'เฉลิม'ชม'เพรียวพันธุ์'กวาดล้างยาเสพติด
'เฉลิม' ชม 'เพรียวพันธุ์' เจ๋งจริงกวาดล้างยาเสพติด ฟุ้ง 'รัฐ' อยู่ 8 ปี คนค้ายาเสพติดหมดสิทธิ์ใช้เงิน เมินบ่อนเตาปูนเปิดซ้ำ ลั่นหากเปิดอีกก็จับอีก แถปัดพูดชื่อคนโพสต์เฟซบุ๊ค 'นายกฯ' อ้างจนท.บอก ชี้ 'ดีเอสไอ' ลบข้อมูล'ทักษิณ' พิสูจน์ได้
23 ธ.ค.54 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการจับยาไอซ์ที่ จ.เชียงราย และการจับเฮโรอีน ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 22ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนได้รับรายงานเรื่องนี้มาเยอะมาก โดยได้รับรายงานมาตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งจับได้ในแถบประเทศใกล้ๆนี้ และจับผู้ต้องหาได้ด้วย โดยจะมีการแถลงข่าวผลการจับกุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นในวันนี้ ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้นั้น ได้ยาไอซ์จำนวน 50 กิโลกรัม และเฮโรอีนจำนวน 100 กว่ากิโลกรัม ซึ่งเราวางแผนกันไว้ดี ต้องบอกว่าพล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เขาเก่งจริงบวกกับตำรวจเอาจริงเอาจังด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าพื้นที่ดังกล่าวที่จับยาเสพติดได้นั้น เป็นทางผ่านหรือว่าตลาดการค้าโดยตรง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นทั้ง 2 ส่วน ซึ่งบางส่วนก็นำมาขายในบ้านเรา และบางส่วนก็ส่งออกไปขายยังต่างประเทศ เพราะตนวางนโยบายไม่เหมือนคนอื่นใครอยากสั่ง สั่งไป แต่ตนจับ เราวางนโยบายมาถูกทางแล้ว ซึ่งตำรวจให้ความร่วมมือดีมาก เป็นผลงานของตำรวจเขา รัฐบาลก็ได้หน้า ตนก็เลยมีหน้ามีตาไปด้วย เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่าาเหตุใดยังไม่สามารถจับกุมหรือควบคุมยาเสพติดในเรือนจำได้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ขณะนี้น้อยลงแล้ว เพราะอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่ เขาเป็นตำรวจเก่า เขารู้วิธีการสืบสวน ซึ่งพฤติกรรมตรงนี้ ตนได้เคยบอกไปแล้วว่า ให้เอาผู้ต้องหาที่เข้าข่ายมารวมกัน เอาเฉพาะตัวที่เข้าข่าย แล้วตัดสัญญาณโทรศัพท์ทิ้ง มันจะโทรหากันได้ไง แค่นี้ก็จบ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลชุดที่แล้วเขาไม่คิด ส่วนที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนเก่า บอกว่าทำไม่ได้นั้น เรื่องนี้สามารถขออนุญาตศาลได้ เรื่องความมั่นคงแห่งชาติ เรื่องยาเสพติด เขาให้กฎหมายพิเศษไว้ เช่น ปปส.ออกบัตร เป็นเจ้าหน้าที่ปปส.ก็มีสิทธิ ในการจับกุมตรวจค้น กรณีที่ต้องไปหาข่าว ก็ขออนุญาตศาลได้
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ขั้นตอนในการสืบหาต้นตอของยาเสพติดที่ผ่านมามีวิธีการอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เราใช้ขั้นตอนในการยึดทรัพย์ ที่ผ่านมารอบ 3 เดือนเศษ จับได้เยอะมาก โดยการยึดทรัพย์นั้น ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย อย่างไรก็ตามในวันที่ 6-9 ม.ค.2555 ตนจะขึ้นไปตรวจเยี่ยมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อประชุมแก้ไขปัญหายาเสพติด เพราะปัญหาดังกล่าวเริ่มจะออกไปทางอีกประเทศหนึ่งแล้ว โดยมีการใช้ จังหวัดหนองคาย มุกดาหาร และอุบลราชธานี เป็นทางผ่าน
“ผมขอให้รัฐบาลอยู่สัก 8 ปี ผมรับรองได้ว่าผู้ค้ายาเสพติดไม่มีสิทธิ์ได้ใช้เงิน จากการค้ายาเสพติดแน่ เพราะผมยึดทรัพย์หมด ผมเอาจริงเอาจังแน่ ซึ่งผมก็มีเบอร์ฮอตไลน์ ให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อให้เขาติดต่อผมได้ตลอดเวลา แต่อย่ามารายงานผมด้วยเอกสารนะ ให้ไปรวมไว้ที่ปปส.เลย ให้รายงานด้วยวาจา เพราะผมรับโทรศัพท์เอง ซึ่งบางครั้งเจ้าที่เขาก็มีปัญหา เพราะไอ้บางกลุ่มบางพวกมันก็มีอิทธิพล ผมก็บอกว่าอย่าไปเกรงกลัว ต้องจับให้หมดปรานีไม่ได้ แต่ต้องนุ่มนวล และยึดหลักกฎหมาย” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
'เฉลิม'เมินบ่อนเตาปูนเปิดซ้ำ ลั่นหากเปิดอีกก็จับอีก
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีการเปิดบ่อนพนันย่านเตาปูนอีกครั้ง ในช่วงเย็นของวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมในช่วงเช้าว่า เรื่องนี้คงไม่เป็นความจริง เพราะยังตั้งโต๊ะไม่ทันแน่ จับไปตอนเช้า แล้วตอนเย็นจะเอาโต๊ะที่ไหนมาเล่น
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่าเจ้าของบ่อนเป็นผู้ประกันตัวผู้เล่นออกมาจริงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เราไม่รู้เรื่อง แต่ถ้าเปิดอีกตำรวจก็จับอีก ไม่มีมาตรการอะไร เปิดก็จับ หลบได้หลบ เปิดอีกจับอีกมันก็เป็นอย่างนี้ ตั้งแต่ตนอายุ 26-27 แต่ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาไม่มีมาตรการ 2 ปี7 เดือนประชาธิปัตย์ทำอะไรอยู่ ยาเสพติดก็ไม่มีผลงาน ไปเขียนตัวเลข2,500 ตั้งกล้อง 2,500 เพิ่มกองกำลัง 2,500 เพิ่มโทษผู้ค้า ก็โทษผู้ค้ามันประหารชีวิตอยู่แล้ว จะไปเพิ่มโทษอย่างไร
เมื่อถามว่านายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทยเสนอให้แก้พ.ร.บ.การพนัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่กล้าพูด ใครพูดเรื่องคาสิโนเมืองไทยอยู่ไม่ได้ เพราะยังคงแอบเล่นกันอยู่ แต่ว่าแบบโจ๋งครึ่มไม่มี ส่วนบ่อนลอยฟ้านั้นตนไม่มั่นใจ แต่กำลังเชิญพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบ.ช.น.มาหารืออีกครั้ง
ปัดได้พูดชื่อคนโพสต์เฟซบุ๊ค'นายกฯ'อ้างจนท.บอก
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีที่ได้ชี้แจงกับคณะกรรมการวิสามัญที่รัฐสภาว่า บุคคลที่ทำเฟซบุ๊คของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มีชื่อว่ายุวรารัตน์ ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ได้ชี้แจงอย่างนั้น เป็นแต่เพียงเจ้าหน้าที่ที่เขาไปด้วย เขาบอกว่ามีชื่อเล่นชื่อนี้ แต่ถ้าเขาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ก็ไม่ได้ทำ ไม่ใช่เรื่องผิดถูกอะไร เรื่องมันไม่มีอะไร เพราะสำนักราชเลขาธิการก็มีหนังสือลงมาแล้ว
ส่วนกรณีที่ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการลบข้อมูลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เลสโนติสก็ไม่มี อินเตอร์โพลก็ไม่มี เรื่องนี้ไม่เป็นไร สามารถพิสูจน์กันได้ เนื่องจากตนเคยตรวจสอบแล้วปรากฏว่าไม่มีทั้งเลสโนติส และอินเตอร์โพลแต่อย่างใด
'เฉลิม'ปลื้ม'สื่อฯอาชญากรรม'ตั้งฉายา'สารวัตรนักใบ้คำ'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนสายอาชญากรรมตั้งฉายาให้ว่า “สารวัตรนักใบ้คำ” ว่า ก็ใกล้เคียง เข้าใจตั้ง ผู้สื่อข่าวไม่ทราบหรอก ว่าสมัยตนเป็นสารวัตรกองปราบนั้น อำนาจมีเยอะ ออกหมายค้น หมายจับได้ทั่วราชจักรไทย แต่ตนใฝ่การเมืองเท่านั้น
'เฉลิม'ปิดปากปัดตอบพยานคดีฆ่านักธุรกิจซาอุฯ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับการติดต่อจากบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นพยานปากเอก ในคดีฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียว่า ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นและเรื่องนี้เป็นความลับ ซึ่งท่านทูตซาอุ ฯ ก็มาพบตนหลายครั้ง ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีพยานปากเอกที่จะสาวไปถึงตัวคนร้ายได้นั้น ตนไม่ขอแสดงความเห็น เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศ เกรงว่านายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ จะดุเอา
ปัดข่าวสมาชิกบ้านเลขที่111หวนนั่ง'นายกฯ'
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ว่า โดยหลักแล้วจะแก้มาตรา 291 และจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จาก 77 จังหวัด และอีก 22 คน มาจากปราชญ์ราชบัณฑิต ทำให้ไม่เกิดข้อกังวลว่าส.ส.ร. จะมาจากขั้วทางการเมืองฝ่ายใด พรรคใด ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนปราศรัยตั้งแต่ปี 2552 และเมื่อได้ ส.ส.ร.ชุดใหม่แล้วจะทำการยกร่าง แล้วทำประชามติ ถ้าประชาชนเห็นด้วยรัฐบาลมีหน้าที่เพียงรับหรือไม่รับเท่านั้น
ส่วนกรณีที่ประชาชนไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ในตอนนี้ เพราะคิดว่ายังเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมนั้น รองนายกฯกล่าวว่า ตนเคยกล่าวว่าเห็นแตกต่างได้แต่ไม่แตกแยก อีกทั้งรัฐบาลก็เพิ่งจะทำงานได้เพียง 4 เดือน โดยได้เคยบอกว่านโยบายการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนภายใน 1 ปี รอสัก 8 ปีได้หรือไม่ หรือครบ 1 ปี ค่อยทำ แต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่ต้องการอย่างไร ตนก็เห็นไปทางนั้น ไม่ขัดข้อง ไม่ใช่กลัวความวุ่นวาย เพราะการแก้รัฐธรรมนูญเป็นการทำเพื่อส่วนรวม
สำหรับกรณีที่น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ออกมาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคน ๆ เดียวว่า น.ต.ประสงค์ออกมาวิจารณ์ทำนองนี้ตลอด แต่จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคน ๆ เดียว โดยเฉพาะตนที่จบกฎหมายมาทั้งปริญญาโทและเอกย่อมรู้ดี เป็นเพียงความเข้าใจของน.ต.ประสงค์ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกติกาของระบบประชาธิปไตย เป็นกฎหมายสูงสุด เป็นนามธรรม และตนก็ไม่รู้ว่าพรรคเพื่อไทยจะเอาอย่างไร ซึ่งเวลาตนอธิบายหรือความคิดเห็นภายในพรรค เสียงส่วนใหญ่ก็คล้อยตามในความคิดตน โดยหลักการแก้ไขแน่นอน แต่วันและเวลาเมื่อไหร่ ขอให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาความยากจน ส่วนตนขอปราบปรามยาเสพติดและเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรัฐบาลกำจัดทุจริตก่อน เมื่อ 4 เรื่องนี้ดำเนินการได้เรียบร้อยและมีผลงาน ก็จะดำเนินการเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป
“ไม่มีเสื้อแดงที่ไหนมาปลุกระดม กดดันรัฐบาล และไม่ได้ทำเอาใจใคร เพราะการเลือกตั้งส.ส.ร.ขึ้นมารวมทั้งการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ทำเสร็จง่าย ๆ ซึ่งถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยรัฐบาลก็ต้องคิด เพราะสมัยนี้จะทำอะไรตามใจไม่ได้ง่ายๆ ผมก็ไม่กล้าที่จะเสนอความคิดเห็นต่อนายกฯ ยกเว้นนายกฯจะถาม แต่ในพรรคจะมีเวลาให้ผมวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองทุกวันอังคาร ผมก็จะใช้เวลาในส่วนนี้วิเคราะห์ประเด็นต่างๆ ให้คนในพรรคได้ฟัง”รองนายกฯ กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรา 237 หลายคนอาจจะเข้าใจผิด ถ้าเราไม่ทำผิดจะถูกยุบพรรคได้อย่างไร แต่ก็มีบางพวกที่ทำผิดแต่พวกเยอะก็ไม่ถูกยุบพรรคเหมือนกัน มันมี 2 แง่มุม อย่าเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาหักหลักการ ระบบก็จะไม่ได้ บางสื่อไปเขียนซะจนคนอ่านตกใจ ว่าถ้าบ้านเลขที่ 111 กลับมาจะทำอย่างไร ปัจจุบันบ้านเลขที่ 111 ออกจากพรรคไปจนจะหมดแล้ว ไปเขียนว่าคนนั้นคนนี้จะมาเป็นนายกฯ จะเป็นได้อย่างไรในเมื่อนายกฯยังอยู่ บางคนก็ออกจากพรรคไปแล้ว หาเข็มทิศกลับพรรคกันไม่ถูกแล้ว เรื่องที่จะยุบสภาเดือนพฤษภาคมด้วย หลังพฤษภาคม ก็มิถุนายนเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ทุกฝ่ายต่างจับตามองว่าหลังพฤษภาคมที่บ้านเลขที่ 111 พ้นจากการถูกละเว้นทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งนั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เป็นเรื่องแน่นอน เพราะคนเหล่านั้นก็เป็นคนเก่ง ๆ ทั้งนั้น แต่จะให้มาเป็นส.ส.ได้อย่างไร ส.ส.คนไหนจะยอมลาออก แต่ถ้าจะมาเป็นรัฐมนตรีคงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ ตนไม่มีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งการปรับคณะรัฐมนตรีตนไม่กล้าแม้แต่จะนึก เพราะไม่มีหน้าที่ในการตัดสินใจ



