
กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ "บ้านหวาย" อีกก้าวหมู่บ้านพอเพียงต้นแบบ
การทำงานแบบบูรณาการสร้างความสมานฉันท์สามัคคี สู่ความอยู่ดีมีสุข ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้หมู่บ้านหวาย ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร วันนี้ กลายเป็นชุมชนต้นแบบของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน
วีระวัฒน์ วงศ์ว่องไว นายอำเภอเลิงนกทา เล่าว่า หลังมารับตำแหน่งเมื่อปลายปี 2547 ก็มีนโยบายเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการประชุมร่วมกันเพื่อให้ฝ่ายท้องที่คือกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน กับฝ่ายท้องถิ่นคือผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกท้องถิ่น ได้ร่วมกันปรึกษาหารือกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน รวมถึงการร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงทีและตรงเป้าหมาย
จากนโยบายที่กำหนดเป็นแนวทางในการบูรณาการทำงานร่วมกัน อำเภอเลิงนกทาได้นำมาเป็นแนวทางปฏิบัติงานในพื้นที่อำเภอมาอย่างต่อเนื่อง คือการจัดการประชุมบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้านกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นประจำทุกเดือน ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 จนปัจจุบัน
"ความสำเร็จของการทำงานแบบบูรณาการทั้งด้านการพัฒนาพื้นที่และการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน สิ่งที่เป็นความสำเร็จควบคู่กันคือ การเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน เกิดความสมานฉันท์ สามัคคีในหมู่พี่น้องประชาชน นำความสงบเรียบร้อยเกิดขึ้นในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญได้ผลมาจากความสมานฉันท์ สามัคคี คือ การรวมกลุ่มของพี่น้องประชาชนเพื่อทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และนำรายได้มาสู่ครอบครัวและชุมชน" นายอำเภอเลิงนกทาย้อนที่มา
ปรารถนา กิ่งชัยภูมิ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.สามัคคี บอกว่า นับตั้งแต่รัฐบาลและกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้น้อมนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นนโยบายหลักในการพัฒนาประเทศเพื่อส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิตส่งผลให้ขณะนี้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีการรวมกลุ่มกันเพื่อทำอาชีพตามที่ตัวเองถนัด ขณะนี้มีอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ กลุ่มปลูกผักสวนครัว กลุ่มทอผ้า ทอเสื่อกก กลุ่มทำปลาดุกเส้น กลุ่มซิ้นหลอด (เนื้อแห้ง/เนื้อแดดเดียว) กลุ่มทำลวดหนาม กลุ่มทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ กลุ่มนกทาแขวน เป็นต้น
ด้าน สำรอง อำพนพงษ์ กำนันตำบลสามัคคี ในฐานะประธานกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเผยถึงแนวคิดในการรวมกลุ่มกันทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ โดยเริ่มจากชาวบ้านตระหนักถึงปัญหาจากการใช้ปุ๋ยเคมีในการทำการเกษตร ซึ่งนับวันจะมีราคาสูงมากขึ้นและยังทำให้สภาพดินเสื่อมด้วยส่งผลให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นผลผลิตที่ขึ้นชื่อของพื้นที่แห่งนี้ ที่สำคัญทำให้สามารถลดรายจ่ายด้านต้นทุนในการเกษตรลดลง มีรายได้จากการขายผลผลิตได้มากขึ้น
"ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทางกลุ่มทำขึ้นมานั้น ส่วนใหญ่จะใช้กันเองในหมู่บ้าน คือกลุ่มอาชีพต่างๆ ใน ต.สามัคคีนั้น ผลผลิตส่วนใหญ่จะใช้กันเองในหมู่บ้าน แต่ถ้ามีเหลือก็จะส่งขายข้างนอก อย่างเช่นปุ๋ยอินทรีย์ หากคนในหมู่บ้านต้องการก็มาซื้อได้ที่นี่ จะขายในราคาต้นทุน ถ้าใครอยากรับประทานผัก ก็ไปหาซื้อได้ที่กลุ่มปลูกผักสวนครัว ต้องการลวดหนามก็ไปสั่งทำได้ที่กลุ่มลวดหนาม คือในตำบลเรานี้มี (เกือบ) ครบทุกอย่างที่จะใช้ในชีวิตประจำวัน" กำนันคนเดิม กล่าว
การทำงานเชิงบูรณาการของชุมชนหมู่บ้านหวาย ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร จึงนับเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการรวมเป็นกลุ่มอาชีพที่หลากหลายที่มาจากความรู้รักสามัคคีของคนในหมู่บ้านเป็นสำคัญนั่นเอง
"สุรัตน์ อัตตะ"



