
เวิลด์วาไรตี้:พบเพื่อนดาวเคราะห์ของโลก
เวิลด์วาไรตี้ : พบเพื่อนดาวเคราะห์ของโลก
ในจินตนาการของนักดาราศาสตร์จะมองเห็นภาพของดาวคู่แฝดของโลก โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ในระบบจักรวาลอื่นนอกเหนือจากจักรวาลทางช้างเผือกที่โลกราหูที่เราๆ ท่านๆ อาศัยอยู่นี้ จินตนาการดังกล่าวได้กลายเป็นความเชื่อที่จริงจังของนักดาราศาสตร์กลุ่มหนึ่งและเป็นแรงขับดันให้นักดาราศาสตร์มุ่งมั่นค้นหาดาวแฝดของโลกที่แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายล้านปีแสงก็ตาม
ในที่สุดแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แห่งจินตนาการและความเชื่อของนักดาราศาสตร์เริ่มจะฉายแสงให้เห็นรำไร เมื่อนักดาราศาสตร์ของศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียน ในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่าได้ค้นพบดาวเคราะห์ที่มีขนาดเท่าๆ กับโลก 2 ดวงกำลังโคจรอยู่นอกระบบสุริยะ ซึ่งเชื่อได้ว่าดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เช่นเดียวกับโลก เพราะลักษณะของดาวเคราะห์ทั้งสองดวงคล้ายโลกเป็นอย่างมาก เพียงแต่มีขนาดที่ใหญ่กว่าโลกเพียง 3% และอีกดวงมีขนาดเล็กกว่าโลกประมาณ 9 ใน 10
บนดาวทั้งสองดวงมีพื้นผิวขรุขระที่เชื่อว่าเป็นภูเขา และมีอุณหภูมิพื้นผิวสูงกว่าโลกมาก โดยมีอุณหภูมิผิวพื้นประมาณ 800-1,400 องศาฟาเรนไฮต์ (427-760 องศาเซลเซียส) มากกว่าโลกประมาณ 200 เท่า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าจะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวทั้งสองดวงแต่อาจจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเช่นมนุษย์ ในดาวเคราะห์เหล่านั้น เพราะสภาพความแตกต่างด้านอุณหภูมิพื้นผิว และปัจจัยด้านสภาพบรรยากาศเป็นเครื่องกำหนด โดยประเมินว่าอาจจะพบสิ่งมีชีวิตประเภทแบคทีเรีย หรือ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวบนดาวเหล่านั้น หรือสิ่งมีชีวิตในแบบที่วิทยาศาสตร์ของมนุษย์ยังไม่รู้จัก
การค้นพบดาวเคราะห์คล้ายโลกทั้งสองดวง เป็นผลจากการลงทุนสร้างและส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศ "เคปเลอร์" ขึ้นไปโคจรในอวกาศนอกโลกตั้งแต่ปี 2552 โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่เป็นดั่งดาวเทียมดวงหนึ่งจะทำหน้าที่เฉพาะอย่างคือการ "ล่า" ดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายโลก และได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์จากการค้นพบดาวเคราะห์ทั้งสองดวงที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่า เคปเลอร์ อี และ เคปเลอร์ เอฟ เพื่อเป็นเกียรติแก่กล้องโทรทรรศน์เคปเลอร์ที่ได้ชื่อมาจาก โยฮันเนส เคปเลอร์ นักดาราศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิวัติวงการวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 17
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นเดือนธันวาคม องค์การนาซาก็ประกาศการค้นพบดาวเคราะห์ที่มีอุณหภูมิพื้นผิวเท่าๆ กับโลก คือประมาณ 22 องศาเซลเซียส แต่มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 2.4 เท่า ทำให้เชื่อได้ว่าจะไม่มีสิ่งมีชีวิตปรากฏบนดาวเคราะห์แห่งนี้ เนื่องจากสภาพทางกายภาพไม่เอื้ออำนวย
ในจักรวาลมีดาวเคราะห์จำนวนมหาศาล อาจจะเทียบเท่ากับเม็ดทรายบนพื้นโลกทุกเม็ด หนึ่งในนั้นเป็นดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า "โลก" ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นดวงที่ 3 นับจากดวงดาวที่มีวงโคจรใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด และเป็นแหล่งกำเนิดของมนุษยชาติ ที่เปรียบได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา แต่สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่สามารถครองโลกด้วยเทคโนโลยีต่างๆ กลับเป็นผู้ทำลายดาวเคราะห์สีน้ำเงินแสนสวยเสียเอง ด้วยเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาโดยขาดการควบคุมของ "จริยะ" อันเป็นหลักแห่งการไม่เบียดเบียนกันนั่นเอง



