
ปปง.เล็งขอสอบเชิงลึกทรัพย์ปลัดคค.
ปปง.เตรียมขออนุมัติคณะกรรมการธุรกรรมอนุมัติตรวจสอบทรัพย์สินเชิงลึกของปลัดคมนาคม พร้อมต่อสาย ปปง.ต่างประเทศร่วมสอบทรัพย์สินในต่างแดน ขณะที่ ตร.จ่อแจ้งข้อหาปลัดแจ้งความเท็จยอดเงินหายไม่ตรงกับของกลาง
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยผลการสอบสวนและวิเคราะห์ธุรกรรมเส้นทางการเงินของกลางที่ถูกปล้นจากบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ว่า ได้ประสานความร่วมมือกับตำรวจ ทำให้มีข้อมูลในชั้นสอบสวนพอสมควร โดยพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนบางแห่ง ซึ่งตรงกับข้อมูลที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกมาระบุก่อนหน้านี้ ดังนั้น ในเดือนมกราคม 2555 ปปง.จะนำข้อเท็จจริงรวมถึงหลักฐานเบื้องต้นเสนอต่อคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. เพื่อขออนุมัติตรวจสอบธุรกรรมการเงินในเชิงลึก โดยคาดว่าบอร์ดจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมด
พ.ต.อ.สีหนาทยังกล่าวว่า การตรวจสอบของ ปปง.ไม่เน้นการแสวงหาหลักฐานเพื่อเอาผิดทางอาญา แต่เป็นการแกะรอยไปตามเส้นทางการเงิน โดยจะตรวจสอบว่า เงินถูกจำหน่ายจ่ายโอนไปให้ใครบ้าง ในส่วนการตรวจสอบทรัพย์สินในต่างประเทศนั้น สามารถประสานโดยตรงไปยังสำนักงาน ปปง.ของต่างประเทศได้ด้วย
ด้านนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูลทางการเงินร่วมกับธนาคาร 5 แห่ง ซึ่งเป็นเจ้าของสายรัดธนบัตรที่พบข้อมูลเชื่อมโยงกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่เป็นผู้ชนะการประมูลและเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคม ทั้งนี้ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า เป็นเงินที่เบิกมาในช่วงปี 2552-2554 ซึ่งจะขยายผลตรวจสอบว่าในช่วงปีต่างๆ กระทรวงคมนาคมได้อนุมัติโครงการสำคัญใดๆ บ้าง คาดว่าภายในเดือนมกราคม 2555 นี้ จะมีความชัดเจนเรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จและร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับข้อมูลและคำชี้แจงของนายสุพจน์ที่ ป.ป.ช.กำหนดให้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินภายในวันที่ 11 มกราคม 2555 นี้
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่าพรรคยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง รวมถึงนายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ ของพรรค ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วย เช่นเดียวกับนายโสภณที่ยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องนี้ และไม่ขอออกความเห็นในเรื่องดังกล่าว
พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า ขณะนี้ตามเงินที่ได้จากการปล้นได้แล้ว 18.1 ล้านบาท ส่วนกรณีที่นายสุพจน์แจ้งว่าเงินหายไป 5 ล้านบาท เมื่อสอบถามเพิ่มเติมก็ยังยืนยันว่ามีเพียง 5 ล้านบาท
"นายสุพจน์จะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิ ซึ่งขณะนี้ ป.ป.ช.ก็สอบแล้วพบว่าเชื่อมโยงกับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง หากตรวจสอบว่ามีการเบิกเงินในลอตเดียวกันเกินกว่า 5 ล้านเมื่อใด ตำรวจก็จะเรียกปลัดมาแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ ซึ่งในส่วนของตำรวจเกี่ยวข้องแค่นี้ แต่จะทุจริตหรือไม่ ทาง ป.ป.ช. และปปง.เป็นผู้ตรวจสอบ" พล.ต.ท.วินัยกล่าว



