
คืนความสุข
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : คืนความสุข โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ผลสำรวจของเอแบคโพลล์ล่าสุด ระบุว่า ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 60.3% คิดว่าจะไม่ไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะที่ 39.7% ตั้งใจว่าจะไป ขณะที่ผู้ที่รอดพ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วม ตั้งใจจะไปเที่ยวสูงถึง 92.5% แต่ส่วนใหญ่มีเป้าหมายที่จะท่องเที่ยวในประเทศ
สำหรับคนที่ตั้งใจไปเที่ยวในช่วงปีใหม่ ประมาณ 65.6% วางแผนใช้จ่ายเงินไม่เกิน 1 หมื่นบาท ขณะที่ 20.9% จะใช้จ่ายระหว่าง 10,001-20,000 บาท และ 7.0% จะใช้จ่ายระหว่าง 20,001-30,000 บาท ที่เหลืออีก 6.5% คาดว่าจะใช้จ่ายเกิน 3 หมื่นบาทขึ้นไป
เทียบเคียงผลสำรวจของเอแบคโพลล์กับผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ลดต่ำลงแล้ว คงบ่งชี้ได้บ้างว่า แม้น้ำจะลดลงแล้ว ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ "ความสุขยังคงไม่กลับคืนมา" หรืออาจจะกลับมาบ้าง แต่ก็ยังคงกลับมาไม่เท่ากับตอนที่น้ำพรากความสุขไปจากเรา
นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แคมเปญการตลาดของหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนในช่วงนี้ เน้นหนักไปในด้านของการ "คืนความสุข" ให้แก่ประชาชนคนไทย ที่มองไปทางไหนก็มีแต่คนจ้องจะคืนความสุขให้ทั้งนั้น
หันไปทางไหนก็มีแต่ลด แลก แจก แถม เรียกว่าเป็นโอกาสของผู้บริโภค (ทั้งที่ประสบภัยและไม่ประสบภัย) จริงๆ
ขณะที่บรรดา "เจ้าหนี้" ซึ่งเป็นสถาบันการเงินภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ร่วมด้วยช่วยกันคืนความสุขให้แก่ "ลูกหนี้"เช่นกัน ใครเป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินไหน ลองพิจารณาดูว่า "มาตรการ" ที่ "เจ้าหนี้"ออกมาเพื่อบรรเทาความทุกข์ให้แก่ลูกหนี้นั้น เราได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน
ธนาคารกรุงเทพ ปรับเงื่อนไขการชำระหนี้สินเชื่อเดิม โดยลูกค้าบัตรเครดิตนั้น จะลดดอกเบี้ยจากอัตราปกติ 50% จนถึงเดือนมิถุนายน 2555 หากลูกค้ายังประสบปัญหาจะพิจารณาขยายระยะเวลาอัตราดอกเบี้ยพิเศษไปอีก 6 เดือนหรือจนถึงเดือนธันวาคม 2555 และให้ลดยอดเงินชำระขั้นต่ำเหลือ 0-10% รวมทั้งให้ยกเว้นดอกเบี้ยจากหนี้ที่ค้างชำระซึ่งเกิดจากเหตุอุทกภัย โดยจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 ธันวาคมนี้
ส่วนลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคลอื่น จะผ่อนผันให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยระยะเวลาสูงสุด 1 ปี รวมทั้งปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 40% เป็นเวลา 1 ปี ปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยงดหรือคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และยกเว้นอัตราดอกเบี้ยผิดนัดจากเหตุอุทกภัย โดยจะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 ธันวาคมนี้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ธนาคารยังอนุมัติสินเชื่อเพิ่มเติม นั่นคือ "สินเชื่อบัวหลวงพูนผล" เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินอื่นๆ ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก 5% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ต่อปี
ธนาคารกสิกรไทย สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านธนาคารกสิกรไทยนั้น ธนาคารจะปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 40% เป็นเวลา 1 ปี หรือผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย 6 เดือน พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน จัดวงเงินสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมบ้านสูงสุด 100% ของวงเงินสินเชื่อบ้านที่ชำระมาแล้ว โดยคิดดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 6 เดือน
ส่วนลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย ธนาคารผ่อนผันให้ชำระดอกเบี้ย 50% และปรับลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำเป็น 0-10% เช่นเดียวกับลูกค้าสินเชื่อเงินสดทันใจกสิกรไทย ที่ผ่อนผันให้ชำระดอกเบี้ย 50% แต่ปรับลดยอดผ่อนชำระขั้นต่ำเป็น 0-5% ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์กสิกรไทย ให้ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% เป็นระยะเวลา 1 ปี และขยายระยะเวลาการผ่อนสูงสุด 6 เดือน โดยรวมสัญญาเดิมแล้วไม่เกิน 7 ปี
นอกจากนี้ ธนาคารยังเพิ่มตัวช่วยทางการเงินหลังผ่านพ้นวิกฤติการณ์น้ำท่วมอีกถึง 7 ตัวช่วย ได้แก่ สินเชื่อบ้านอเนกประสงค์ธนาคารกสิกรไทย กู้เพิ่มได้สูงสุด 100% ของสินเช่าที่ผ่อน บัตรเครดิตกสิกรไทย ขอเพิ่มวงเงินช่วยเหลือชั่วคราวอีก 1 เท่าของรายได้ อนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง สินเชื่อบ้านทวีทรัพย์กสิกรไทย นำบ้านที่ปลอดภาระจำนองมาเปลี่ยนเป็นเงินกู้ดอกเบี้ย 0% 3 เดือนแรก และผ่อนสูงสุด 15 ปี สินเชื่อรถช่วยได้กสิกรไทย นำรถที่ปลอดภาระจำนองมาเปลี่ยนเป็นเงินกู้ดอกเบี้ย 0% 3 เดือนแรก ผ่อนสูงสุด 72 เดือน สินเชื่อเงินสดทันใจกสิกรไทย สามารถอนุมัติและรับเงินก้อนเข้าบัญชีได้ทันที ดอกเบี้ย 0% 2 เดือนแรกชำระไปแล้ว ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน ผ่อนสูงสุด 15 ปี อนุมัติวงเงินกู้เบื้องต้น 2 แสนบาทแรกภายใน 48 ชั่วโมง ยกเว้นค่าธรรมเนียม การออกบัตร/รหัส และสมุดบัญชีเงินฝากใหม่ สำหรับบัญชีเงินฝาก บัตรเครดิต บัตรเดบิต และเค-เอ็กซ์เพรส แคช และยกเว้นค่าปรับการติดตามทวงถามกรณีชำระล่าช้า
สำหรับสินเชื่อเงินสดทันใจกสิกรไทย สินเชื่อบ้านกสิกรไทย และสินเชื่อรถยนต์กสิกรไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์ กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือว่าจะต้องเป็นลูกค้าที่มีประวัติการชำระเงินที่ดี ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม โดยลูกค้าสินเชื่อบ้าน กำหนดให้พักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน และลดดอกเบี้ยสูงสุด 50% เป็นเวลา 3 เดือน พร้อมให้วงเงินเพิ่มสูงสุด 120% ของราคาประเมินเดิม ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 3 เดือน ส่วนบัตรเครดิตและสินเชื่อสปีดี้ ให้พักชำระหนี้และลดดอกเบี้ยสูงสุด 50% เป็นเวลา 3 เดือน ขณะที่สินเชื่อรถยนต์ให้พักชำระหนี้สูงสุดเป็นเวลา 3 เดือน
ธนาคารกรุงไทย สำหรับผู้ที่ขาดรายได้ ให้พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไม่เกิน 6 เดือน หลังจากนั้นสามารถทยอยผ่อนชำระดอกเบี้ย สูงสุดภายในเวลา 12 เดือน หรือให้พักชำระหนี้นาน 3 เดือนโดยธนาคารไม่คิดดอกเบี้ยในช่วง 3 เดือนดังกล่าว ส่วนลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ปลอดชำระเงินต้นไม่เกิน 6 เดือน นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยเดิม ธนาคารจะมอบวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมเต็มจำนวนเงินที่ได้ผ่อนชำระคืนเงินต้นมาแล้ว ระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 5 ปี โดยคิดดอกเบี้ยปีที่ 1 ในอัตราเอ็มอาร์อาร์ลบ 1.75% ต่อปี หลังจากนั้นคิดเอ็มอาร์อาร์ลบ 0.50% ต่อปี
แคมเปญ "คืนความสุข"ยังมีอีกมากมาย เพราะทุกสถาบันการเงินต่างก็ร่วมด้วยช่วยกัน ถ้าอยากรู้ว่า เราจะได้ประโยชน์อย่างไร เช็กข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bot.or.th แล้วเลือกดูหัวข้อ "มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบภัยน้ำท่วมของสถาบันการเงิน"
ช่วยกันเรื่องอื่น ร้อยเรื่องพันเรื่องยังไงๆ ก็ไม่สุขหัวใจเท่ากับช่วยกันเรื่องเงินๆ ทองๆ
..........................................................
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : คืนความสุข โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



