
'ปู'ขอลาหยุดปีใหม่กับครอบครัว3วัน
นายกฯ ร่วมงานเลี้ยงปีใหม่ สื่อฯทำเนียบ เผย ขอลาหยุดปีใหม่กับครอบครัว 3 วัน พร้อมกำชับติดตามสถานการณ์คลื่นยักษ์ถล่มภาคใต้ เตรียมจัดครม.สัญจรเชียงใหม่ กลางเดือนม.ค. 55 เห็นด้วยข้อเสนอ'วุฒิสาร'ร่างรธน.ก่อนทำประชามติ
26 ธ.ค.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 13.30 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมงานเลี้ยงปีใหม่กับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดขึ้นที่บริเวณรอบๆรังนกกระจอก โดยสื่อมวลชนได้นำอาหารหลายชนิดมาจัดเลี้ยงแบบเป็นกันเอง ขณะที่ทีมงานนายกรัฐมนตรีได้นำก๋วยเตี๋ยวปลาและขนมเต้าทึงเย็นจากร้านก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟเยาวราช ซึ่งตั้งอยู่หลังบ้านนายกรัฐมนตรีมาร่วมในงานด้วย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้รับประทานเกาเหลาเย็นตาโฟเส้นปลา น้ำซุปกระดูกหมู ขนมเต้าทึงเย็น ลอดช่องและเต้าทึงเย็นอย่างอร่อย โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ชอบรับทานก๋วยเตี๋ยวร้านนี้เพราะอร่อยดี และรับประทานเป็นประจำ ทั้งนี้ระหว่างรับประทานอาหารนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กลางเดือนมกราคม ปี 2555 จะจัดประชุมคณะรัฐมนตรีที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้กำลังจัดตารางการเดินทาง เนื่องจากมีภารกิจหลายอย่างทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ส่วนวันเด็กนั้นจะให้ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ทำภารกิจที่ทำเนียบแทน เพราะตนเองมาได้แค่เวลาสั้นๆ เนื่องจากต้องเดินทางไปภารกิจที่ต่างจังหวัด ซึ่งน้องไปป์ ก็ตกลงแล้วที่จะปฏิบัติภารกิจต่อแทน อย่างไรก็ตามในช่วงปีใหม่นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยว่า จะขอลาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด 3 วัน ระหว่างวันที่ 1-3 มกราคม 2555 ทั้งนี้ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะขึ้นไปปฏิบัติภารกิจยังตึกไทยคู่ฟ้า ได้ร่วมจับสลากของขวัญปีใหม่กับสื่อมวลชนด้วย โดยนายกรัฐมนตรี ได้นำกระเป๋าเครื่องเขียนมาร่วมจับสลาก
นายกฯ กำชับติดตามสถานการณ์คลื่นยักษ์ถล่มภาคใต้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์คลื่นยักษ์สูงหลายเมตรเข้าถล่มหลายพื้นที่ในจังภาคใต้ ว่า ได้สั่งการตั้งแต่วันที่เกิดเหตุและกำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนทางภาคใต้ ซึ่งวันนี้เราได้ประกาศเขตภัยพิบัติแล้วทั้งสิ้น 6 จังหวัด โดยการประกาศภัยพิบัติในแต่ละจังหวัดนั้น ผู้ว่าฯสามารถใช้งบเงินทดลองฉุกเฉินในส่วนของแต่ละจังหวัดได้ เพื่อจะได้ดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ทันท่วงที ส่วนการเยียวยาด้านต่างๆจะเหมือนเหตุอุทกภัยทางธรรมชาติซึ่งเป็นกฎระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าลักษณะของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นมีความแตกต่างกับสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา จะต้องปรับเปลี่ยนมาตรการการเยียวยาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังสามารถใช้มาตรการเยียวในลักษณะเดิมได้ เพราะการเยียวยาที่ให้เงิน 5 พันบาท จะแบ่งเป็น 2 กรณีด้วยกันคือ 1.เกิดภัยพิบัติฉับพลัน และ 2.กรณีที่มีน้ำท่วมขังเกิน 7 วัน อย่างไรก็ตามในส่วนของงบทดรองฉุกเฉินของผู้ว่าฯ นั้น ตนมั่นใจว่าสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันที แต่ขอให้ดูในเรื่องความเสียหายต่างๆ ขณะเดียวกันได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เมื่อถามว่า จุดใดบ้างที่ต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โดยด่วน นายกฯ กล่าวว่า ในพื้นที่คงให้ทางผู้ว่าฯเป็นผู้เข้าไปดูแลเรื่องการเตือนภัย เพราะพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ริมชายหาดจะพอทราบสถานการณ์อยู่บ้าง เราต้องอยู่ในความไม่ประมาท ส่วนหลักเกณฑ์ความช่วยเหลือจะต้องนำเข้าที่ประชุมครม.ด้วยหรือไม่นั้น ตนคิดว่าในหลักถ้าประกาศเป็นภัยพิบัติแล้วการดูแลในงบฉุกเฉินสามารถทำได้เลย ภายใต้อำนาจของผู้ว่าฯ ที่รองนายกรัฐมนตรีจะเซ็นสั่งการได้ แต่การสำรวจความเสียหายเรื่องเม็ดเงินต่างๆ สามารถสำรวจได้เลยและนำเรื่องเข้า ครม.อีกครั้งเพื่ออนุมัติเงินออกมา
เมื่อถามว่า ได้รับการรายงานสถานการณ์ที่ยังน่าเป็นห่วงเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เท่าที่ทราบยังไม่มีความคืบหน้า และตนจะไปหารือและกำชับในส่วนของคณะกรรมการยุทธศาตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ด้วยอีกส่วนหนึ่งว่า เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้เราจะต้องนำมาให้นักวิชาการหรือคณะกรรมการเข้ามาช่วยวิเคราะห์เพิ่มเติมอีกกรณีหนึ่ง
ส่วนระบบการเตือนภัยคิดว่าทันท่วงทีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในลักษณะของการเตือนภัยยังทันท่วงทีแต่เราต้องนำข้อมูลการเตือนภัยมาวิเคราะห์ร่วมอีกหลายๆเรื่อง และการเตือนภัยครั้งนี้อาจจะเป็นการเตือนที่ฉับพลันไม่ใช่การเตือนล่วงหน้านานๆ ดังนั้นเรายังต้องการข้อมูลบนพื้นฐานที่สำคัญและการวิเคราะห์ ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนข้อมูลการวิเคราะห์การเตือนภัยมาจาก 4 หน่วยงาน และแต่ละหน่วยงานต้องมารวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนอีกครั้ง จึงจะแม่นยำมากกว่า
เมื่อถามถึงการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการวันนี้เป็นในทิศทางเดียวกันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ภาพรวมได้ในทิศทางเดียวกัน แต่การที่จะมารวมศูนย์กลางเพื่อให้เกิดการวิเคราะห์ประมวลอย่างแม่นยำและรวดเร็วนั้น เรายังต้องการทำงานบูรณาการเพิ่มเติม เช่น ในส่วนของพื้นที่ต่างๆเรื่องของสเกลอาจจะยังไม่ตรงกันบ้าง ซึ่งคงต้องนำไปแก้ไข
"นายกฯ"เห็นด้วยข้อเสนอ“วุฒิสาร”ร่างรธน.ก่อนทำประชามติ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เสนอให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญก่อนทำประชามติ ว่า ก็เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งตนได้เรียนถึงจุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลว่า เราจะเร่งด่วนในส่วนของการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน เรามองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่และกลไกของนิติบัญญัติ คือรัฐสภา ซึ่งการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมาจากภาคประชาชนจริง ๆ แล้วค่อยมาตกลงกันว่าจะมีการแก้ไขเนื้อหากันอย่างไร ซึ่งจะต้องถามประชาชนตรงนี้คือขั้นตอนสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวคิดว่ารัฐธรรมนูญวันนี้มีข้อบกพร่องตรงไหนจึงต้องมีการแก้ไข นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรายังไม่ย้ำไปตรงนั้นว่าบกพร่อง ที่จริงแล้วรัฐธรรมนูญปี 2540 และรัฐธรรมนูญปี 2550 มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ที่สำคัญต้องดึงจุดที่แตกต่างนั้นเอามาให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะต้องฟังเสียงประชาชนและความต้องการต่าง ๆ ให้มากขึ้น เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2550 กลไกต่าง ๆ ต้องมาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรไม่เกิดความแตกแยกที่มาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การเมืองไม่ควรจะเข้าไปแทรกแซง ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติเข้าไปร่าง และที่สำคัญต้องมาจากหลายภาคส่วน จากจังหวัดต่าง ๆ ที่มีตัวแทนของประชาชนเข้าร่วมวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นประโยชน์กว่า และการแก้ไขต่าง ๆ นั้นก็ต้องได้ประโยชน์จากเสียงส่วนรวมและประชาชนทั้งประเทศ
เมื่อถามว่า ฉายาที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งให้รู้สึกท้อหรือไม่ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถือว่าเป็นสีสันทางการเมือง ไม่ท้อหรอกค่ะ และไม่รู้สึกโกรธ ถามต่อว่า 4 เดือนที่ผ่านมาออกจากกระดองหรือยัง นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ปูก็เป็นปู เราก็ทำงานของเราให้ดีที่สุด เชื่อว่า 4 เดือนที่ผ่านมา ในช่วง 2-3 เดือนแรกอาจจะมีภารกิจเร่งด่วนในเรื่องของน้ำท่วม ดังนั้นการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ก็ยังทำไม่ได้เต็มที่เท่าที่ควร กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งเราจะพยายามทำหน้าที่อย่างดีที่สุดและเต็มที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนตามที่คาดหวัง



