าวที่มีการพูดถึงกันมากในระยะนี้ หนีไม่พ้นการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปให้ความสนใจ 

          ถือเป็นเรื่องปกติ ถึงจังหวะเวลาหนึ่งก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง บ้างว่าหลังน้ำลด บ้างว่าหลังปีใหม่ และไม่น้อยคาดเดือนพฤษภาคม 55 

          จะเมื่อไรนั้น คนที่รู้ดีที่สุด คือ นายกรัฐมนตรี

          นับเป็นกลวิธีบริหารอย่างหนึ่ง เพื่อให้โอกาสท่านนายกฯ จัดทัพให้พร้อมรบ(กับงาน)มากขึ้น กอปรกับขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยน มีโจทย์ใหม่ และความต้องการใหม่ที่ต้องอาศัยทีมในการบริหารเชิงกลยุทธ์ให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่เช่นนั้นไม่เป็นผล ไม่ลุล่วง

          ขณะที่ ครม.แข็งแกร่งขึ้นด้วย

          มิให้ประเทศ ประชาชนเสียโอกาส เนื่องมาจากผลงานออกมาไม่ได้ตามเป้า

          โดยผู้อยู่ในข่ายที่คาดว่าจะถูกปรับเปลี่ยน อาจเป็นรัฐมนตรีที่มีปัญหาในการทำงาน รัฐมนตรีที่มีปัญหาความขัดแย้ง

          รวมถึงรัฐมนตรีที่อาจจะทำงานไม่เข้าตา ไม่ค่อยมีผลงาน ประชาชนไม่รู้จัก หรือที่เรียกตามฉายาที่สื่อเคยตั้งให้ว่า รัฐมนตรีโลกลืม

          การปรับเปลี่ยนตรงนี้ อาจมุ่งผลหลายด้าน ทั้งด้านงาน บุคคล ประโยชน์ตอบแทน ผลทางการเมือง ความเหมาะสม ฯลฯ อยู่ที่นายกรัฐมนตรีอีกเช่นกันที่รู้ดีที่สุด

          จะเพื่ออะไรก็ตาม ที่แน่ๆ เป็นอื่นไปไม่ได้ คือ มุ่งหวังผลงานที่สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจของการบริหาร มิเช่นนั้น ก็แข่งไม่ได้

          อย่าลืมว่า เป็นรัฐบาลก็ต้องแข่งเหมือนกัน ขณะที่การบริหารบ้านเมืองวันนี้ไม่ง่าย โลกเปลี่ยน โจทย์เปลี่ยนและซับซ้อนขึ้น ทั้งภายในและต่างประเทศ

          แข่งกับตัวเอง แข่งกับประเทศต่างๆ แข่งกับอาเซียน จนถึงเวทีโลกยิ่งต้องแข่งสูง ทำอย่างไรจึงจะนำประเทศก้าวไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จ

          โดยเฉพาะความสำเร็จในการสร้างผลงานให้ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง มีคุณภาพชีวิต กินดีอยู่ดีและมีความสุข

          อยู่ที่รัฐบาลจะทำได้แค่ไหน ขับเคลื่อนนโยบายอย่างไร ขึ้นกับกระทรวง กรม ทำได้แค่ไหน  แข่งได้เพียงใด

          รัฐมนตรี จึงสำคัญ ในฐานะผู้นำยุคใหม่ 

          เป็นความชอบธรรมของผู้นำรัฐบาลที่ต้องหันมาตรวจสอบ ทบทวน จัดทัพ จัดคน บริหารการเปลี่ยนแปลง และทำทีมให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน  

          การบริหารประเทศวันนี้ จึงเป็นโอกาสและความท้าทาย ทั้งผู้นำกระทรวง องค์กรรัฐ กลไกของรัฐต้องทันเกม ทันสถานการณ์ ทันโลก 

          ที่สำคัญ ทันใจผู้นำรัฐบาล

          แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าทันใจประชาชนที่ขณะนี้ตรวจสอบจับจ้องการทำงานของรัฐบาล กระทรวง กรม และคาดหวังไปไกลแล้ว 

          ถือเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่ดีที่สุด  เดี๋ยวนี้ประชาชนเห็นหมด รับรู้หมดจากสื่อต่างๆ รัฐมนตรี นักการเมืองคนไหน ใครทำงานเป็นอย่างไร มืออาชีพแค่ไหน

          ยิ่งสื่อมีบทบาทนำ ทั้งการทำหน้าที่ และการเข้าถึง  จึงสำคัญไม่น้อยในยุคใหม่โดยเฉพาะสื่อเองก็ต้องแข่งข่าวสารเช่นกัน

          ข่าวสารจากการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล กระทรวงไหนมีผลงานมาก ประเด็นเด็ด ก็มีข่าวออกมาก มีผลงานน้อย ก็มีข่าวออกน้อย

          กระทรวงสำคัญ สื่อสำคัญ แต่เหตุใดกลับพบรัฐมนตรีไม่ค่อยได้เป็นข่าว มีข่าวออกน้อย แม้จะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ กระทั่งประชาชนไม่ค่อยได้รับรู้ผลงานความเคลื่อนไหว ประหนึ่งว่าขาดการติดต่อสื่อสารสาธารณะ

          ดังที่สื่อเคยสะท้อนภาพกระทรวงที่ไม่ค่อยมีผลงานโดดเด่นให้ประชาชน มีข่าวออกน้อย ด้วยฉายาว่า รัฐมนตรีโลกลืม ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว แม้วันนี้ยังมีอยู่ และเป็นที่วิพากษ์ของสังคมพอสมควร 

          น่าสนใจว่าเป็นเพราะเหตุใด

          เป็นเพราะรัฐมนตรีมองข้ามสื่อ ไม่น่าใช่

          เพราะไม่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารประชาสัมพันธ์(พีอาร์)  หรือคิดว่า ไม่จำเป็นต้องบอกใครในเมื่ออาสามาทำงาน

          เป็นเพราะไม่สนใจพีอาร์ ใครจะมองว่าเป็นรัฐมนตรีโลกลืมอย่างไร ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด หรือไม่ต้องการสร้างภาพ ก็ไม่น่าจะใช่อีก

          จะอย่างไรก็ตาม ในมุมมองผู้เขียน ก็มีข้อคิดเห็นอยากพูดคุยอยู่ 3-4 ประเด็นที่จะส่งผลให้รัฐมนตรีโลก(ไม่)ลืม ดังนี้ 

          ประการแรก  ผู้นำกระทรวงต้องเก่งบริหารนโยบาย เก่งสร้างผลงาน มีวิสัยทัศน์ เห็นอะไรก่อนคนอื่นและมองได้เหนือกว่าคนอื่น มองเห็นปัญหาความต้องการของประชาชนก่อนใคร หากเห็นหลังคนอื่น ระวังถูกประชาชนทวงถาม เรียกร้องได้ 

          นั่งกระทรวงเกรด A , B หรือ C ไม่สำคัญเท่ากับสามารถผลักดันงานออกมาเป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้ด้วยมาตรฐานการทำงานที่สูงขึ้น สังคมรู้สึกว่าพึ่งพาได้

          ประการที่ 2  ผลงานอย่างเดียวไม่พอ ต้องเก่งสื่อสารด้วย ทำให้คนรู้จัก มีข่าวออกสื่ออย่างเป็นจังหวะโอกาส เมื่อสร้างผลงานออกมา ต้องสื่อสารออกไป จะเป็นการแถลงข่าวก็ดี การให้สัมภาษณ์ก็ตาม ยิ่งมีผลงานใหม่ๆ ชิ้นใหญ่ๆ ประโยชน์ใหญ่ๆ คนยิ่งจดจำไปนาน ซึ่งเป็นความจำเป็น ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามการสื่อสารประชาสัมพันธ์ และไม่ถือว่า เป็นการสร้างภาพ เพราะเป็นภาพจริงจากผลการทำงานจริง จริงอย่างไรก็จริงอย่างนั้น

          โดยตัวของการประชาสัมพันธ์ เป็นเรื่องบวก เป็นทางสร้างสรรค์ ยิ่งใช้ยิ่งได้ ถ้ารู้ใช้ไม่มีเสีย ผู้เขียนยังไม่เคยพบว่า ใช้การประชาสัมพันธ์แล้วทำให้เสียหาย

          ขอยกคำกล่าวของ ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประสบความสำเร็จสูงกับผลงานจัดระเบียบสังคม เป็นที่กล่าวขานถึงทุกวันนี้ คนยังจำได้ไม่มีลืม “การประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือการประชาสัมพันธ์ในผลงาน”  

           ประการที่ 3  ผู้นำกระทรวงต้องใช้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กระทรวง รุกเผยแพร่ผลงาน รวมทั้งโฆษกกระทรวง ถ้าจำเป็น ควรหาทีมพีอาร์มืออาชีพเข้ามาช่วย และเพื่อให้มั่นใจว่า เอาอยู่ โลกไม่ลืม อาจตั้ง  “คณะกรรมการประชาสัมพันธ์กระทรวง” และหรือ “ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์” ให้ดูเชิงนโยบาย แนวทาง วิธีการพีอาร์ที่เหมาะสม หากทำได้จะมีข่าวรัฐมนตรีปรากฎในสื่อมากขึ้น เป็นผลดีทั้งกระทรวงและประชาชน

          แม้รัฐมนตรีไม่มีเวลาให้ข่าวด้วยตนเอง ก็ไม่เป็นจุดอ่อนด้านพีอาร์ 

          ประการที่ 4  พีอาร์มืออาชีพอย่างไร ก็ไม่เท่ากับมีสื่อหนุน ไม่ใช่การซื้อสื่อ แต่หมายถึง การที่ผู้นำกระทรวงมีสื่อในมือคอยนำเสนอข่าวให้ ซึ่งอาจเป็นพรรคพวกเพื่อนฝูงกัน แค่โทร.หาก็ได้แล้ว

          หรืออาจเคยทำงานร่วมกันมาจนรู้ใจ รู้จักมักคุ้นกัน มีความสัมพันธ์นับถือกัน และสื่อศรัทธาในความตั้งใจทำงานทุ่มเทของรัฐมนตรี มีอะไรที่ช่วยได้ สื่อก็พร้อมจะช่วย และไม่ได้หวังผลตอบแทน

          จะได้ผลสะท้อนภาพรัฐมนตรีโลก(ไม่)ลืมเพียงใด ต้องติดตาม !!

..............

(หมายเหตุ : บทความพิเศษ 'รัฐมนตรีโลก(ไม่)ลืม' โดย 'ผศ.ไพศาล อินทสิงห์' ม.นเรศวร)