ข่าว

'อภิสิทธิ์'จี้'นายกฯ'ชัดเจนเรื่องส.ส.ร.

'อภิสิทธิ์'จี้'นายกฯ'ชัดเจนเรื่องส.ส.ร.

26 ธ.ค. 2554

'อภิสิทธิ์' จี้ 'นายกฯ' ต้องชัดเจนเรื่อง ส.ส.ร. ชี้แก้ไขปัญหาของปชช.เป็นหลัก แนะคิดบวกโครงการทวาย ขอความชัดเจน 'รัฐ' ก่อนคิดกู้ 3.5แสนล้านแก้น้ำท่วม ยันไม่เชื่อทำเมกะโปรเจคทัน 6 เดือน แนะวางเป้าฟื้นฟูก่อนกระตุ้นเศรษฐกิจ

          26 ธ.ค.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับฉายาที่สื่อมวลชนตั้งให้กับผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า "หล่อดีเลย์" นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบอย่างอารมณ์ดีว่า ตนโดนตั้งฉายาทุกปีเป็นประเพณีของสื่อสายรัฐสภา และสื่อทำเนียบ ซึ่งตนก็มีหน้าที่รับฟังเท่านั้น

          ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องยอมรับกันว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ได้ระบุเอาไว้ตอนแถลงนโยบายต่อสภาฯ และได้ใช้หาเสียงด้วย ในเรื่องนี้หากรัฐบาลต้องการให้เกิดความชัดเจน นายกฯ ต้องออกมายืนยันว่านโยบายในเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร จะใช้กระบวนการอย่างไร และไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมล้างผิด หากทำอย่างนี้ก็จะได้ดำเนินการไปตามกระบวนการ

          “ถ้าจะแก้ 291 ก็หมายความว่าจะมี ส.ส.ร. ถ้าจะมี ส.ส.ร. ก็ไม่ควรพูดว่าจะไปแก้มาตราไหน เพราะเป็นหน้าที่ ส.ส.ร. ที่จะไปดู ยกเว้นแต่ว่าเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ก็พูดกันให้ชัดไปเลยว่าเวลาตั้ง ส.ส.ร. บางหมวด ยกตัวอย่างมีคนส่วนมากน่าจะเกือบทั้งหมดที่มองว่าหมวดพระมหากษัตริย์ ก็ไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขอะไร ก็อาจระบุว่า ส.ส.ร. สามารถเสนอแก้ตั้งแต่หมวดอื่นเป็นต้นไป แล้วก็ผมคิดว่าพูดให้ชัด ตกลงว่าเรื่องนิรโทษกรรมด้วยวิธีการที่จะพยายามไปลบล้างนั้น มาตรา 309 เป็นอย่างไรกันแน่ ในความเห็นผมมองว่ามาตรา 309 เป็นมาตราที่เป็นบทเฉพาะกาล คือใช้ไปแล้วและจบไปแล้ว ถ้าบอกว่ามันไม่จบแล้วก็ทำให้เกิดคำถามขึ้นมามากมายว่า จากรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 309 ที่บอกว่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้าจะมีรัฐธรรมนูญนี้ เนื่องจากมีการรัฐประหาร ให้ถือว่ามีผล แต่ถ้าบอกว่าไม่มีผล จะไม่ยอมรับอะไรเลยหลังรัฐประหาร ก็แสดงว่าจะไม่รับรัฐธรรมนูญปี 50 ซึ่งก็จะเป็นเรื่องแปลกเพราะมีการทำประชามติรับไปแล้ว และก็จะไล่มาเรื่อยที่คุณสดศรีบอกถ้าอย่างนั้นรัฐบาลชุดนี้ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน เพราะมาจากรัฐประหารเหมือนกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

          โดยนายอภิสิทธิ์ได้ไล่เรียงเหตุการณ์ว่า รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งมาจากรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญก็มาจากรัฐประหาร แม้กระทั่งการตั้ง ส.ส.ร. หากมีคนใช้ตรรกะเดียวกันนี้ ส.ส.ร. ก็มาจากสภาฯ ชุดนี้ สภาชุดนี้มาจากการเลือกตั้ง การเลือกตั้งมาจากรัฐธรรมนูญ แล้วรัฐธรรมนูญก็มาจากรัฐประหาร ดังนั้น ส.ส.ร. ก็ตั้งไม่ได้อีก

          “ผมไม่เข้าใจว่าความพยายามที่พูดถึงบทเฉพาะกาลนั้น โดยอ้างการลบล้างรัฐประหารแล้ว ความจริงต้องการจะลบล้างอะไร แต่เท่าที่ทราบเป้าหมายคือพยายามหาทางที่จะสื่อว่า คตส.นั้นมาจากรัฐประหาร เพราะคตส.เอาข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณทักษิณ และรัฐบาลขณะนั้น มานำเสนอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผมย้ำว่าในอดีตเวลาที่คณะรัฐประหารเข้ามายึดอำนาจแล้วใช้อำนาจทางการบริหาร มีการยึดทรัพย์ อะไรต่างๆ ไม่ได้เป็นกระบวนการที่ผ่านศาล อย่างตอน ปี 34 มีการไปยึดทรัพย์นักการเมืองหลายราย สุดท้ายแล้วนักการเมืองเหล่านั้นไปร้องต่อศาล และศาลตัดสินว่าจะเอาคำสั่งของฝ่ายบริหารไปสั่งยึดทรัพย์ไม่ได้ ก็ต้องคืนทรัพย์สินให้ แต่กรณีการยึดทรัพย์คุณทักษิณนั้น ผ่านกระบวนการของศาล แต่ประเด็นนี้ คตส.ทำหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ศาลไม่จำเป็นต้องเชื่อตามนั้น อย่างกรณีคดีกล้ายาง ศาลตัดสินไม่ตรงกับที่ คตส. หรือ ปปช.ยื่นฟ้องเสมอไป บางกรณีก็ยกฟ้อง ผมว่าเราเอาความจริงมาพูดกันดีกว่าว่าคุณพยายามจะทำอะไร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

          นายอภิสิทธิ์ กล่าว วันที่ 26 ธันวาคม เมื่อ 2547 เป็นวันที่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่จนเกิดสึนามิขึ้น นายอภิสิทธิ์ได้แสดงความเห็นต่อระบบการเตือนภัย และระบบป้องกันภัยจากธรรมชาติว่า สำหรับระบบเตือนภัยจากเหตุการณ์สึนามิทางฝั่งอันดามันนั้น โดยรวมมีระบบแล้ว แต่ปัญหาในขณะนี้เกิดปัญหาคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายให้ข้อมูลและความเห็นว่าการเกิดสึนามิทางฝั่งอ่าวไทยนั้นเกิดขึ้นได้ยาก แต่คลื่นลมแรงนี้ หลายคนในพื้นที่ระบุว่าเป็นเรื่องของฤดูกาล เพียงแต่ครั้งนี้มีความรุนแรง และอาจมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นก็ได้ ดังนั้นพี่น้องประชาชนบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยจะต้องคอยฟังข่าวสาร และเจ้าหน้าที่ต้องเตรียมการด้วย

          “รัฐบาลมีเรื่องยุ่งๆ เยอะ อยากให้มีสมาธิมาแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน จะเห็นว่าการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนถึงปัญหาปากท้อง ปัญหาความขัดแย้งในสังคม แน่นอนผลกระทบจากน้ำท่วมยังคงเป็นปัญหาหลัก เพราะฉะนั้นจึงอยากเห็นฝ่ายการเมือง ก็ไม่อยากระบุแต่รัฐบาล เพราะทุกวันนี้ข่าวที่ออกมาบางทีไม่ได้ออกมาจากทางนายกฯ หรือตัวรัฐมนตรี แต่ออกมาจากพรรคเพื่อไทย ส.ส.บ้าง กลุ่มคนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหลาย ก็จะวนเวียนในเรื่องเหล่านี้ ผมมองว่าเป็นการเสียโอกาสในการแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

          ในช่วงท้ายของรายการนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวถึงโครงการทวายว่า เป็นโครงการที่รัฐบาลพม่าก่อนการเลือกตั้งได้มีการผลักดันมาก โดยนายกรัฐมนตรีของพม่าในขณะนั้นเคยยกแบบจำลองมาที่หัวหิน วันประชุมอาเซียนในประเทศไทย แล้วได้มีการพูดคุยกัน โดยมีรัฐบาลชุดที่แล้วเป็นผู้สนับสนุน โดยเห็นว่าโครงการนี้จะเป็นการเปิดประตูฝั่งอันดามัน ซึ่งในส่วนของประเทศไทยมีธุรกิจท่องเที่ยว หากทำเป็นท่าเรือน้ำลึก อุตสาหกรรมหนักแล้ว ก็ยังหาทำเลที่เหมาะสมไม่ได้ และเห็นว่า ทวาย ห่างจากชายแดนไทยเพียง 100 กว่า กม. เท่านั้น ไทยสามารถใช้ทวายเป็นประตูฝั่งอันดามันได้ รัฐบาลชุดที่แล้วจึงมีแนวทางปรับปรุงทั้งถนน และรถไฟ เพื่อเชื่อมกับทางฝั่งตะวันออกของไทย เพื่อให้ไทยมีทางออกทั้งฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรมหลายอย่างที่อยู่ใน Supply Chain หากไทยมีการร่วมลงทุน หรือมีการเชื่อมโยงกับพม่าก็จะเป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย อีกทั้งเป็นการเชื่อมโยงอาเซียน รวมไปถึงจะเป็นโอกาสในการสร้างงานในพม่า อันจะช่วยลดแรงกดดันในเรื่องแรงงานพม่าในประเทศไทย

          “เราอย่าไปตกใจว่าเพื่อนบ้านเรากำลังจะมีตรงนี้ขึ้นมา ผมว่าเป็นสิ่งที่ดี ขณะเดียวกันการแข่งขันเรื่องการเงิน การลงทุนต่างๆ ก็ต้องมีแน่นอน แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะไปมองว่าดึงไปจากเรา แต่เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเสริมเราด้วย แต่ในแง่ของการเพิ่มพูนขีดความสามารถทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนก็ต้องเดินหน้าทำต่อไป อยู่ที่เราว่าจะใช้ประโยชน์อย่างไร และไม่ให้เราเสียประโยชน์อย่างไร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

          สำหรับแนวคิดในการเลื่อนการเรียนการสอนในประเทศไทย ให้ตรงกับปฏิทินของประชาคมอาเซียน โดยปรับให้ตรงกับประเทศในอาเซียน และยุโรปนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แนวทางตรงนี้ยังไม่มีความชัดเจน หากเป็นการปรับในระดับอุดมศึกษาแล้ว ก็ต้องปรับที่การศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย เพราะการเปิดปิดเทอมก็ส่งต่อกันจากระบบหนึ่งไปอีกระบบหนึ่ง แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากกว่าคือเรื่องที่โรงเรียนจัดเวลาให้นักเรียนมาเรียนชดเชยน้ำท่วม เพราะเห็นว่าเป็นการเรียนที่หนักมากสำหรับเด็กนักเรียน

          “หากกระทรวงศึกษาฯ จะส่งสัญญาณเรื่องการปิดเทอมไปบ้าง เพราะผมดูแล้วเด็กจะล้ามาก ผมก็เลยไม่ทราบว่าไหนก็จะเลื่อนให้ตรงกับอาเซียนอยู่แล้ว ไม่ดูแล้วค่อยปรับกันไปเป็นเรื่องเป็นราวเลย ทำเป็นเรื่องเดียวกันเลย แต่ยังไม่เห็นมีการพูดเรื่องนี้แบบเป็นระบบจริง ๆ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

'มาร์ค'ขอความชัดเจน'รัฐ'ก่อนกู้3.5แสนล้านแก้น้ำท่วม

          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงแผนการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่เตรียมใช้เงิน 3.5 แสนล้านบาทในการแก้ปัญหาน้ำท่วมว่า อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องของรายละเอียดโครงการที่จะดำเนินการ เพราะหากเป็นการใช้จ่ายในเรื่องโครงสร้างสาธารณูปโภคก็ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินจำนวนมากทันที แต่สิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนเป็นอันดับแรกคือ การเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งรัดและไล่ดูแต่ละพื้นที่ ที่ผ่านมาตนเห็นว่ารัฐบาลมีแต่การเสนอขอเงิน แต่กลับไม่มีโครงการจากคนในพื้นที่ไปยังส่วนกลาง ทั้ง ๆ ที่จะเป็นผู้ทราบดีที่สุดว่าปัญหาการระบายน้ำในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างไร ดังนั้นหากใช้วิธีกำหนดโครงการจากบนลงล่างไม่น่าจะพอ เพราะในทางปฏิบัติเมื่อส่วนกลางกำหนดโครงการมายังพื้นที่แต่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและไม่มีความเข้าใจขาดความร่วมมือจากชาวบ้านก็จะเกิดปัญหาการระบายน้ำอยู่ดี จึงอยากให้มีกระบวนการรับฟังข้อเสนอจากแต่ละลุ่มน้ำก่อนที่จะกำหนดเป็นมาตรการแก้ไข

          “ผมไม่เชื่อว่าการประกาศจะใช้เงิน 3.5 แสนล้านบาทจะสามารถแก้ปัญหาน้ำได้ภายใน 6 เดือนก่อนที่น้ำจะมา มันเป็นไปไม่ได้ เพราะโครงการที่ต้องลงทุนก่อสร้างไม่มีทางทำเสร็จภายใน 6 เดือนหรือก่อนถึงฤดูน้ำในปีหน้า แต่สิ่งที่ทำได้ก่อนคือ ปรับปรุงการบริหารจัดการ นี่คือเหตุผลที่ต้องรีบระดมความเห็นจากโครงการในพื้นที่ ซึ่งเป็นโครงการขนาดเล็กหรือการปรับปรุงสภาพพื้นที่บางอย่าง เช่น การรื้อสิ่งกีดขวาง การทำแก้มลิง ขุดรอดคูคลองนาจะทำได้เร็วกว่า และนักลงทุนก็คงจะถามคำถามพื้นฐานว่าถึงเวลาที่น้ำมาในปีหน้า เมื่อเทียบกับปีนี้จะมีความแตกต่างอย่างไร ซึ่งผมยืนยันมาตลอดว่าถ้ารัฐบาลไม่กล้าเผชิญข้อเท็จจริงว่ามีปัญหาในกาารบริหารจัดการน้ำจะสร้างความเชื่อมั่นได้ยากมาก” นายอภิสิทธิ์กล่าว

          โครงสร้างต่าง ๆ ที่รัฐบาลคิดไม่สามารถดำเนินการได้ทัน แต่ถ้ายอมรับว่าจะมีการแก้ปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการที่ผิดพลาด โดยกำหนดให้ชัดเจนว่าจะแก้อย่างไร ก็จะได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนมากกว่า ซึ่งในขณะนี้แนวคิดบางเรื่องกับรัฐบาลก็สอดคล้องกับทิศทางในระยะยาว แต่ยังขาดภาพที่ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะระยะสั้นและกลางคืออะไร จึงต้องเร่งทำให้เกิดความชัดเจนเพื่อมีหลักประกันสร้างความมั่นใจ โดยปัญหาการระบายน้ำสิ่งสำคัญที่สุดและนักลงทุนต้องการฟังมากที่สุดคือ ต้องให้ความมั่นใจได้ว่าการระบายน้ำ ผู้บริหารต้องเชี่ยวชาญเรื่องน้ำ ไม่ใช่บริหารตามนักการเมือง

          ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่รัฐบาลพูดถึงแต่ตัวเลขงบประมาณจำนวนมหาศาล และเตรียมเร่งรัดการใช้จ่ายจะกลายเป็นช่องว่างในการทุจริตหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนว่าเงินจะนำไปใช้ทำอะไร กรอบเวลาในการใช้เงินคืออะไร ถ้าบอกว่าเงิน 3.5 แสนล้านบาทคือ การลงทุนระยะยาวก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องกู้เงินในขณะนี้ แต่ถ้าสมมติว่าต้องใช้เวลา 5 ปีในการทำโครงการก็สามารถกระจายภาระงบประมาณได้ ที่สำคัญคือรัฐบาลยังมีโครงการอีกมากที่ไม่เร่งด่วนแต่กลับไม่มีการทบทวน ทั้ง ๆ ที่ควรนำงบดังกล่าวมาฟื้นฟูประเทศ ทั้งนี้หากเงินไม่ได้ใช้ทันทีก็ไม่มีความจำเป็นต้องกู้เพื่อมาใช้จ่ายใน 4-5 ปีข้างหน้า ดังนั้นต้องมีความชัดเจนว่าจะนำเงินใช้อะไรจึงตอบได้ว่าควรหาแหล่งเงินจากที่ไหนเพราะแค่ในส่วนงบปี 55 ที่กรรมาธิการจะพิจารณาเสร็จในวันพรุ่งนี้ (27 ธ.ค.) ฝ่ายค้านก็ยังมีความไม่สบายใจในเรื่องงบกลาง

          นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องใช้โจทย์เรื่องการฟื้นฟูน้ำท่วมเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และต้องคำนึงถึงผลกระทบน้ำท่วมในระยะยาว ซึ่งหากจะการออก พ.ร.ก.กู้เงินโดยที่ให้คำตอบไม่ได้ว่าเร่งด่วนอย่างไรที่จะใช้เงิน ฝ่ายค้านก็ไม่เห็นด้วย และหากไม่สอดคล้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ อย่างไรก็ตาม จะรอฟังรัฐบาลก่อนว่ามีแนวคิดที่ชัดเจนอย่างไร เพราะตนยังมองว่าสิ่งที่นายวีระพงษ์ รามางกูรเสนอ แทบจะไม่ใช่เรื่องนี้แต่กลายเป็นการพยายามลดตัวเลขหนี้สาธารณะมากกว่า

          ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากที่ได้ฟังนายกฯ และผู้เชี่ยวชาญในรายการรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์พบประชาชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นหรือไม่ว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลบอกว่าจะให้รายละเอียดภายในสิ้นเดือนนี้ก็คงต้องรอดูว่าความชัดเจน จึงจะตอบได้ว่ามั่นใจได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ยังไม่เป็นรูปธรรมเพียงพอ แต่หากยังไม่มีความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ก็จะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยสิ่งที่สำคัญคือเรื่องของการประกันภัย ตนได้เสนอว่ารัฐบาลควรมีองค์กรเพื่อดูแลเรื่องนี้ เพราะขณะนี้มีปัญหาเรื่องบริษัทไม่กล้ารับประกันภัยต่อ หรือถ้ารับประกันภัยก็จะกำหนดเบี้ยประกันภัยสูงมาก ขณะที่กองทุนที่รัฐบาลจะตั้งขึ้นก็ยังไม่เกิด จึงต้องเร่งทำความชัดเจนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น โดยกองทุนควรต้องมีอยู่แล้วแต่ตัวองค์กรก็มีความสำคัญที่จะต้องมีความชัดเจนในเรื่องการบริหารจัดการ เพราะต้องการมืออาชีพเข้ามาบริหารเรื่องนี้ รวมทั้งระบบการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศและการทำแบบจำลองเส้นทางน้ำ เพื่อจะได้ประเมินสภาพปัญหาและเตรียมมาตรการรองรับได้อย่างแม่นยำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถทำได้ทันที