
โป๊ปประกอบพิธีสวดมิซซาคริสต์มาสอีฟ
สมเด็จพระสันตปาปา เบเนดิกท์ที่ 16 ประมุขคริสตจักรโรมันคาธอลิค ทรงเป็น ปธ.ในพิธีสวดมิซซาช่วงวันคริสต์มาสอีฟ ที่โบสถ์เซ็นต์ ปีเตอร์ บาซิลิก้า นครวาติกัน ด้าน ผู้นำปาเลสไตน์ ร่วมพิธีสวดรับคริสต์มาส ขอให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลาง
งานนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นงานฉลองใหญ่นาน 2 สัปดาห์ของฝ่ายวาติกัน ที่หลายฝ่ายมองว่าจะเป็นด่านทดสอบสุขภาพความแข็งแรงของโป๊ปวัย 84 ปี หลังจาก
ที่ในช่วงหลังๆ โป๊ปมีอาการเชื่องช้าลงมาก
พิธีสวดมิซซาคริสต์มาสอีฟครั้งนี้ มีขึ้นเร็วกว่าปกติถึง 2 ชั่วโมง จากเที่ยงคืนเป็น 4 ทุ่ม เพื่อที่ว่าโป๊ปจะได้ไม่ต้องอยู่ดึกมาก เพราะหลังพิธีสวดเสร็จ ก็ยังต้องตาม
ด้วยการให้โอวาทสำหรับเทศกาลคริสต์มาสของโป๊ป
พิธีการอีกอย่างที่ถูกปรับเปลี่ยนไปจากเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับสุขภาพของโป๊ป คือ มีการจัดการให้โป๊ปไม่ต้องเดินไกลมากนัก แต่ถึงกระนั้น พระองค์ก็ทรงมีท่าทางที่เหน็ดเหนื่อยในช่วงท้ายๆ ของพิธี นอกจากนั้นก็ยังทรงไอแห้งๆ ด้วย
สำหรับระบบการรักษาความปลอดภัยนั้น ก็ยังคงเข้มงวดเหมือนเช่นในช่วงหลังๆ ที่ผ่านมา ทำให้ไม่มีเหตุการณ์คนเสียสติเข้ามาก่อเหตุก่อกวนระหว่างพิธีเช่นในปี 2551 และ 2552
สำหรับโอวาทที่โป๊ปให้หลังเสร็จพิธีสวดมิซซาปีนี้ เป็นการเตือนเรื่องการนำเอาเทศกาลคริสต์มาสมาทำเป็นเรื่องการค้ามากขึ้นเรื่อยๆ และขอให้ชาวคริสต์ มองเรื่องของศาสนาให้ไกลไปกว่างานรื่นเริง ซึ่งจะทำให้ค้นพบความหมายที่แท้จริงของศาสนา
ผู้นำปาเลสไตน์ร่วมพิธีสวดรับคริสต์มาส
ปธน. มาหมุด อับบาส ของปาเลสไตน์ใช้โอกาสช่วงเทศกาล คริสต์มาส เรียกร้องให้บังเกิดสันติภาพในตะวันออกกลาง และก็เตือนอิสราเอลว่าไม่ควรขัดขวางกระบวนการนี้
อับบาส เขาบอกว่าหากไม่มีสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ไม่ใช่แต่ฝ่ายปาเลสไตน์เท่านั้นที่สูญเสีย แต่รวมถึงอิสราเอลด้วยอับบาส พูดเรื่องนี้ที่เมืองเบธเลเฮม ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระเยซู ก่อนเข้าร่วมรับประทานอาหารฉลองคริสต์มาส โดยมีพระสังฆราช ลาติน ฟูอัด ทวาล เป็นเจ้าภาพ
อับบาส ที่มากับนัสเซอร์ จูเดห์ รัฐมนตรีต่างประเทศจอร์แดน ได้แวะทักทายชาวคริสต์ที่มาร่วมพิธีด้วย และหลังจากนั้น ก็ได้เข้าร่วมในพิธีสวดมิซซาช่วงเที่ยงคืนที่โบสถ์ เนติวิตี้ ซึ่งสร้างตรงจุดที่เชื่อกันว่าพระเยซูทรงประสูติด้วย
ส่วนที่เมืองกาซ่าซิตี้ ในฉนวนกาซ่า ของปาเลสไตน์ แม้จะมีจำนวนน้อย แต่ชาวคริสต์ของที่นี่ ก็ยังมาเข้าร่วมในพิธีสวดมิซซาเมื่อคืน เพื่อฉลองเทศกาลคริสต์มาส และหลังพิธีสวด ชุมชนชาวคริสต์กลุ่มเล็กๆ ของที่นี่ ได้ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองตามประเพณีที่ด้านนอกโบสถ์ในท้องถิ่น
ในฉนวนกาซ่านั้น มีผู้นับถือศาสนาคริสต์แค่ 3 พัน 500 คน ขณะที่ชาวมุสลิมมีมากถึง 1 ล้าน 5 แสนคน นอกจากนั้นชาวคริสต์ราว 500 คนของที่นี่ ก็ได้เดินทางออกไปจากกาซ่า เพื่อไปร่วมเทศกาลคริสต์มาส ที่เมืองเบธเลเฮม ทำให้ชาวคริสต์ยิ่งน้อยลงไปอีก
ปัจจุบัน ชาวคริสต์ในดินแดนแถบนี้มีแค่ประมาณร้อยละ 2 เท่านั้น เทียบกับร้อยละ 15 ของเมื่อ 60 ปีก่อน ส่วนมากอพยพออกไปเพื่อหนีความตึงเครียดทางการเมือง หรือไม่ก็ไปแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า
..........
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



