
ศาลปค.ยกคำร้อง'ระงับรื้อ'รีสอร์ทรุกป่า
ศาลปค. ยกคำร้องเอกชน ขอคุ้มครองระงับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจาก อช.ทับลาน ชี้เอกชนเองยอมรับคดีอาญาผิด พ.ร.บ.ป่าสงวน ขณะที่คำสั่งราชการยังไม่ชัดเจนว่าจะออกมิชอบ ส่วนรายอื่นถูกสั่งรื้อแล้ว 48 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.54 นายเสน่ห์ บุญทมานพ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองกลาง เจ้าของสำนวน มีคำสั่งยกคำร้องขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว คดีหมายเลขดำ ส.20/2554 ที่ นายศักดา พิภพศิริรัตน์ , นางปราณี วุฒิกานากร กรรมการผู้จัดการ และบริษัท เอ.บี.พี.เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ยื่นฟ้องหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (ปราจีนบุรี) ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 เรื่องกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย กรณีที่ผู้ถูกฟ้อง มีคำสั่งให้ผู้ฟ้อง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างจากอุทยานแห่งชาติทับลานและทำพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมภายใน 30 ต.ค.54
โดยศาลตรวจพิจารณาคำฟ้องและเอกสารหลักฐานอื่นในสำนวน รวมทั้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายศักดา ผู้ฟ้องที่ 1 , นางปรานี ผู้ฟ้องที่ 2 และ บจก.เอ.บี.พี. ฯ ผู้ฟ้องที่ 3 ถูกยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ข้อหาร่วมกันยึดครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออาศัยอยู่ในที่ดิน แผ้วถาง ทำให้เสื่อมสภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2504 ซึ่งศาลพิพากษาเมื่อปี 2544 ให้จำคุกผู้ฟ้องที่ 1-2 คนละ 1 ปี และปรับผู้ฟ้องทั้งสาม รายละ 75,000 บาท ซึ่งคดีดังกล่าวผู้ฟ้อง เคยให้การรับสารภาพต่อศาลกบินทร์บุรีว่า ได้กระทำตามฟ้อง ขณะที่ชั้นพิจารณาคดีอาญาที่กลุ่มผู้ฟ้องขอให้ศาลรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลจังหวัดกบินทร์บุรีได้วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของผู้ฟ้องทั้งสาม ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า ที่ดินที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติ จึงพิพากษายกร้องขอรื้อฟื้นคดี
ขณะที่ทางไต่สวนของศาลปกครอง ก็ยังฟังไม่ชัดเจนว่าคำสั่งของผู้ถูกฟ้องทั้งสอง ที่ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการจะพิจารณาว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นประเด็นที่ศาลจะแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อวินิจฉัยต่อไป โดยการที่จะให้คำสั่งของผู้ถูกฟ้องทั้งสองยังมีผลบังคับใช้ต่อไป ศาลเห็นว่าไม่เป็นเหตุทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงกับผู้ฟ้อง เนื่องจากผู้ฟ้องอาจขอให้ศาลกำหนดให้ชดใช้ค่าเสียหายแทนได้ ขณะที่ปัจจุบันผู้ถูกฟ้องที่ 1 มีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใกล้ที่ดินพิพาทนี้ไปแล้ว 48 ราย ที่แยกพื้นที่ในเขต จ.ปราจีนบุรี 36 ราย เขต จ.นครราชสีมา 12 ราย ดังนั้นหากศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งผู้ถูกฟ้องทั้งสอง อาจทำให้เกิดปัญหาการโต้แย้งการออกคำสั่งอื่นของผู้ถูกฟ้องที่ 1 ซึ่งจะเป็นอุปสรรคกับการบริหารของรัฐหรือบริการสาธารณะ ศาลจึงมีคำสั่งยกคำร้องขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวของผู้ฟ้อง
----------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว - แฟ้มภาพข่าว)



