ข่าว

ผวจ.ย่าโมวอนชาววังน้ำเขียวอย่าปิดถนนอีก

ผวจ.ย่าโมวอนชาววังน้ำเขียวอย่าปิดถนนอีก

23 ธ.ค. 2554

ผู้ว่าฯโคราช วอนชาววังน้ำเขียวอย่าปิดถนนอีก เกรงส่งผลเสียภาพพจน์ด้านการท่องเที่ยว ยันข้อเรียกร้องส่งถึงมือนายกแน่ ด้านอุทยานทับลานเผย รื้อถอนรีสอร์ทไปแล้ว 6 ราย อีก 1 ราย แจ้งขอรื้อเอง โดยทางอุทยานให้เวลาถึงหลังปีใหม่ หากไม่แล้วเสร็จจะเข้าไปรื้อให้

             23 ธ.ค.54 จากกรณีปัญหาข้อพิพาทระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติทับลาน กับกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เกี่ยวกับการเข้ารื้อถอนรีสอร์ทบ้านพักในพื้นที่ จนกระทั่งมีการปิดถนนทางหลวงหมายเลข 304 ประท้วงการทำหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติทับลาน จนกระทั่งทางจังหวัดนครราชสีมา โดยนายสมศักดิ์ ปริสุทโธ เหมทานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เดินทางไปรับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งมีข้อเรียกร้อง คือ ขอให้มีการกำหนดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ,เขตอุทยานแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดิน โดยให้คณะกรรมการที่มีตัวแทนจากทุกฝ่ายร่วมทบทวนกำหนดเขตใหม่ให้ชัดเจนและมีความเข้าใจตรงกัน โดยให้มีข้อตงลงพื้นที่ร่วมกัน เพื่อกำหนดพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวให้สอดคล้องกับผังเมือง ที่ทางโยธาจังหวัดและผังเมืองได้วางไว้เป็นพิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และอนุรักษ์อย่างยั่งยืน , ให้นำมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 เรื่องการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติทับลานใหม่มาใช้ โดยผ่อนผันให้ราษฎรที่เข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ของรัฐภายหลังมติ ครม.ดังกล่าวให้สามารถอยู่อาศัยได้ พร้อมกับหยุดดำเนินคดีหรือการดำเนินการใดๆ ในกรณีที่ราษฎรเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือผิดเงื่อนไขทั้งส่วนของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ,เขตอุทยานแห่งชาติและสปก. โดยขอให้ผ่อนผันให้ราษฎรได้เช่าหรือเช่าซื้อพื้นที่ได้โดยชอบด้วยกฏหมาย  และรับปากว่าจำนำเรื่องนี้ส่งไปยังรัฐบาลเพื่อให้พิจารณา จนทำให้ชาวบ้านที่ชุมนุมประท้วงยุติการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2554 ที่ผ่านมาตามที่มีการเสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

             นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หนังสือที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยื่นผ่านทางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำเสนอต่อไปยังรัฐบาลนั้น เป็นหนังสือที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการยื่นเสนอต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยทางจังหวัดยืนยันว่า จะส่งหนังสือนี้ไปยังนายกรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ทราบมาว่า ทางชาวบ้านและกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนยังคงมีความต้องการจะเดินทางไปขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีอีกทางหนึ่งในเร็ววันนี้  เพื่อต้องการที่จะเสนอทางออกเพื่อให้ทางนายกรัฐมนตรีช่วยเหลือดูแลความเดือดร้อนของชาวบ้าน

             ทั้งนี้ ส่วนความเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะลุกฮือปิดถนนอีกครั้งหากทุกอย่างยังไม่มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องนั้น นายชวน กล่าวว่า ถ้ามีทางออกและแนวทางแก้ปัญหาที่ดี ชาวบ้านก็ไม่น่าที่จะมาชุมนุมหรือทำผิดกฏหมาย ซึ่งที่ผ่านมาการปิดถนนถือเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายและตนเองไม่อยากที่จะให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งต่อจากนี้ไปก็จำเป็นที่จะต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการไว้รองรับเพื่อระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นขึ้นอีก เพราะการปิดถนนนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพพจน์ที่ไม่ดีออกสู่สังคมทำให้ชาวบ้านเองได้รับผลเสีย ทั้งนี้ อ.วังน้ำเขียวเองเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดและของประเทศ ดังนั้นหากมีการปิดถนนชุมนุมประท้วงบ่อยครั้งความเสียหายก็จะตกอยู่กับชุมนุมอย่างเลี่ยงไม่ได้

             ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการของทางอุทยานแห่งชาติทับลานนั้น นายนุวรรต ลีลาพตะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า การดำเนินการกับผู้ที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานนั้น จนถึงขณะนี้ ทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้ดำเนินการทั้งในส่วนของการดำเนินคดีทางอาญาและการดำเนินการตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 22 เพื่อบังคับให้เจ้าของผู้ครอบครองพื้นที่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่แล้วรวมทั้งสิ้น 67 ราย อยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล ของอำเภอวังน้ำเขียวประกอบด้วย ต.วังน้ำเขียว , ต.ไทยสามัคคี และต.อุดมทรัพย์ รวม 22 ราย ในจำนวนนี้สามารถดำเนินการรื้อถอนตาม อำนาจ พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 22 ได้ทันที รวม 12 ราย ล่าสุดดำเนินการรื้อถอนไปแล้วรวม 6 ราย อีก 1 รายแจ้งความจำนงที่จะขอรื้อถอนเอง ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติทับลานให้เวลาจนถึงหลังเทศกาลปีใหม่ 2555 ดำเนินการให้แล้วเสร็จ หากไม่ดำเนินการจะเข้าดำเนินการรื้อถอนเองทันที ส่วนที่ยังเหลืออีก 5 ราย อยู่ในระหว่างที่ทางเจ้าของสิ่งปลูกสร้างยื่นเรื่องขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว  

             นอกจากนี้ ยังมีอยู่ในพื้นที่  2 ตำบลของอำเภอนาดี จ.ปราจีนบุรี คือต.บุพราหม์ และ ต.ทุ่งโพธิ์ รวม 45 ราย  และทางอุทยานแห่งชาติทับลานได้บังคับใช้อำนาจตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ 2504 มาตรา 22 ทั้งหมด 36 ราย  ล่าสุดดำเนินการรื้อถอนแล้ว 3 รายและอีก 5 ราย แจ้งความประสงค์ที่จะขอรื้อถอนเองเช่นเดียวกับในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว   ส่วนที่ยังเหลืออยู่อีก 29 รายซึ่งมีทั้งในส่วนของการยื่นต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวและบางรายคดียังไม่ถึงที่สุด