
ลับเขี้ยวตร.ทท.ปราม'โจรอาเซียน'
700 ล้าน...ลับเขี้ยวเล็บ ตร.ท่องเที่ยว ปราม "โจรอาเซียน" ยุคไร้พรมแดน : สัมภาษณ์พิเศษ : พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี โดย ไชยฤทธิ์ เสนาะวาที เรื่อง วัชรชัย คล้ายพงษ์ ภาพ
ใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วประเทศต่างถูกจับจองแน่นขนัดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. มีแผนรับมือดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวเหล่านี้อย่างไร ให้พวกเขารู้สึกอบอุ่นและประทับใจตลอดจนแผนงานในอนาคตของตำรวจท่องเที่ยวจะไปในทิศทางใด
-สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
ถ้าจะมองในแง่ดีไม่ดีคงจะต้องเข้าไปมองในแง่ของตัวเลข ตัวเลขการท่องเที่ยวก่อนที่จะเจ้าโหมดน้ำท่วมนั้นจะเห็นว่าดีมาก เพราะจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยว 4-5 เดือนก่อนที่น้ำจะท่วมนั้นมีจำนวนตัวเลขดีกว่าปีที่แล้ว และที่สำคัญเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ คำว่ามีคุณภาพต้องบอกตามตรงเลยว่าเขามาใช้เงินจับจ่ายใช้สอยในประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งเราจะรู้ได้เลยว่านักท่องเที่ยวประเทศไหนใช้เงินอย่างไร อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี ฝรั่งเศส ใช้เงินสูง สถิติตัวเลขนักท่องเที่ยวเหล่านี้มีสูง ซึ่งพวกเขาอาจจะหนีอากาศหนาว หนีภัยธรรมชาติ มาเที่ยวเทศกาลต่างๆ ในบ้านเรา แต่พอมีปัญหาน้ำท่วมเข้ามายอดนักท่องเที่ยวก็ตกลงไปมากเลย อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในประเทศไทยนั้นจะมีตัวเลขใกล้เคียงกับปีที่แล้วหรืออาจจะมากกว่าเล็กน้อยซึ่งปีที่แล้วมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศกว่า 15 ล้านคน
-ช่วงที่เกิดปัญหาน้ำท่วม ตำรวจท่องเที่ยวได้มีบทบาทอะไรบ้าง
เรามีสถานีที่ถูกน้ำท่วมอยู่ 2 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา สถานีนี้หนักเลย ส่วนสถานีที่ 2 คือ นครสวรรค์ แต่นครสวรรค์ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ แต่จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 แห่งเกิดน้ำท่วมจนหมดเลย อันดับแรกเราได้เข้าไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของเราก่อน หลังจากนั้นได้เริ่มทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น เริ่มตั้งแต่ไปตั้งเต็นท์ จัดโต๊ะ หาเรือเพื่อแจกถุงยังชีพ และก็ดูแลนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง หลังจากที่ได้ช่วยเหลือเขาได้หมดแล้ว และเข้าไปคุยกับท่านปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผอ.ททท. ว่าควรจะมีแผนรองรับและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหากเกิดน้ำเข้าท่วมกรุงเทพฯ จึงได้จัดตั้งศูนย์ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยว แต่ก็โชคดีที่น้ำเข้ามาไม่ถึง
- ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดกับนักเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย
ปัญหาที่เกิดกับนักท่องเที่ยวนั้นยังไม่มีความแตกต่างไปจากเดิมมากนักเมื่อดูจากประวัติการเกิดเหตุ พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ มีทั้งนักท่องเที่ยวถูกกระทำ และนักท่องเที่ยวเข้ามาก่อเหตุเสียเอง ส่วนแรกนักท่องเที่ยวถูกกระทำส่วนใหญ่จะเป็นประเภทหลอกลวง ฉ้อโกง ไม่เป็นไปตามข้อตกลงกันในการพูดคุยครั้งแรก เราจะทำอย่างไรที่จะให้นักท่องเที่ยวสบายใจสามารถควักเงินจ่ายออกมาโดยไม่ต้องระแวง ซื้อของได้ทุกร้าน ซื้อจิวเวลรี่ได้ทุกแห่ง ตรงนี้ตำรวจท่องเที่ยวเองได้เข้าไปดำเนินการให้ระบบการค้ามีความซื่อสัตย์กับนักท่องเที่ยว แต่บางครั้งมันก็เป็นเรื่องอยากที่จะเอาผิดผู้ค้าเพราะมันไม่ได้ฉ้อโกง แต่มันไม่ตรงกับคำชวนเชื่อ บางครั้งลูกค้าไปเซ็นเอกสารของพ่อค้าแม่ค้าที่ทำขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง ตรงนี้ก็พยายามแก้ไขมาต่อเนื่องและเป็นระยะเวลาที่ยาวนานแล้ว
ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับร่างกายและทรัพย์นั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกกำชับอยู่ตลอดเวลา ทั้งท่าน ผบ. กรรมาธิการ หรือว่ากระทรวงก็ดี เพราะหากเกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวเสียชีวิตเมื่อไหร่เป็นเรื่องใหญ่เลย เราจะต้องเข้าไปตรวจสอบเลยว่า ใช่นักท่องเที่ยวหรือเปล่า หรือเป็นแค่คนที่เข้ามาทำงาน หรือคนที่เข้ามาค้าขาย ใช้ชีวิตบั้นปลายโดยแต่งงานกับสาวไทยหรืออะไรกันแน่ เพื่อแยกว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากอะไร ธุรกิจ ชู้สาว ยาเสพติด ป่วย หรืออะไรกันแน่ ซึ่งตัวเลขตรงนี้ก็พยายามที่จะควบคุมไม่ให้เกิดเหตุแก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ตรงนี้เราจะให้ความสำคัญลำดับต้นๆ
- กรณีนักท่องเที่ยวเข้ามาก่อเหตุลักษณะใด
ส่วนมากชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำผิด ส่วนใหญ่จะกระทบเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจและไม่ตรงกับหน้างานเราโดยตรง เพราะจะมีหน่วยงานหลายหน่วยที่ดูแลเรื่องคนร้ายข้ามชาติ ส่วนตำรวจท่องเที่ยวเองเป็นหน่วยหนึ่งเล็กๆ แต่ถ้าเรามีเบาะแส หรือมีข่าวว่าคนกระทำความผิดเป็นชาวต่างชาติ เราก็สามารถดำเนินการได้ในทุกกรณี อย่างเช่น แก๊งล้วงกระเป๋าชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งตั้งใจมาล้วงชาวต่างชาติด้วยกันเอง แก๊งเขย่าขาซึ่งสมัยก่อนมาอาละวาดอยู่แถบสยาม วิธีการเขาก็คือมาสร้างความสนใจให้เหยื่อที่ชอบวางกระเป๋าไว้ใต้โต๊ะ พอเหยื่อเผลอแล้วก็เริ่มใช้เท้าเขี่ยไปเรื่อยๆ จนเตะออกไปนอกร้าน แก๊งชาวต่างชาติเหล่านี้เขาจะหมุนเวียนไปก่อเหตุตามประเทศต่างๆ วนไปเรื่อยๆ ในเอเชีย บางแก๊งก็ไปถึงยุโรป
พวกนี้เราก็จับตาอยู่ ห้างสรรพสินค้าละแวกนั้นรู้จักกันดี ซึ่งพอเราลงไปให้ข้อมูลเขาก็ระวังกันจนแก๊งเหล่านี้หายไป อย่างที่เกษรพลาซ่า เข้มแข็งที่สุด มีการติดรูปหน้าของคนร้ายทั้งคนไทยและต่างชาติไว้อย่างชัดเจนอีกทั้งยังช่วยกันเป็นหูเป็นตา ในส่วนนี้เองอยากจะบอกว่าความมั่นใจของนักท่องเที่ยวจะมีมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการในย่านนั้นๆ ด้วยว่าจะเข้มแข็งแค่ไหน หากพวกเขาเหล่านี้ดูแลกันเองด้วยส่วนหนึ่ง จะมีอำนาจในพื้นที่ทั้งเรื่องการต่อรองและการดูแลซึ่งกันและกันไม่ให้เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาหากเกิดอะไรขึ้นก็สามารถประสานงานกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ศักยภาพของตำรวจท่องเที่ยวของไทยแตกต่างจากเพื่อนบ้านอย่างไร ?
หากจะถามว่าตำรวจท่องเที่ยวไทยนั้นมีความก้าวหน้ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ ต้องบอกแบบนี้ว่า เรามีการเชื่อมโยงกันมากกว่า กล่าวคือเราเป็นแกนหลักในการประสานงานไปยังหน่วยงานในภูธร นครบาล อบต. อบจ. รวมถึงหน่วยอื่นๆ อีก บอกเลยว่าโดยปกติตำรวจในพื้นที่ก็ดูแลคนในพื้นที่อยู่แล้ว แต่ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ อย่างเช่น พื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต จ.เชียงใหม่ และ จ.พังงา เป็นต้น เจ้าหน้าที่เหล่านี้สำคัญอย่างมากในการที่จะเข้ามาช่วยดูแลนักท่องเที่ยวด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจพวกนี้จะมีส่วนผสมของตำรวจท่องเที่ยวอยู่ในตัวเองตามธรรมชาติ ดังนั้นการทำงานร่วมกันจะเป็นการเชื่อมโยงที่ดี
นอกจากนี้เรายังมีพวกอาสาชาวต่างชาติหลายสัญชาติเป็นหมื่นๆ คนที่อาสาเข้ามาดูแลนักท่องเที่ยวสัญชาติเดียวกับพวกเขา หลายครั้งหลายคราเขาได้มาช่วยเราสื่อสารให้เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร ตรงนี้เองชี้ให้เห็นว่าสถิติการเกิดคดีกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในประเทศไทยนั้นต่ำมากเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ การวัดสถิติการเกิดคดีกับนักท่องเที่ยวนั้นตามมาตรฐานที่กำหนดไว้จะวัดกันที่นักท่องเที่ยว 1 แสนคนจะเกิดคดีกี่คดี สำหรับประเทศไทยนั้นจากสถิติที่ผ่านมาเฉลี่ยแล้วนักท่องเที่ยว 1 แสนคนจะเกิดเหตุกับนักท่องเที่ยวเพียง 1-2 คดีเท่านั้น จากสถิติดังกล่าวต่ำกว่าที่ถูกกำหนดไว้มาก โดยปกติมาตรฐานที่ระบุไว้ว่านักท่องเที่ยว 1 แสนคนห้ามเกิดคดีเกิน 20 คดี
-อีก 10 ปีข้างหน้า มองว่าตำรวจท่องเที่ยวจะเป็นไปในทิศทางใด
ผมอยู่ที่นี่มาตลอดระยะเวลา 3 ปี ผมพยายามจะแก้ไขและบอกตำรวจที่นี่อยู่เสมอว่าหน้าที่ของตำรวจท่องเที่ยวมีอะไรบ้าง ปกติเขาก็รู้กันอยู่แล้วว่ามีอะไรบ้าง แต่ส่วนใหญ่ตำรวจเหล่านี้เขาจะเอาความถนัดในงานที่หน่วยเดิมมาใช้ บางครั้งเข้าไปจับกุมคดีอย่างอื่นมาเป็นผลงาน บางครั้งไม่เกี่ยวข้องกับงานของตำรวจท่องเที่ยว ผมก็พยายามปรับ ผมพยายามบอกเจ้าหน้าที่ใต้สังกัดว่า พยายามจะไม่ไปทำซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น และเน้นดูแลนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม งานที่เกี่ยวกับความมั่นคงเราก็ไม่ได้ทิ้งและต้องดูแล อย่างเช่น คดียาเสพติด คดีค้ามนุษย์ เมื่อเจ้าหน้าที่ของผมเข้าใจงานของตัวเองแล้วเชื่อว่าตำรวจท่องเที่ยวจะสามารถรองรับงานของประชาคมอาเซียนได้ เมื่อถึงวันนั้นจริงๆ แล้วประเทศเราจะไม่มีรั้วไม่มีพรมแดน ดังนั้นตำรวจท่องเที่ยวที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องนักท่องเที่ยวจะมีบทบาทสำคัญมากที่จะต้องเข้าไปกำกับดูแล ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็ให้งบมาพัฒนาศักยภาพปีละ 700 ล้านบาท
- แผนการดูแลนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่นี้
ช่วงปีใหม่เราคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งคนไทยเอง คนต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเป็นนโยบายหลักของ ผบ.ตร. และรัฐบาลที่จะดูแลความปลอดภัยสถานที่สำคัญๆ ในทุกๆ แห่งไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ขณะนี้ตำรวจท่องเที่ยวเองก็ถูกเรียกเข้าไปเป็นหน่วยงานสนับสนุนในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวแล้ว ตำรวจทุกนายห้ามลา ห้ามป่วย ซึ่งเป็นแผนปกติประจำปีอยู่แล้ว แต่สำหรับปีนี้มีภารกิจเพิ่มขึ้นมา คือการดูแลพื้นที่สำคัญที่อาจเป็นจุดเสี่ยงของการก่อความรุนแรง เพราะในปีนี้คนไทยเจอกับอะไรมาหลายต่อหลายอย่าง ตำรวจเองจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อความสุขของประชาชน
...........
(หมายเหตุ : 700 ล้าน...ลับเขี้ยวเล็บ ตร.ท่องเที่ยว ปราม "โจรอาเซียน" ยุคไร้พรมแดน : สัมภาษณ์พิเศษ : พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี โดย ไชยฤทธิ์ เสนาะวาที เรื่อง วัชรชัย คล้ายพงษ์ ภาพ )



