
ยิงนายกอบจ.สมุทรสาครดับคาปั๊ม
มือพระกาฬยิง "อุดร ไกรวัตนุสสรณ์" นายก อบจ.สมุทรสาคร ดับสยองคาปั๊มน้ำมันย่าน ถ.เศรษฐกิจ บุกฆ่าลูกชายกำนันดัง หลานอดีต ส.ส.เมืองกาญจน์ ศพสยองคาร้านขายของชำ ถูกมัดมือไพล่หลัง มัดเท้าด้วยสายไฟ อีกรายลูกชายเศรษฐีไร่อ้อย1,000ไร่ถูกรถทับไฟเผาดับปริศนา
เหตุสังหารนายก อบจ.ลูกนักการเมืองชื่อดังรายนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. โดย พ.ต.อ.จำแลง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า เกิดเหตุคนร้ายยิง นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร และดำรงตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอลสมุทรสาครเอฟซี ซึ่งเป็นบุตรของ นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ เสียชีวิตภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ริมถนนเศรษฐกิจ จ.สมุทรสาคร โดยจากรูปการณ์ คาดว่าคนร้ายติดตามรถของนายอุดรมาก่อนหน้านี้แล้ว กระทั่งนายอุดรได้คนขับรถเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันเพื่อเข้าห้องน้ำ หลังจากที่คนขับรถถอยหลังเข้าที่จอด นายอุดรเดินลงจากรถเพื่อเข้าห้องน้ำ คนร้ายสบโอกาส จึงเดินตามไปประกบยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด กระสุนเจาะเข้าตามร่างกายจำนวน 6 นัด เสียชีวิตใกล้ห้องน้ำดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งติดตามคนร้าย
พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินสร ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวแล้ว โดยตนเดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่กรุงเทพฯ และอยู่ระหว่างเดินทางกลับไปร่วมตรวจที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้พ.ต.ท.โยธิน เธียรสุขสันต์ สว.เวร สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมือง พ.ต.อ.ชัยชาญ ปุระธนานนท์ ผกก.กลุ่มงานสืบสวน (สส.) ภ.จว.สมุทรสาคร ได้รุดไปตรวจสอบเหตุคนดังถูกยิงเสียชีวิตในปั้มน้ำมัน ปตท.ริมถนนเศรษฐกิจ ตรงข้ามห้างบิ๊กซี สาขาคลองครุ ม.7 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าห้องน้ำของปั้มดังกล่าวเจ้าหน้าที่พบศพนายอุดรนอนเสียชีวิตจมกองเลือดในสภาพสวมเสื้อซาฟารี ชุดสีน้ำเงิน จากการสอบตรวจพบที่บริเวณศีรษะ มีเลือดกองใหญ่ท่วมใบหน้า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบปลอกกระสุนปืน ขนาด .40 มม.ตกเกลื่อนทั้งปลอกและหัวกระสุนราว 10 นัด ติดกับท้ายรถหมายเลขทะเบียน กก-2424 สค.ซึ่งเป็นรถของผู้ตาย เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้จึงประสานแพทย์โรงพยาบาลสมุทรสาคร ช่วยสำรวจร่องรอยบาดแผลในที่เกิดเหตุพบนายทองพูน พนาราบ ชาวตำบลโคกขาม คนขับรถประจำตัวผู้ตาย ยืนร้องไห้รอให้การกับเจ้าหน้าที่
นายทองพูน กล่าวว่า เป็นคนขับรถให้กับผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุตนตนกับผู้ตายเดินทางไปร่วมงานแต่งงานที่ ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ก่อนจะเดินทางไปร่วมงานศพชาวบ้านที่วัดนางสาว ต.ท่าไม้ อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ขับรถเข้าทำธุระห้องน้ำของปั๊มดังกล่าว โดยนายอุดรเดินลงไปคนเดียวขณะที่ตนนั่งรออยู่ในรถ ต่อมาก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จากนั้นตนได้รีบลงจากรถไปดูก็พบว่านายอุดรถูกยิงล้มลงไปนอนกองกับพื้นแล้วจึงโทรแจ้งตำรวจ เบื้องต้นไม่ทราบเหตุปมถูกยิงแน่ชัด และยืนยันไม่มีเรื่องวิวาทร้ายแรงกับใครมาก่อนหน้า
จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายใช้กระบะโตโยต้า สีทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 2 มือปืนและคนขับ ซึ่งอาศัยขับติดตามมาจอดรอใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนลงมือยิงนายอุดรแล้วรีบขึ้นรถคันดังกล่าวหลบหนีไป ทั้งนี้พยานจำได้เพียงรูปร่างสันทัด สวมเสื้อลักษณะซาฟารี น้ำเงินเข้ม คล้ายผู้ตาย ส่วนศพของ นายก อบจ.ได้นำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อพิสูจน์ต่อไป
สำหรับนายอุดร เป็นบุตรชายคนโตของนายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งนายอุดร เป็นนายก อบจ.มาแล้ว 2 สมัย และกำลังจะครบวาระวาระในเดือนเมษายน 2555
ปลัดแตคาดปมการเมืองท้องถิ่นยิงพี่ชาย
นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ (อดีต ส.ส.111) ที่ปรึกษาสภาหอการค้า จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า สาเหตุส่วนตัวคาดว่าน่าจะมีปัญหาด้านการเมืองเป็นน้ำหนักมากที่สุด ทั้งนี้ผู้ตายประกาศลงรักษาเก้าอี้นายก อบจ.ต่ออีกสมัย และล่าสุดกำลังลงพื้นที่ตลอด ไม่ว่าช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามต้องให้เจ้าหน้าที่สอบหารายละเอียดก่อน เพื่อประเด็นอื่นๆ ด้วย พร้อมกันนี้เข้าใจว่าสำหรับอายุ อบจ.สมุทรสาคร ใกล้จะครบวาระลงประมาณ 18 เดือน พ.ค.ปี 2555 ซึ่งเหตุการณ์ประกบยิงนี้ผูใกล้ชิดและร่วมงานต่างเสียใจจำนวนมาก
บุกฆ่าหลานอดีตส.ส.เมืองกาญจน์
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ธ.ค.54 พ.ต.ท.ศิริ สุขสวาท พงส.(สบ.2) สภ.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รับแจ้งเหตุว่า พบศพถูกฆ่าตายภายในร้านขายของชำไม่มีชื่อ เลขที่ 4/5 หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานิตย์ จำลองรักษ์ รอง ผบก. พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ ผกก.สภ.ท่าม่วง พ.ต.ท.ชานุ ชินินทร รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ธนบดี บุญพา นักวิทยาศาสตร์ (สบ.2) สนง.พิสูจน์หลักฐาน จังหวัดกาญจนบุรี แพทย์เวร รพ.ท่าม่วง และมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ กาญจนบุรี
บริเวณที่เกิดเหตุ เป็นร้านขายของชำครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว ตั้งอยู่ริมถนนสายบ้านใหม่-ท่าม่วง ประตูร้านเป็นประตูแบบประตูเหล็กปิดเข้าหากัน ตำรวจกั้นที่เกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานหาหลักฐานอย่างละเอียดราว 1 ชม. จึงให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพทำข่าว พบศพชายนอนคว่ำหน้าบนเตียงภายในบ้าน สภาพศพถูกมัดมือไพล่หลัง มัดเท้าด้วยสายไฟสีขาว เลือดออกจมูก มีผ้าห่มห่มที่ศีรษะ ผู้ตายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว แจ็กเกตสีเขียวขี้ม้าสวมทับ สวมกางเกงขายาวสีขาว สภาพศพเริ่มแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง
ในเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า เมื่อคืนก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ผู้ตายนอนเฝ้าร้านตามปกติ ซึ่งจะเป็นคนเฝ้าร้านประจำ เนื่องจากกลางคืนมักมีคนมาซื้อของก็จะสามารถเรียกได้ คนร้ายจึงอาศัยจังหวะที่ผู้ตายนอนในร้าน ก่อเหตุโดยใช้กำลังจับผู้ตายมัดมือไพล่หลังและมัดเท้าด้วยสายไฟฟ้า จากนั้นจับหน้าผู้ตายคว่ำกดกับหมอนจนเสียชีวิต กระทั่งเวลาประมาณ 08.30 น. นายสุชาติ ทองเชื้อ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 253 หมู่ 1 ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ลูกค้าประจำร้านผู้ตายมาซื้อยาดอง และตะโกนเรียก แต่ไม่มีใครออกมา เห็นประตูเหล็กเปิดแง้มอยู่ จึงเข้าไปดูจึงพบศพดังกล่าว
สอบสวนทราบชื่อผู้ตาย คือ นายนิพัฒน์ หรือ พัฒน์ จีนาภักดิ์ อายุ 48 ปี จบการศึกษาชั้นปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยทำงานอยู่โรงงานน้ำตาลวังขนาย ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายไร่ แต่สุดท้ายลาออกมาเปิดร้านขายของชำของตัวเอง โดยนายนิพัฒน์เป็นลูกชายของนายประมวล จีนาภักดิ์ อายุ 73 ปี หรือกำนันมวล อดีตกำนัน ต.บ้านใหม่ ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในจังหวัดกาญจนบุรี และนายประมวล ยังเป็นพี่ชายของนักการเมืองระดับประเทศ และระดับท้องถิ่นอีกหลายคน อาทิ นายสันทัด จีนาภักดิ์ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี หลายสมัย นายไตรรงค์ จีนาภักดิ์ อดีต ส.อบจ. กาญจนบุรี นายทรงศักดิ์ จีนาภักดิ์ นายก อบต.บ้านใหม่ และนายสมบัติ จีนาภักดิ์ อดีตนายก อบต. บ้านใหม่อีกด้วย ซึ่งผู้ตายจึงมีฐานะเป็นหลานของนักการเมืองคนดัง
จากการตรวจสอบพบว่า ภายในร้านข้าวของถูกรื้อกระจุยกระจาย รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีฟ้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหายไป 1 คัน ห่างจากร้านที่เกิดเหตุราว 20 เมตร มีร้านซ่อมรถจักรยานยนต์และร้านปะยาง โดยมี นายไพ ชาวพม่า อายุประมาณ 40 ปีเศษ เป็นเจ้าของร้าน และเพิ่งพ้นโทษออกจากคุกในคดีรับของโจร เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.54 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ นายไพ ปิดร้านหายตัวไปไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งตำรวจกำลังติดตามตัวมาสอบสวน เนื่องจากได้ข้อมูลมาว่า นายไพ เคยลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับภรรยาชาวพม่าของผู้ตาย หลังจากนายไพถูกดำเนินคดีและเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ผู้ตายก็เลิกรากับภรรยาสาวชาวพม่าที่มีลูกด้วยกัน เมื่อนายไพกลับมา โดยนายไพกับผู้ตายเคยมีคดีรับซื้อของโจรด้วยกัน แต่ผู้ตายสู้คดีได้ ส่วนนายไพถูกโทษจำคุก อาจเป็นสาเหตุให้นายไพโกรธแค้น เมื่อพ้นโทษออกมา ก็หาโอกาสมาลงมือดังกล่าว ซึ่งจะเร่งติดตามตัวมาสอบสวน
ล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 ได้เดินทางมายัง สภ.ท่าม่วง พร้อมเรียกประชุมชุดสืบสวน อาทิ พ.ต.อ.มานิตย์ จำลองรักษ์ รอง ผบก. พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ ผกก.สภ.ท่าม่วง พ.ต.ท.ชานุ ชินินทร รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.เวช พิสูตร์ ช่วยราชการ กสส.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.ท.พิระพจน์ ระหว่างบ้าน รอง ผกก. สส.ภ.จว.กาญจนบุรี เพื่อเร่งรัดติดตามคดี โดยกำชับให้เร่งตามตัวนายไพ มาสอบสวน เนื่องจากเข้าข่ายเป็นบุคคลต้องสงสัยมากที่สุด โดยมุ่งประเด็นชู้สาว- ชิงทรัพย์
ลูกชายเศรษฐีไร่อ้อย1,000ไร่ถูกรถทับไฟเผาดับปริศนา
เมื่อเวลา 00.15 น. วันที่ 25 ธ.ค. พ.ต.ท.เฉลิม น่วมปาน พนักงานสอบสวนสภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตและถูกไฟคลอกอยู่ในบริเวณไร่อ้อย ม. 1 ต.หนองบ่อ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.พศวีร์ เรืองภู่ ผกก.สภ.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี,แพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 พร้อมด้วย กู้ภัยเสมอกันและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจำนวนหนึ่ง
บริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นไร่อ้อยนับร้อยไร่ เจ้าหน้าที่พบคนงานไร่อ้อยจำนวนมากกำลังช่วยกันดับไฟ ที่กำลังโหมไหม้ไร่อ้อยอย่างรุนแรง และรวดเร็ว เมื่อเพลิงสงบลง ก็พบ ศพนายสุรวุฒิ จงเพิ่มวัฒนะผล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 4 ต.หนองบ่อ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี นอนเสียชีวิตอยู่ริมทางกลางไร่อ้อย สภาพศพถูกไฟเผาไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโก ที่ลำตัวมีลักษณะคล้ายถูกรถเหยียบลากเป็นทางยาว ท้องแตกไส้ไหลออกมากองกับพื้น นอกนั้นไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานอื่นแต่อย่างใด จึงได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานก่อนที่จะร่วมกับแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 ชันสูตรศพและดำเนินการต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสุรวุฒิ ผู้ตายเป็นเจ้าของไร่อ้อยที่เกิดเหตุดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นบุตรชายของนายหร่วง และนางปราณี จงเพิ่มวัฒนะผล เศรษฐีไร่อ้อยนับพันไร่ ซึ่งเป็นที่รู้จักและเป็นคนกว้างขวาง ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยก่อนเกิดเหตุนายสุรวุฒิผู้ตายได้สั่งให้คนงานจุดไฟเผาไร่อ้อย เพื่อที่จะรีบตัดส่งโรงงานก่อนปีใหม่ ก่อนที่จะสั่งให้คนงานขับรถน้ำไปคอยเฝ้าระวังไม่ให้ไฟลุกลามไปยังแปลงไร่อ้อยข้างเคียง ก่อนที่จะมาพบกลายเป็นศพดังกล่าว
นายดำ คนงานไร่อ้อย เล่าว่า ขณะที่คนงานกำลังจุดไฟเผาไร่อ้อยนั้น ลมก็พัดอย่างแรงทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและเกิดควันไฟคละคลุ้งไปทั่ว ทำให้นายเสริมที่เป็นคนขับรถน้ำเข้าไปในไร่เพื่อคอยเฝ้าระวังและฉีดน้ำดับไฟเมื่อไฟเกิดลุกลามเกิดความกลัว จึงเร่งเครื่องยนต์รถน้ำออกมาอย่างเร็ว ท่ามกลางควันที่คละคลุ้งจนเกือบมองไม่เห็น เป็นขณะเดียวกันกับที่นายสุรวุฒิ ผู้ตายก็ได้ขับขี่รถจยย.สวนเข้าไป ทำให้ถูกรถน้ำที่นายเสริมขับออกมาอย่างเร็วเฉี่ยวจนรถจยย.ล้มลงก่อนที่จะทับเข้ากลางลำตัวของนายสุรวุฒิจนท้องแตกไส้ทะลักและลากไปไกลกว่า 500 เมตร เสียชีวิตดังกล่าว
พ.ต.อ.พศวีร์ เรืองภู่ ผกก.สภ.ทุ่งคอก กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นนั้นแพทย์ระบุว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องเรียกตัวคนงานที่อยู่ในเหตุการณ์มาทำการสอบสวนเสียก่อน ว่าสาเหตุที่แท้จริงมันเกิดได้อย่างไร เนื่องจากขณะเกิดเหตุนั้นไม่มีคนเห็น ก่อนที่จะดำเนินการต่อไป



