
นายกฯหนุนประชามติแก้รธน.
นายกฯ หนุน ทำประชามติ ก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้งสสร.ยึดประชาชนเป็นหลัก ปัดตอบทำแตกแยก ยัน ไม่แตะ ม.112 ด้าน 'นิธิ' แนะรัฐ ทำประชามติ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอให้ทำประชามติ ก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นกระบวนการ หรือ กลไกที่รัฐสภา น่าจะไปหารือกันในรูปแบบต่าง ๆ หลายวิธี แต่ต้องพิจารณาเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมและประชาชนเป็นหลัก
"การทำประชามติโดยรวมเห็นด้วย แต่ต้องพิจารณาว่า ทำเพื่ออะไร"
ส่วนข้อกังวลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ ยังอยู่ในกระบวนการที่มีการเสนอความเห็นของหลายฝ่าย ที่มีความรู้ในเรื่องนี้
เมื่อถามถึงการตั้ง สสร.3 นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องดีและเป็นกระบวนการที่เป็นมาจากตัวแทนภาคประชาชน เพื่อเป็นปากเป็นเสียง
ส่วนกรณี กฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเนื่องจาก เป็นกฎหมายคนละฉบับกัน
เปิดงานโอทอปช่วยน้ำท่วม
วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานสินค้าโอทอปทั่วไทยรวมใจช่วยภัยน้ำท่วม ซึ่งจัดขึ้นที่ ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพื่อช่วยผู้ผลิตสินค้าโอทอป 1 ตำบล 1 ผลิตภันฑ์ และผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา มีผู้ผลิตสินค้าโอทอปได้รับผลกระทบกว่า 1,248 กลุ่มประเภทสินค้า คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 242 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานมีการจัดแสดงสินค้า 800 บูท เป็นสินค้าโอทอประดับ 3-5 ดาว โดย นายกฯ กล่าวว่า โครงการโอทอป ที่ริเริ่มมาตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นการต่อยอดภูมิปัญาของท้องถิ่น และเป็นช่องทางการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ในช่วงภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน
ทั้งนี้ รัฐบาล มีนโยบายส่งเสริมสินค้า โอทอปของชุมชน เป็นนโยบายพื้นฐาน ซึ่งจะสนับสนุนด้านเงินทุน 4 ช่องทาง คือ เพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านอีก หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท คันสรรเงิน SML กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และกองทุนตั้งตัวได้ โดยให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่บุคลากรในสถานศึกษา
'นิธิ' แนะรัฐ ทำประชามติ ก่อนแก้รธน.
ด้าน นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ควรมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี2550 แต่ประเด็นสำคัญคือ ควรแก้อย่างไร ซึ่งรัฐบาลค่อนข้างมีความชัดเจนว่า จะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร.3 โดยมีสัดส่วน นักวิชาการและนักกฎหมาย
ทั้งนี้ โดยส่วนตัว เห็นว่า กระบวนการคัดเลือก สสร.3 ควรโปร่งใส ชัดเจน ไม่ให้ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง ขณะที่ สสร. เอง ก็ควรจะฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายด้วยว่า ต้องการและไม่ต้องการให้แก้ไขมาตราใด
อย่างไรก็ตาม ก็เห็นว่า จำเป็นต้องทำประชามติก่อนแก้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากการทำประชามติ



