ข่าว

สถานการณ์ความมั่นคงอาเซียน ปี 2555

สถานการณ์ความมั่นคงอาเซียน ปี 2555

26 ธ.ค. 2554

สถานการณ์ความมั่นคงอาเซียนปี2555 : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น www.facebook.com/ruarob.muangman

             เป็นปีที่เจ็ดติดต่อกันแล้วที่ช่วงปลายปีต่อต้นปี จะมีการนำเสนอบทความสี่ตอน วิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มของโลกในปีหน้า แบ่งออกเป็นภูมิภาคอาเซียน เอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยบทความชิ้นนี้จะเป็นตอนแรกโดยประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงของอาเซียนในปี 2555
 
               ฝันไกลของอาเซียนในการบูรณาการตนเองให้กลายเป็นประชาคมที่สมบูรณ์พร้อมในสามเสาหลักภายในอีกสามปีข้างหน้านั้นจะเป็นปฏิกิริยาเร่งให้แต่ละชาติปรับตัวภายในให้เจริญรุดหน้าและมีความร่วมมือต่อเชื่อมภายนอก โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด ก่อให้เกิดพัฒนาการในเชิงบวกในมิติต่างๆ ของภูมิภาค การทวีกิจกรรมด้านการทูตฝ่ายความมั่นคงในภูมิภาคมีส่วนในการลดความตึงเครียดจากการที่อเมริกาเข้าแทรกแซงแย่งชิงมิตรแข่งกับจีน จริงอยู่ที่ปัญหาทะเลจีนใต้ในปี 2555 จะยังคุกรุ่น แต่เวียดนามกับฟิลิปปินส์ก็น่าจะยังเล่นบท “เดี๋ยวดี เดี๋ยวแข็ง” กับจีนได้อย่างมีชั้นเชิง โดยไม่เกิดความรุนแรงจนควบคุมไม่ได้ เช่นเดียวกับความไม่สงบตามแนวชายแดนพม่า-ไทยและไทย-กัมพูชา ก็น่าจะลดน้อยลงเช่นกัน
 
               พม่ากำลังเป็นดาวเด่นในที่มหาอำนาจกำลังพยายามเข้าเกาะเกี่ยว ถนนทุกสายที่มุ่งสู่พม่าจะลดทอนโอกาสสงครามภายใน และเพิ่มโอกาสให้แก่ไทยในฐานะเพื่อนบ้านใกล้ชิดที่น่าจะเร็วพอในการคว้าผลประโยชน์จากบรรยากาศสันติภาพในปี 2555 ออง ซาน ซูจีและพรรคของเธอคงเข้าสภาได้จากการเลือกตั้งซ่อมและคงเป็นฝ่ายค้านที่ไม่บ้าเอาแต่อาฆาต ป่วนการเมืองในชาติ จนทำให้ประเทศตนเองเดินไปไม่ถึงไหน การประสานระหว่างทหารกับซูจีจะทำให้พม่าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ส่วนเสถียรภาพในลาว เวียดนามและกัมพูชานั้นก็จะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้แก่กลุ่มประเทศอาเซียนใหม่และสร้างความมั่นคงแก่ลุ่มแม่น้ำโขงเป็นอย่างมาก
 
               อินโดนีเซียซึ่งทหารเลิกครอบงำการเมืองอย่างเด็ดขาดกำลังอยู่ในช่วงรุ่งเรือง สมค่ากับการผลักดันของสหรัฐ มาเลเซียกับสิงคโปร์ยังไม่ถือว่าโดดเด่นนักในปี 55 เพราะอยู่ในช่วงปรับตัวยอมรับความหลากหลายของแนวคิดที่กำลังทลายกำแพงหินของการเมืองที่พรรครัฐบาลเคยผูกขาด ความไม่สงบในฟิลิปปินส์ยังคงกัดกร่อนประเทศนี้ต่อไปและต้องรอให้มีผู้นำที่เก่งกว่าปัจจุบันมาบริหารประเทศ บรูไน จะน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ ส่วนไทยนั้น แม้ว่าอาจเจอวิกฤติน้ำอีกครั้ง แต่ก็ไม่ใช่คนป่วยแห่งอาเซียนอีกต่อไปแล้ว