
ผู้ตรวจการฯเร่งช่วยเกษตรกรน้ำท่วม
ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ จัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ ช่วยเหลือเกษตรกรตัวจริง ที่ประสบภัยน้ำท่วม หาทางออกรัฐปฏิเสธช่วยเหลือ เหตุไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรด้านพืชก่อนเกิดพิบัติภัย 'ประวิช' เร่งแก้ไข สร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วปท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้เชิญหน่วยงานร่วมประชุม เพื่อหาทางออกในการช่วยเหลือเกษตรกรตัวจริง ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติ แต่ไม่สามารถขึ้นทะเบียน เพื่อขอรับสิทธิความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรด้านพืช ก่อนเกิดพิบัติภัยขึ้น
นายประวิช เปิดเผยว่า เขาพร้อมทีมสอบสวนพิเศษ(เฉพาะกิจ) ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่เร่งดำเนินการตรวจสอบ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือกรณีเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับเหตุอุทกภัย ในพื้นที่ต.เมืองใหม่ อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา โดยได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ตัวแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา นายอำเภอราชสาส์น เกษตรอำเภอราชสาส์น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองใหม่ มาประชุมร่วมกัน ในช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 26 ธ.ค.54 ณ ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนของเกษตรกร ให้คลี่คลายลงโดยเร็ว หลังจากทีมสอบสวนพิเศษของสำนักงานฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ในช่วงเช้าวันเดียวกัน
นายประวิช กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในจ.ฉะเชิงเทราจำนวนหลายราย ที่ได้รับผลกระทบจากการไม่ได้รับสิทธิความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติ ซึ่งกรณีดังกล่าว ผู้ร้องรายหนึ่งได้ร้องเรียนว่า ปัญหาเกิดจากการป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วม กทม. โดยแต่เดิมพื้นที่จ.ฉะเชิงเทราไม่ใช่พื้นที่รับน้ำ แต่เพื่อนโยบายทางราชการ จึงได้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และทำการผันน้ำ ทำให้น้ำเข้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง และส่งผลให้พืชผลในพื้นที่จำนวน 30 ไร่ เกิดความเสียหาย
นายประชิว กล่าวว่า ผู้ร้องเรียนรายนี้ ได้เข้าขอรับความช่วยเหลือ เป็นผู้ประสบภัย ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ แต่กลับถูกปฏิเสธ เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรด้านพืชไว้ล่วงหน้า ก่อนเกิดภัยพิบัติ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ส.ค.54 ทั้ง ๆ ที่เมื่อวันที่ 19 ก.ย.54 กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีหนังสือเวียน และแจ้งให้ทุกจังหวัดดำเนินการขึ้นทะเบียน และปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร โดยไม่มีกำหนดเวลา
"ผู้ร้องเรียนเห็นว่า หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติเช่นนี้ จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย เฉพาะที่ขึ้นทะเบียนก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้น ซึ่งถือว่า เป็นการเลือกปฏิบัติและจำกัดสิทธิของเกษตรกร ซึ่งยังมีเกษตรกรอีกจำนวนมาก ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน เนื่องจากไม่ทราบความชัดเจน และความสำคัญของการขึ้นทะเบียนเกษตรกร"
นายประวิช กล่าวว่า เพื่อหาความชัดเจนและสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงต้องเร่งพิจารณาว่า สามารถให้ความช่วยเหลือได้หรือไม่ และอย่างไร ซึ่งจากการผันน้ำ ทางจ.ฉะเชิงเทรา ได้เตรียมแผนรองรับการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) และตกหล่นไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ทบก.) ไว้อย่างไร
"จะเร่งหาความชัดเจน เพื่อหามาตรการช่วยเหลือ รวมทั้งให้ความเห็นและเสนอแนะแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาทำนองนี้ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งอาจไม่เพียงแค่เฉพาะพื้นที่จ.ฉะเชิงเทราเท่านั้น ที่พบปัญหา ในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ก็อาจพบปัญหาเช่นเดียวกัน"
นายประวิช บอกด้วยว่า ในวันที่ 28 ธ.ค.54 ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจสอบประตูระบายน้ำบางโฉมศรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เพื่อเร่งรัดการซ่อมแซมประตูระบายน้ำที่แตกและเสียหาย ระหว่างการเกิดอุทกภัย รวมทั้งรับทราบปัญหาต่าง ๆ จากหน่วยงาน เพื่อผลักดันกระบวนการซ่อมแซม ประตูระบายน้ำให้เสร็จลงโดยเร็ว เพราะเล็งเห็นปัญหาว่า ประตูระบายน้ำแห่งนี้ เป็นหนึ่งในด่านแรก และเป็นต้นทางของน้ำหากเกิดอุทกภัยอีกครั้ง ซึ่งอาจจะส่งผลเสียหายอย่างที่ผ่านมาได้



