
แอฟริกาใช้หนอนแมลงวันเป็นอาหารสัตว์
บริษัทในแอฟริกา ใช้หนอนแมลงวันเป็นอาหารสัตว์ เพื่อตอบสนองความต้องการในโลก
26 ต.ค.54 องค์การอาหารและเกษตรกรรมของสหประชาชาติ ประเมินว่า เกษตรกรต้องเพิ่มการผลิตอาหารอีก 70 เปอร์เซ็นต์ ในอีก 40 ปีข้างหน้า เพื่อให้สามารถสนองความต้องการด้านอาหารสัตว์ของโลก ซึ่งปลาป่นและถั่วเหลือง เป็นอาหารประเภทโปรตีนที่มักใช้ในการเลี้ยงสัตว์อย่างเช่น ไก่และสุกร แต่ปัจจุบันอาหารทั้งสองตัวมีราคาแพงขึ้น เพราะปลามีน้อยลง เช่นเดียวกับพื้นที่เพาะปลูกและน้ำ
ปัจจุบัน มีบริษัทชื่อ อากรีโปรตีน ในแอฟริกาใต้ ได้ใช้วิธีเปลี่ยนขยะของเสียมาเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยกุญแจสำคัญของกระบวนการนี้ คือ แมลงวัน ซึ่งทางบริษัทใช้หนอนแมลงวันเป็นแหล่งโปรตีน ที่จะนำมันกลับสู่ห่วงโซ่อาหาร ด้วยการนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะไก่ และปลา ที่หนอนแมลงวันเป็นส่วนหนึ่งในอาหารธรรมชาติของพวกมัน และบริษัทอากรีโปรตีน ก็เพียงแต่ผลิตมันในเชิงอุตสาหกรรม
หลังจากเลี้ยงแมลงวันโตเต็มวัยไม่กี่วัน ตัวเมียก็จะวางไข่ระหว่างตัวละ 500 - 750 ฟอง ไข่จะถูกรวบรวม ชั่งน้ำหนัก จากนั้น หนอนแมลงวันที่ฟักออกมา จะถูกเลี้ยงด้วยสิ่งที่เหลือทิ้งอย่างเช่น เลือดสัตว์ และขยะ ที่หากทิ้งไป ก็มักเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม จากนั้นหนอนแมลงจะถูกนำไปทำเป็นอาหารสัตว์
นอกจากจะให้พวกมันกินเลือดสุกร ที่ไปรวบรวมมาจากโรงชำแหละสุกรแล้ว ในขั้นของการทดลองก็ยังมีการนำรำข้าวมาให้มันกินด้วย โดยบางครั้งก็ผสมกับเลือด แต่สุดท้าย ก็ตัดสินใจไม่นำรำข้าวมาเลี้ยงพวกมัน เพราะทางบริษัทต้องการให้กระบวนการทั้งหมดเป็นแบบยั่งยืน ขณะที่แมลงวันอาจเป็นพาหะนำโรค แต่หนอนแมลงวันกลับเป็นตัวทำความสะอาด มันช่วยกินเชื้อโรค และโรงพยาบาลบางแห่ง ก็นำมันไปใช้ทำความสะอาดบาดแผล เพราะพวกมันจะช่วยกินเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสัตว์ที่เป็นที่ปรึกษาของอากรีโปรตีน ได้ศึกษาถึงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารสัตว์จากหนอนแมลงวัน เปรียบเทียบกับโปรตีนอาหารสัตว์ทั่วไป พบว่ามันให้ผลที่น่าพอใจมาก โดยในเรื่องของสารอาหารและระบบการย่อยของสัตว์ มันเทียบได้กับปลาป่น และเหนือกว่าถั่วเลืองในทุกด้าน
โรงงานผลิตอาหารสัตว์จากหนอนแมลงวันจะเดินเครื่องเต็มที่ในต้นปีหน้า และมันควรมีกำลังการผลิตหนอนแมลงวันได้ราววันละ 5 - 10 ตัน ปัจจุบัน ผลผลิตที่ได้ถูกนำไปทดสอบในฟาร์มเลี้ยงไก่ และบ่อเลี้ยงปลาของเจ้าของโรงงาน ซึ่งผลตอนนี้ก็ชี้ว่ามันดีพอๆกับปลาป่น ที่เคยใช้กันอยู่ ทางบริษัทบอกว่า นี่คือผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย มันไม่เพียงแต่มาจากธรรมชาติ มันยังเป็นเรื่องของการรีไซเคิล มันช่วยเราให้ผลิตอาหารที่ดีขึ้น ส่วนไก่และปลาก็ชอบมัน
----------
(หมายเหตุ : ที่มา : AP)



