ข่าว

ถกยาวโยกย้ายตร.-ผบก.ป.ยังไม่นิ่ง

ถกยาวโยกย้ายตร.-ผบก.ป.ยังไม่นิ่ง

25 ธ.ค. 2554

"เฉลิม"นั่งหัวโต๊ะ ก.ตร.ถกโผนายพลเล็ก ระดับรองผบช.-ผบก.กว่า100 ตำแหน่ง กินเวลากว่า 10 ชม. ที่ประชุมถกวุ่นหลายตำแหน่ง เฉพาะผบก.ป.ถกวุ่น ไม่ลงตัว เหตุสายเพื่อไทยจ้องนำเด็กตัวเองเสียบแทน นครบาลขั้วอำนาจใหม่ยึดตำแหน่งหลักเกลี้ยง เผยส่วนใหญ่ ก.ตร.เคาะตามรายชื่

              เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 ธันวาคม ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นประธานประชุมวาระการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ถึงระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) วาระประจำปี 2554 โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รองผบ.ตร.และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
 
               ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวก่อนประชุมว่า การประชุม ก.ตร.ครั้งนี้จะใช้หลักการพิจารณาตามความอาวุโส 33% และความเหมาะสม การแต่งตั้งครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการส่งรายชื่อให้ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาก่อนวันประชุมจริง 3 วัน ซึ่งเห็นว่าดี เนื่องจากต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ
 
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมก.ตร.ในช่วงแรกเป็นการถกเถียงกันหลายประเด็นโดย พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้พูดถึงการที่การเมืองเข้ามาล้วงลูกการแต่งตั้ง ซึ่งได้มีการชี้แจงจนกระทั่งยุติประเด็นนี้ไป ทางก.ตร.ผู้ทรงคุณสุฒิก็พูดถึงประเด็นเดิม ที่บอกว่ารองผบ.ตร.ซึ่งเป็นบอร์ดกลั่นกรองไม่สามารถเข้าพิจารณาในก.ตร.ใหญ่ได้ จนมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนการประชุม แม้ว่าเรื่องนี้ทางกฤษฎีกาจะชี้มาแล้วว่าสามารถเข้าก.ตร.ได้ ทำให้นายวิษณุ เครืองาม ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ บอกให้ครั้งนี้ให้ผ่านไปก่อน จึงได้ยุติการอภิปรายและเริ่มการประชุมแต่งตั้ง
 
               โดยเริ่มวาระแต่งตั้งเวลาประมาณ 16.30น. หน่วยแรกที่พิจารณาคือ ตำแหน่งแพทย์เปิดใหม่ในโรงพยาบาลตำรวจ จากนั้นมีการพิจารณาตำแหน่งพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. ไป บช.ศ. ทั้งมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางถึงคุณสมบัติ พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบก.สถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โยกข้ามหน่วยเป็น ผบก.ตม.2 (สุวรรณภูมิ) พล.ต.ต.โชติกร ศรีมันตร ผบก.อก.บช.ศ. เป็น ผบก.พฐก. พล.ต.ต.พอพล สุขไพบูลย์ ผบก.กองวินัย เป็น ผบก.อก.บช.ศ.  พ.ต.อ.มณฑลทัฬห์ บุนนาค ผกก.สำนักการศึกษาและประกันคุณภาพ ขึ้นเป็น ผบก.นรป. พล.ต.ต.ธนัท วงศ์สุวรรณ ผบก.วิทยาลัยการตำรวจ เป็น รองผบช.สยศ.ตร. 
 
               รายงานข่าวแจ้งว่า การแต่งตั้งครั้งนี้มีหลายตำแหน่งที่ต้องใช้การโหวต แต่รองผบ.ตร.ทุกคนเห็นด้วยตามบัญชีที่เสนอเข้าไป เช่น กรณีพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น.ที่ถูกโยกเป็นรองผบช.ศ.ก็มีการถกเถียงและโหวต ปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ยึดตามบัญชีที่ผบ.ตร.เสนอไป
 
               สำหรับรายชื่อที่ผ่านบอร์ดกลั่นกรองเสนอให้ก.ตร.พิจารณา สำคัญ อาทิ ในบช.ก. พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ รองผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบก.ตม.5 พล.ต.ต.ณรงค์ ศิวาพาณิช รองผบช.ภ.7 ขณะที่ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. ซึ่งมีปัญหากรณีร้องเรียนเรื่องสิทธิ์ทวีคูณ จนทำให้ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผบช.ภ.1 ยังคงอยู่ที่เดิม
 
               พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบก.รน. เป็น ผบก.ปคม. พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล ผบก.ประจำ บช.ก. เป็น ผบก.ปอท. พ.ต.อ.บุญสืบ ไพรเถื่อน รองผบก.ปอศ. ขึ้นเป็น ผบก.รน. พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รองผบก.ป. เป็น ผบก.ปทส. พ.ต.อ.ธนังค์ บุรานนท์ รองผบก.อก.บช.ก. (นรต.35) คนสนิท พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. เป็น ผบก.รฟ. ส่วนตำแหน่ง ผบก.ป. คาดว่าจะมีการถกเถียงกันยาวนาน เนื่องจากก.ตร.บางส่วนต้องการให้ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.ภ.3 มานั่งในตำแหน่งนี้
 
               สำหรับ บช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.พิสิษฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก. (นรต.32) ร่วมรุ่น ผบช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ (นรต.34) ผบก.สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน สำนักงานกฎหมายและคดี (กมค.ตร.) พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ (นรต.37) รอง ผบช.ปส. อดีตนายเวร พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ต.มานิตย์ วงศ์สมบูรณ์ ผบก.การสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.ตร.) อดีต ผบก.น.1 (นรต.27) ซึ่งเคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดกรณีสลายการชุมนุมเสื้อเหลือง พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง กลับถิ่นเก่า เป็น รอง ผบช.น.
 
               ส่วนผบก.ใน บช.น.มีการแต่งตั้ง พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รอง ผบก.น.4 ขึ้น ผบก.น.1 แทน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ที่ขึ้นเป็นรองผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.ยุทธศาสตร์ บช.น. อดีต ผบก.น.7 มีความใกล้ชิดกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร โยกมาเป็น ผบก.น.2 พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 เป็น ผบก.น.3 พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี ผบก.สส.ศชต. (นรต.34) ได้แรงหนุนจากนายยงยุทธ ติยะไพรัช โยกเป็น ผบก.น.4 พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว ผบก.ศฝร.ภ.6 ลูกน้องเก่า พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ อดีต รองผบ.ตร. เป็น ผบก.น.5 ฯลฯ
 
               พ.ต.อ.วัลลภ ประทุมเมือง รอง ผบก.น.9 สายตรง ร.ต.อ.เฉลิม ขึ้น ผบก.น.6 พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร ผบก.อก.บช.ส. ลูกน้องเก่า พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต เป็น ผบก.น.7 พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี ผบก.อก.ภ.7 (นรต.35) ลูกน้อง พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. อดีตรองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เคยดูแลบ้านอดีตนายกฯทักษิณ เป็น ผบก.น.8 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบก.น.6 (นรต.38) ขึ้น ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สมชาย มุสิกเจริญ รองผบก.น.8 เป็น ผบก.อก.บช.น. ฯลฯ
 
               นอกจากนั้นเป็นบัญชีรายชื่อของ บช.ภ.1-9 คาดว่ามีการพิจารณาอย่างเข้มข้นจนถึงดึก โดยเวลา 19.30 น. ก.ตร.ได้พักรับประทานอาหารค่ำ 1 ชั่วโมง ก่อนเริ่มประชุมอีกครั้งในเวลา 20.30 น.