ข่าว

คาดเม.ย.-พ.ค.ปีหน้าภัยพิบัติจ่อถล่มไทย

คาดเม.ย.-พ.ค.ปีหน้าภัยพิบัติจ่อถล่มไทย

25 ธ.ค. 2554

ศภช.จับตาเม.ย.-พ.ค.ปีหน้าภัยพิบัติจ่อถล่มไทย เชื่อกรุงเทพฯรอดน้ำท่วม แนะปชช.งัดบทเรียนปรับแผนเอาตัวรอด เชื่อพื้นที่ไหนเคยกระทบโดนซ้ำรอย "สุขุมพันธุ์" ตั้งเป้าปีหน้ามุ่งแก้น้ำท่วมกรุงเต็มตัว เล็งจับมือรัฐสร้างฟลัดเวย์เปิดทางน้ำไหล โวสิ้นปีเมืองหลวง 3 ปลอด

            25ธ.ค.2554 น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้สัมภาษณ์“สำนักข่าวเนชั่น” ถึงแนวโน้มเรื่องภัยพิบัติปีหน้าว่า คงต้องมีการสร้างองค์วามรู้และเตรียมความพร้อมให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องสถิติปริมาณน้ำ ข้อมูลด้านต่างๆว่าจะกระทบพื้นที่ใดบ้าง เพราะเราไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเวลาใด เนื่องจากสภาพภูมิประเทศมีการเปลี่ยนทุกเวลา จึงต้องมีการคิดแผนรองรับให้ชัดเจน โดยภัยพิบัติที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ไม่พ้นเรื่องน้ำทั้ง น้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก โดยวงรอบการเกิดเมื่อหมดสถานการณ์เดือนนี้ที่ภาคใต้ไปแล้ว ก็จะเป็นภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบนที่จะมีผลกระทบก่อน

               น.อ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า โดยช่วงเวลาที่ต้องจับตาคือช่วงเดือนเม.ย. ถึง พ.ค.ต้องเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้ามีการดำเนินการแล้ว แต่ประชาชนยังเชื่อมั่นในพื้นที่ตนเองว่ายังปลอดภัย อย่างกรณีพายุเข้าที่ประเทศฟิลิปปินส์จนมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ดังนั้นการให้ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนเรื่องพายุขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ แต่สถิติของประเทศไทยเมื่อปีที่แล้วมีพายุเฉียดผ่านมา 2-3 ลูกก็ถือว่าได้รับผลกระทบในวงกว้าง แต่การคาดการณ์จะรู้ล่วงหน้าก่อน 7 วันในการเตรียมความพร้อมและแจ้งเตือนประชาชน โดยพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบคาดว่าจะได้รับผลกระทบต่อไปเช่นกัน

               น.อ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่าส่วนในปีหน้ากรุงเทพฯมีโอกาสน้ำท่วมซ้ำเหมือนปีนี้อีกหรือไม่นั้น ความเห็นสวนตัวคิดว่าไม่น่าเกิดขึ้น หากมีการเตรียมความพร้อมให้มากกว่าปีที่ผ่านมา พื้นที่กรุงเทพฯน่าจะพ้นน้ำท่วมได้ แต่อาจมีพื้นที่นอกแนวคันกันน้ำที่อาจได้รับผลกระทบ โดยพื้นที่เศรษฐกิจ หรือในแนวคันกันน้ำไม่น่าจะมีผลกระทบจากน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประชาชนต้องเตรียมตัว คือต้องเตรียมชุดดำรงชีพให้พร้อม ทั้งข้าว อาหาร ยารักษาโรค วิทยุใช้ฟังข่าวสาร เป็นต้น ต้องรู้จุดอพยพ จุดปลอดภัย ที่สำคัญต้องนำบทเรียนที่เคยเกิดขึ้นมาใช้เพื่อปรับแผนป้องกันในกรณีที่ภัยพิบัติเกิดขึ้น

               “ประชาชนต้องช่วยเหลือตัวเองอันดับแรก สองต้องข้อมูลจากราชการ เพราะภัยพิบัติไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ แต่ถ้ามีความพร้อมเชื่อว่าจะมีความปลอดภัยในชีวิต จึงขออย่าตื่นตระหนกกับข้อมูลข่าวสารด้านอื่น ซึ่งอาจจะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริงก็ได้ แต่บ้านเราถือว่ายังเป็นพื้นที่ปลอดภัยพอสมควร เมื่อเทียบกับประเทศอื่น”ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าว


‘สุขุมพันธุ์’ตั้งเป้าปีหน้ามุ่งแก้น้ำท่วมกรุงเต็มตัว

               ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงการทำงานในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ว่า 3 ปีที่ตนอยู่ในตำแหน่ง งานมีหนักคนละอย่าง ช่วง2 ปีแรก มีวิกฤติการเมือง แต่ปีนี้มีวิกฤติทางน้ำ จึงยังไม่รู้ว่าหนักต่างกันอย่างไร แต่พื้นที่เดือดร้อนถือว่าปีนี้หนักที่สุด โดยสิ่งที่ตนมีกำลังใจจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะการที่ตนได้รับเลือกจากประชาชนมาเกือบ1 ล้านคนถือเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ตราบใดยังมีน้ำ มีขยะ หรือยุงตกค้าง ตนก็ยังสบายใจไม่ได้ เพราะประชาชนยังทุกข์อยู่ โดยวันที่ 31 ธ.ค.ยังหวังว่ากรุงเทพฯจะเป็นเมือง 3 ปลอด ทั้งน้ำ ขยะ และยุง โดยการปลอดน้ำคิดว่าเป็นไปได้ เพราะถนนเส้นทางหลักได้แห้งทั้งหมดแล้ว

               ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องขยะที่ตกค้างในถนนใหญ่ขณะนี้มีการจัดเก็บหมดแล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่ซอยต่างๆ เพราะรถเก็บขยะขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปได้ จึงขอให้ประชาชนนำขยะมารวมที่เดียวกันเพื่อให้การจัดเก็บง่ายขึ้น โดยปริมาณขยะที่ตกค้างอยู่ยังยากที่จะประเมิน แต่อาจมีประมาณเป็นหมื่นตัน และตัวเลขก็ยังไม่นิ่ง เพราะยังมีประชาชนที่ไปศูนย์พักพิงต่างจังหวัดเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ กลับเข้าไปทำความสะอาดบ้าน ทำให้จะมีขยะมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้ประสานไปยังกองทัพและมีการเช่ารถเพิ่มเติมในการจัดเก็บขยะเหล่านี้แล้ว

               ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ส่วนการป้องกันน้ำในปีหน้า ขณะนี้กทม.กำลังทบทวนงบประมาณปี 2555 ในโครงการต่างๆที่สามารถชะลอได้ให้มีการชะลอไปก่อน เพราะการแก้ปัญหาน้ำเป็นเรื่องสำคัญ ตนไม่อยากให้มีปัญหาแบบนี้อีก โดยต้องทำทุกวิถีทางป้องกันน้ำท่วม แต่ถ้าจะท่วมจริงๆขอให้มีระบบป้องกันน้ำท่วมเท่าที่ทำได้ เพราะต้องยอมรับว่ากรุงเทพฯอยู่ปลายน้ำ ส่วนโครงการสำคัญของกทม.จะต้องมีการทำแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมให้เสร็จ หรือการสร้างอุโมงค์ยักษ์อีก 3 แห่งที่จะต้องเร่งสร้างต่อไป เพราะจะช่วยการระบายน้ำได้ ทั้งนี้ โดยโครงสร้างระบบระบายน้ำของกทม.มีเพื่อระบายน้ำท่วมขังจากฝนตกหนัก และป้องกันน้ำล้นตลิ่งที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยา หรือคลองมหาสวัสดิ์ คลองบางกอกน้อย ซึ่งโครงสร้างนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อระบายน้ำจากเหนือไปใต้ ดังนั้น ไม่ว่าระบบระบายน้ำกทม.จะดีอย่างไรก็ไม่สามารถรับมือได้ทั้งหมด

               ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า จากนี้จะต้องมีการปรับโครงสร้าง โดยการร่วมมือกับรัฐบาล อาจจะการสร้างทางน้ำไหลหรือฟลัดเวย์ จะต้องมีการวางแผนพื้นที่ตั้งแต่ด้านนอกของกรุงเทพฯ นอกจากนี้อาจมีวิธีที่จะไม่ทำให้น้ำเข่ากรุงเทพฯได้ โดยมีการผันน้ำไปทางฝั่งตะวันออกและตะวันตก โดยทางตะวันตกจะลงแม่น้ำบางปะกง ส่วนทางตะวันตกลงแม่น้ำท่าจีน แต่ถ้าจะให้ดีรัฐบาลต้องดูประชาชนในจ.นครปฐม ฉะเชิงเทรา นนทบุรี เดือดร้อนจากแนวทางนี้ไปด้วย ทั้งนี้ ที่ตั้งของกรุงเทพฯโดนทั้งขึ้นทั้งร่อง เพราะมีพื้นที่ใกล้ทะเลอาจโดนน้ำทะเลหนุนได้ตลอดเวลา จึงต้องมีการหาแนวทางป้องกันให้ดีที่สุด

               “ผมไม่มีทางพอใจผลงานตัวเอง ตราบใดที่ประชาชนเดือดร้อน ผมพอใจไม่ได้ แต่ผมคิดว่าได้ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่ก็ยังไม่พอใจ เพราะหากประชาชนเดือดร้อน 6 แสนกว่าคน ถ้านักการเมืองบอกพอใจก็ถือว่าห่วยแตกแล้ว โดย 1 ปีข้างหน้าผมจะทุ่มเทเรื่องน้ำและเรื่องขยะอย่างเต็มที่” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

               ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า 3 ปีที่ผ่านมาตนก็ภูมิใจกับสิ่งที่เคยให้สัญญาไว้ตอนหาเสียง ตนพูดไว้ว่า 2 ปีแรกจะเน้นเรื่องคน โดย 3 ปีที่ผ่านมาระบบโรงเรียนกทม.ก็ดีขึ้น มีการนำคอมพิวเตอร์เข้าไปใช้ หรือมีการเรียนรู้ทางไกลผ่านดาวเทียม มีหลักสูตรโตไปไม่โกง เป็นต้น ส่วนเรื่องสุขภาพอยากก็จะให้มีศูนย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ และโรงพยาบาลที่เขตบางขุนเทียน ส่วนที่ดอนเมืองได้พื้นที่แล้ว กำลังเริ่มออกแบบสร้างโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯด้านเหนือด้วย นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มพื้นที่สีเขียว 5 พันไร่ ซึ่งใกล้จะมีครบ จะมีสวนสาธารณะเพิ่มเติมอีก 3-4 แห่ง อาจจะมีในกรุงเทพฯในพื้นที่ 20 ไร่ แต่ตนยังไม่ขอบอกรายละเอียด อีกทั้งตนเคยบอกว่าจะติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม 1 หมื่นตัวก็ได้ติดตั้งไปแล้ว หากไม่เกิดปัญหาเรื่องกล้องดัมมี่คงมีการติดเพิ่มหลายตัวแล้ว

               “ขอกราบขออภัย ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่ความผิดของใครโดยตรง ผมดูแลทุกข์สุขของประชาชน ถ้าประชาชนเดือนร้อน ผมก็ทุกข์ ดังนั้นความรับผิดชอบก็ไม่หนีจากผมเอง แต่กทม.ได้ทำเต็มที่แล้ว”ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว


กทม.คาดขยะน้ำท่วมตกค้างกรุง3หมื่นตัน

               นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กำกับดูแลสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวถึงปัญหาขยะที่ตกค้างจากเหตุน้ำท่วม ว่า ขณะนี้ยังเหลือขยะตกค้างประมาณ 2-3 หมื่นตัน กทม.จึงมีแนวทางจะประสานกับทหารพัฒนามาเหมาการจัดเก็บขยะที่เหลือให้แล้วเสร็จภายใน 15-20 วัน นับตั้งแต่ดำเนินการวันแรก โดยพื้นที่ที่ยังมีขยะตกค้างอยู่ อาทิ สายไหม ดอนเมือง บางเขน เป็นต้น อีกทั้งยังคาดว่าจะมีขยะเพิ่มเติมในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้เพิ่มเติมรวมกับขยะเก่าด้วยจึงเกรงว่าจะมีการจัดเก็บที่ช้า
               นายพรเทพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตนมอบหมายให้นายจุมพล สำเภาพล รองปลัดกทม. ทำหน้าที่ประสานไปยังทหาร ซึ่งที่ผ่านมาทางทหารก็เคนเสนอมาช่วยกทม.เช่นกัน โดยหากการประสานงานสำเร็จ ก็จะให้ทางสำนักงานเขตเป็นแนวหน้าในการชี้เป้าขยะที่ยังตกค้างในพื้นที่ เพื่อให้ทหารเข้าไปดำเนินการจัดเก็บโดยเร็ว