ข่าว

นายกสภาทนายจี้ปราบผู้ทำผิดม.112

นายกสภาทนายจี้ปราบผู้ทำผิดม.112

23 ธ.ค. 2554

นายกสภาทนายออกแถลงการณ์ จี้ ผบ.ตร.-รมว.ไอซีที ปราบผู้ทำผิดมาตรา 112 พร้อมแนะขอหมายศาลปรามกลุ่มออนไลน์โพสต์ข้อความหมิ่นสถาบัน

              23 ธ.ค. นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ ได้แถลงกรณีการร้องเรียนดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลยไม่ดำเนินการผู้กระทำผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่า ตามที่กลุ่มทนายความจังหวัดขอนแก่นรักในหลวงและตัวแทนภาคประชาชนจังหวัดขอนแก่นขอให้สภาทนายความฟ้องดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรณีไม่ดำเนินการต่อกลุ่มบุคคลที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น  สภาทนายความขอยืนยันว่าองค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ

             การที่มีบุคคลใส่ความ กล่าวเท็จ ให้ร้ายต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์และกระทำการอันมิบังควรต่อพระบรมสาทิสลักษณ์ทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นการ หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพ.ร.บ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยที่ตำรวจ หรือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็ไม่ได้เร่งรัดดำเนินการกับผู้กระทำความผิดดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งกรณีที่กลุ่มทนายความจังหวัดขอนแก่นเรียกร้องนั้น สอดคล้องกับหน้าที่ของชนชาวไทย โดยที่ผ่านมามีหน่วยงานขององค์กรระหว่างประเทศ และสถานฑูตต่างๆได้แสดงความคิดเห็นกรณี มาตรา 112 ดังกล่าวหลายประการ

             ดังนั้นสภาทนายความจึงขอแถลงการณ์วันนี้อีกครั้งเพื่อเรียกร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.สืบสวนหาข้อมูลการกระทำผิด แจ้งข้อกล่าวหา สอบสวน ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ผู้สนับสนุน ผู้จ้างวาน ใช้ ตามกฎหมาย เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายของประเทศกับผู้กระทำความผิด ให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรม

             2.กรณีที่ยังไม่พบตัวผู้กระทำความผิด แต่เมื่อเป็นความผิดอาญาที่สำคัญต่อ ความมั่นคงของชาติ และแนวโน้มของการกระทำมีมากขึ้นให้เห็นได้เด่นชัดเป็นรูปของขบวนการ ขอให้เร่งรัดดำเนินการใช้มาตรการตอบโต้โดยการยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บนสังคม ONLINE ที่มีผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามมาตรา 20 พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยเร็วด้วย