
'ปู'ฟันธงปีหน้าต้องไม่เกิดน้ำท่วมอีก
'ปู'จัดรายการ 'รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน' ย้ำ ตั้งทีมทำงานบริหารจัดการน้ำรองรับปีหน้าไม่ให้เกิดซ้ำรอย
24 ธ.ค.54 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะทำงานทั้ง กยน. และ กยอ. อาทิ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร , นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา และ นายกิจจา ผลภาษี จัดรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ซึ่งมี นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ ผู้ดำเนินรายการ เพื่อแจงความคืบหน้าการดำเนินการเรื่องการบริหารจัดการน้ำในปีหน้า
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ถึงกรณีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำนั้นว่า จากกรณีที่ประเทศไทยประสบปัญหามหาอุทกภัยอย่างรุนแรงที่สุดนั้น ซึ่งต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมขึ้นมาทั้ง 2 ชุด คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำ หรือ กยน. และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำท่วมในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ปรับปรุง รื้อระบบการบริหารจัดการน้ำ และการป้องกันน้ำท่วมใหม่ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนที่ผ่านมาแล้วในอนาคต
"การบริหารจัดการน้ำ หรือแม้กระทั่งการตั้งคณะกรรมการดูแลเฉพาะเรื่องนี้นั้น เพื่อนำปัญหามหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หาแนวทางร่วมมือจากทุกฝ่ายที่รับผิดชอบ เพื่อเก็บข้อมูลดำเนินการวางแผน และรองรับในการปรับปรุงฟื้นฟู สนับสนุน ซ่อมแซมประตูระบายน้ำ เพื่อวางโครงสร้างให้เป็นรากฐานในการรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันทวงที และต้องยอมรับว่าการที่ประเทศไทยประสบปัญหาภัยน้ำท่วมซึ่งเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุด โดยต้องกลับมาดูจุดเริ่มต้นของการเกิดปัญหาน้ำท่วม หาถึงสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งการปลูกป่าและการรักษาหน้าดินจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องดำเนินการนับจากนี้ พร้อมทั้งวางแผนไม่ให้ปีหน้าเกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำอีก หรือทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งเป็นการวางแผนระยะสั่น รวมถึง แผนระยะยาว ที่จะไม่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงเหมือนกับครั้งที่ผ่านมา รวมถึงการเยียวยาดูแลไม่ให้ประชาชน ขาดแคลนน้ำในหน้าแล้งที่จะมาถึงนี้ด้วย" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า การทำงานที่ผ่านมานั้น รัฐบาลประสบปัญหาในการดึงความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือค่อนข้างที่จะยาก ด้วยเพราะมีหลายฝ่ายที่ดูแลในส่วนต่าง ๆ ความเข้าใจตรงกันอาจคลาดเคลื่อน ซึ่งตนเล็งเห็นว่า การจัดตั้ง ศปภ.นั้น เพื่อส่งงานภายใต้ศูนย์เดียวโดยการขอความร่วมมือ ทั้งผู้ที่รู้เรื่องน้ำ ทุกกระทรวงต่าง ๆ หารือร่วมกันช่วยกันแก้ไขได้อย่างเร่งด่วน ซึ่งตรงนี้จึงเป็นอีกแนวทางในการเตรียมความพร้อมในอนาคต
ดร.วีรพงษ์ รามางกูร กล่าวว่า ส่วนของ กยอ.ที่รับผิดชอบนั้น ตนได้เริ่มทำความเข้าใจกับหลายประเทศ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้นักลงทุนยังอยู่ในประเทศ และการหารายได้ นำมาสนับสนุนใช้ในการปฏิบัติงานโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งหมด ซึ่งจากผลตอบรับเป็นไปด้วยดี และชาวต่างชาติยังให้การเชื่อมั่นประเทศไทยที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ก้าวต่อไปอย่างยั้งยืน พร้อมทั้งการบริหารและจัดการเรื่องน้ำอย่างเร่งด่วนการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ด้านนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา กล่าวว่า การดำเนินการในฝ่าย กยน. ยังพบปัญหา 3 ส่วนที่จะต้องให้ความสำคัญ พร้อมทั้งเตรียมการปรับปรุงในการบริหารัดการน้ำในอนาคต คือ 1.ความไม่พร้อมด้านวิศวกรรม การปรับปรุง ซ่อมแซมกลไกต่าง ๆ 2.ระบบเตือนภัยมีปัญหา ซึ่งประชาชนไม่รู้ข้อมูลอย่างชัดเจน และถูกต้องอย่างแท้จริง และ 3.ในช่วงของภัยและการเผชิญภัย ซึ่งในระบบพลเรือนยังอ่อนแอ อาทิ เมื่อเกิดเหตุสามารถระดมพลเพื่อจัดการได้อย่างทันท่วงที โดย 3 ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการปรับปรุงเพื่อรองรับการเกิดน้ำท่วมในอนาคต
"3 กลุ่มดังกล่าวเป็นเรื่องที่ต้องจัดการบริหารอย่างดี ต้องเริ่มตั้งแต่เขื่อน หรือต้นน้ำว่า มีปริมาณเท่าไหร่ ไหลผ่านทางไหน และการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง กลยุทธในการจัดการน้ำ ประมาณการที่ดี สิ่งเหล่านี้จึงต้องทำควบคู่กันไป ตนมั่นใจหากทุกอย่างพร้อมก็จะสามารถบริหารน้ำรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต" นายปิติพงศ์ กล่าว



