
ปชป.แขวะนักวิชาการวิจารณ์พาสปอร์ตทักษิณ
โฆษกปชป. แขวะ นักวิชาการบางกลุ่ม ที่ วิจารณ์ การยึดหนังสือเดินทาง อดีตนายกฯทักษิณ ระบุ ทำถูกต้องแล้ว ติงดร.โกร่งของบครม.3.5เสนล.จัดการน้ำ
วันที่ 25 ธ.ค.54 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การดำเนินการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในเรื่องการคืนหนังสือเดินทาง โดยมิชอบ ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้มีความพยายามสร้างกระแสข่าว จากนักวิชาการบางกลุ่มว่า เป็นการโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไม่เป็นธรรม โดยเปรียบเทียบกับ กรณีเดียวกับการคืนบัตรประชาชน
ขอยืนยันว่า การเพิกถอนหนังสือเดินทาง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำตามมาตรา 23 (7) อย่างชัดเจน ซึ่งการพิจารณาคืน ก็ต้องทำตามมาตรา 21 นักวิชาการที่ไม่ทราบรายละเอียด ควรจะศึกษาในเรื่องนี้ มิเช่นนั้นจะเกิดความเชื่อผิดๆ อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยหมกมุ่นเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง อีกทั้งอยากเรียกร้องให้ข้าราชการ ที่ไม่เห็นด้วยในเรื่องดังกล่าว ออกมาแสดงบทบาทให้ชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วย
ปชป.ติงดร.โกร่งของบครม.3.5แสนล.จัดการน้ำ
นายชวนนท์ กล่าวถึง กรณีที่ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เปิดเผยว่า จะมีการกู้เงินถึง 350,000 ล้านบาท เพื่อวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และเตรียมนำเรื่องดังกล่าว เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งตนเห็นว่า ไม่ควรที่จะรีบนำเรื่องดังกล่าว เข้า ครม. เพราะยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน อีกทั้งขณะนี้ประชาชนยังไม่มีความเข้าใจ เรื่องมาตรการเยียวยาของรัฐบาล ซึ่งยังไม่มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ รัฐบาลควรบริหารงานแบบบูรณาการและมีความโป่รงใส
นอกจากนี้ นายชวนนท์ เห็นว่า การขึ้นราคา LPG และ NGV ของรัฐบาล จะส่งผลกระทบต่อราคาค่าโดยสารและค่าขนส่งในปี 2555 และอาจกระทบต่อราคาสินค้าด้วย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การปรับตัวขึ้นของราคา LPG และ NGV มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงกับกรณีที่ นายกรัฐมนตรี ไปเยือนสหภาพพม่าหรือไม่
ส.ส.สงขลา ปชป.แจง“รบ.”เอื้อ“ตระกูลชิน”เพียงกลุ่มเดียว
นายเจือ ราชสีห์ ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในขณะที่ปีเก่ากำลังจะสิ้นสุดลงและการเริ่มต้นของปีใหม่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า พี่น้องประชาชนคนไทยกว่าครึ่งค่อนประเทศกำลังเผชิญกับปัญหานานับประการ หลายพื้นที่น้ำยังท่วมขัง หลายพื้นที่อยู่ในสภาวะฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ ประชาชนส่วนหนึ่งรอคอยการเยียวยาจากรัฐบาลด้วยความหวัง และส่วนหนึ่งต้องแบกรับภาระจากการบริหารจัดการผิดพลาดอย่างรุนแรงของรัฐบาล ตอนนี้รัฐบาลกลับใช้สมาธิไปมอบความสุขให้กับคนในตระกูล“ชินวัตร” ปล่อยทิ้งให้พี่น้องประชาชนคนไทย ต้องแก้ปัญหากันตามยถากรรม ทั้งนี้เพียง 5 เดือนเท่านั้น รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี กลุ่มบุคคลที่ได้รับมอบของขวัญอย่างเร่งด่วนที่สุด คือ คนในตระกูลชินวัตร
นายเจือ กล่าวว่า กรณีที่ 1 นับตั้งแต่นายพานทองแท้ - นางสาวพินทองทา ชินวัตร ได้รับ มอบของขวัญเป็นการคืนเงินสด - หุ้น - ที่ดิน รวมเป็นมูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท ภายหลังจากที่กรมสรรพากรตัดสินใจไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง กรณีที่ 2 มอบของขวัญ ให้กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เมื่ออัยการสูงสุดไม่ยืนฎีกาต่อศาลฎีกาให้พิจารณาคดีเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องคุณหญิงพจมาน และรอลงอาญานายบรรพจน์ ดามาพงศ์ กรณีที่ 3 ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเดิมเป็นของ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็ถูกรัฐบาลบีบให้ออกจากตำแหน่งโดยการโยกให้ พล.ต.อ.วิเชียร ไปเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคง และมอบของขวัญให้กับ พล.ต.อ.เรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแทน
นายเจือ กล่าวว่า กรณีที่ 4 คณะรัฐมนตรีของนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมจะมอบของขวัญ ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยการออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษให้ พ.ต.ท. ทักษิณ แต่ความลับถูกเปิดเผย ฟ้าดินไม่เห็นด้วย รัฐบาลต้องยอมยกเลิกไปก่อน กรณีล่าสุด การคืนหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต เป็นการมอบของขวัญปีใหม่ ให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ติดคุก ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ตำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษก โดยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์อย่างภาคภูมิใจว่าจะให้เป็นของขวัญปีใหม่ แก่นายใหญ่ และ สุดท้ายขณะนี้ ครม. ยิ่งลักษณ์ กำลังจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ ให้กับใครบางคนหรือไม่ ในการรีบเร่งจะขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ
นายเจือ กล่าวว่า ขอความกรุณา น.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบของขวัญปีใหม่ และความสุขให้กับพี่น้องประชาชนบ้าง คือ 1. การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง การเยียวยาและชดเชย ผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง 2. แก้ไขปัญหาค่าครองชีพ สิ้นค้าราคาแพง 3. แก้ไขราคาสิ้นค้าเกษตร ซึ่งตกต่ำมาก เช่น ราคาข้าว ราคายางพารา ราคา ปาล์มน้ำมัน และ 4. คืนความสันติสุขกลับสู่ชายแดนใต้ ซึ่งหากรัฐบาลมีสมาธิและมีความตั้งใจให้มากพอๆ กับการคิดแก้ปัญหา ให้คนในตระกูลชินวัตร พี่น้องประชาชนก็จะมีความสุขรับเทศกาลต้อนรับปีใหม่แน่นอน



