
"ชาญชัยยันพรรคเผื่อแผ่นดินค้านแก้รธน.
"ชาญชัย ยัน เพื่อแผ่นดินค้านแก้รธน. อ้างเวลาไม่เหมาะสม ประกาศต้องทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังเสียงประชาชน ย้ำที่เปลี่ยนท่าทีไม่ใช่เพราะกลัวพันธมิตรฯ
(6พ.ค.) นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์กรณีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าพรรคร่วมรัฐบาลกดดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 และการนิรโทษกรรม ว่า ยืนยันว่าพรรคเพื่อแผ่นดินจะไม่กดดันพรรคร่วมรัฐบาลหรือแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เพราะความคิดเห็นของแต่ละคน แต่ละพรรค ถือว่าเป็นความคิดเห็นของแต่ละคน แต่ละพรรคเช่นเดียวกัน แต่สำหรับพรรคเพื่อแผ่นดินเรื่องแรกคือจะต้องแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาความเดือดร้อน และวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องรองลงมา โดยจะต้องเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนมีประชาธิปไตยและมีส่วนร่วมมากที่สุด ประชาชนจะต้องเห็นด้วยมากที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวทางเรื่องการนิรโทษกรรมนั้นพรรคเพื่อแผ่นดินมีความคิดเห็นอย่างไร นายชาญชัย กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรฯหรือประชาชนจะต้องมีความเห็นร่วมกัน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของประเทศเพียงคนเดียว แต่ทุกคนมีหุ้นส่วนคนละหนึ่งหุ้น ดังนั้นจึงต้องไปลงตัวที่ประชาพิจารณ์ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประชาพิจารณ์ หากประชาชนไม่เห็นด้วย หรือไม่มีประชาพิจารณ์ เราก็จะไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เดี๋ยวก็จะมาอ้างกลุ่มนั้น กลุ่มนี้ แต่ถ้ามีการทำประชาพิจารณ์จะมีคำตอบที่ชัดเจน เพราะประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
ต่อข้อถามที่ว่าคิดว่าจะทำให้เกิดความยุ่งยากและสิ้นเปลืองงบประมาณหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า สำหรับเรื่องรัฐธรรมนูญของประเทศชาติ ถือว่าคุ้มค่า การลงทุนเพื่อประเทศชาติในเรื่องการให้สิทธิ เสรีภาพ และให้รัฐธรรมนูญเป็นของปวงชนชาวไทยถือว่าคุ้มค่าสำหรับเงิน 2 พันกว่าล้านบาท
เมื่อถามว่าได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลบ้างหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า ตนได้หารือกันภายในพรรคเพื่อแผ่นดินเท่านั้น ยังไม่ได้พูดคุยกับพรรคอื่น ซึ่งความคิดเห็นย่อมมีความแตกต่างได้
ถามว่าโฆษกพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าควรจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงปีสุดท้ายของรัฐบาลมากกว่า นายชาญชัย กล่าวว่า เราบอกแล้วว่าจะต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศก่อน เมื่อเศรษฐกิจดีเราค่อยไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อข้อถามที่ว่าแสดงว่าตอนนี้เห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศชาติมีความสงบแล้ว พรรคเพื่อแผ่นดินเห็นว่าการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจะต้องมาเป็นอันดับแรก เราต้องแก้ไขปัญหาปากท้อง รายได้ ของประชาชนก่อน ซึ่งเราต้องหันหน้าเข้าหากัน ทำงานเพื่อประเทศชาติก่อน เดี๋ยวคนกลุ่มโน้น คณะนี้ จะไม่เห็นด้วย ก็จะมีความขัดแย้งกัน บ้านเมืองก็จะมีปัญหา
“ ผมดูช่วงเวลาแล้วคิดว่ายังไม่เหมาะ เพราะมีคนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยหลักการแล้วจะต้องทำประชาพิจารณ์ และไม่ได้กลัวการยุบสภาก่อนที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมลงสมัครรับเลือกตั้งจนเป็นที่รู้จักของชาวบ้านอยู่แล้ว เรื่องยุบสภาไม่มีใครกลัว แต่ไม่อยากให้ยุบ เพราะถ้ายุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ก็ต้องใช้เงินงบประมาณอีก และยังไม่ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอย่างไร เพราะเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยใกล้เคียงกันมาก หากเราเอาปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นอันดับแรก และหันหน้าเข้าหากันทำงานเพื่อชาติ เพื่อบ้านเมือง ผมเชื่อว่าจะสำเร็จ เมื่อประชาชนมีความพึงพอใจและมีความผาสุกแล้วค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างนั้นคงไม่ยาก แต่ถ้าเรื่องปากท้องยังไม่ดี ไปคิดทำอะไรขึ้นมา เดี๋ยวก็ทะเลาะกันต่อ ” นายชาญชัย กล่าว
นายชาญชัย กล่าวว่า ในหลักการรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ซึ่งเสียงใกล้เคียงกัน จึงจะต้องแก้ไขประเด็นแรกคือสิทธิทางการเมือง อย่ามาจำนองเหมือนคนติดคุกคดีอาญา อย่างนั้นคงไม่ได้ คนที่กระทำความผิดก็ถือว่าเป็นความผิดส่วนตัว กฎหมายเราจะต้องเป็นสากล จะไปเหมาเข่งยกพรรค มันไม่ชอบด้วยความถูกต้องและไม่เป็นสากล เรื่องรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องแก้ไขแต่เรื่องเศรษฐกิจต้องมาก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นการไปขวางทางของพรรคอื่นหรือไม่ เพราะแต่ละพรรคได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินก็ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเช่นเดียวกัน แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประเด็นคือนายกรัฐมนตรีให้การบ้านมาว่าแต่ละพรรคมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและให้เวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งตอนนี้ก็ครบแล้ว และเราก็เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้ปกครองประเทศนั้นต้องแก้ไข แต่ ณ เวลาขณะนี้ถ้าเราทำควบคู่กันมันจะทะเลาะกัน และมีความขัดแย้งกัน เพราะมีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงต้องมีการทำประชาพิจารณ์ทั้งประเทศ ซึ่งใครจะมาขัดขืนเสียงส่วนใหญ่ของประเทศคือประชาชนไม่ได้
เมื่อถามว่าที่เปลี่ยนท่าทีอย่างนี้เพราะกลัวการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯที่ประกาศจะชุมนุมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า “ ไม่กลัวใครทั้งสิ้น เพราะเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราจะไปกลัวใครทำไม ” ต่อข้อถามว่าเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ได้ไปเจอใครหรือไม่จึงทำให้ท่าทีของพรรคเพื่อแผ่นดินเปลี่ยนแปลงไป นายชาญชัย กล่าวว่า อย่ามาถามประเด็นสั้น ๆ อย่างนี้ แต่เป็นหลักการของสิทธิ เสรีภาพ ที่ทุกคนมีเท่าเทียมกัน
ถามว่ากลัวว่าจะถูกมองว่าเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า ถ้าอะไรถูกเราก็เห็นด้วย แต่ถ้าอะไรที่มันไม่ดี เราก็ต้องคัดค้าน



