
ผู้เชี่ยวชาญแนะอยากให้ลูกมีพัฒนาการดีต้องเลี้ยงลูกเป็น
เก่งรอบตัว ฉลาดรอบรู้ เป็นนิยามของเด็กวัยเรียนในปัจจุบัน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเช้าซีเรียล ได้จัดงานเสวนา เลี้ยงลูกให้ฉลาดเรียน เก่งกิจกรรม กับอาหารเช้าเนสท์เล่ ซีเรียล โฮลเกรน
เพื่อแนะนำแนวทางการเลี้ยงลูกในวัยเรียน พร้อมเชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองหันมาใส่ใจมอบอาหารเช้าที่มีคุณค่าให้กับลูกในวัยเรียน และแนะนำคุณประโยชน์ของอาหารเช้าที่ช่วยให้เด็กในวัยเรียนมีความพร้อมทั้งพลังกายและสติปัญญา ต้อนรับช่วงเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึง
รศ.นพ.สังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ หัวหน้าหน่วยโภชนาการ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขณะนี้เด็กไทยในปัจจุบันกำลังน่าเป็นห่วงในเรื่องระดับสติปัญญาหรือไอคิว เพราะจากการสำรวจของสถาบันราชานุกูล พบว่าเด็กไทยวัยเรียนชั้นประถมศึกษาอายุ 6-11 ขวบ มีระดับไอคิวต่ำเพียง 97-98 แม้ว่าจะไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ เพราะเด็กปกติควรจะมีระดับเชาวน์ปัญญา (IQ score) ในระดับ 90-110 แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเมื่อเป็นวัยรุ่นระดับไอคิวจะเหลือเพียง 90 ต้นๆ เท่านั้น
"ปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่เข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงดูลูกในวัยเรียนที่ถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งยังไม่มีเวลา เพราะต้องทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทำให้เด็กขาดการเลี้ยงดูที่เหมาะสม แม้ว่าระดับไอคิวจะขึ้นอยู่กับพันธุกรรม แต่สิ่งแวดล้อมอันได้แก่การเลี้ยงดูที่ถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงการมีภาวะโภชนาการที่ดี เด็กได้บริโภคอาหารเช้าที่มีประโยชน์ ซึ่งปัจจุบันเด็กไทยโดยรวมยังได้รับใยอาหารจากธรรมชาติ อย่าง ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักผลไม้ ในปริมาณที่น้อย" รศ.นพ. แจง
พร้อมกันนี้ยังกล่าวต่อด้วยว่า ด้านจิตใจของเด็กๆ ก็มีส่วนสำคัญ พ่อแม่ควรมีความยืดหยุ่น และกระตุ้นเด็กอย่างเหมาะสม ไม่ควรกดดันลูกจนทำให้เกิดความเครียด เพราะส่งผลต่อประสิทธิภาพในเรียนรู้ของเด็ก พ่อแม่ที่เข้าใจและมีพฤติกรรมเอาใจใส่ลูกทั้งเรื่องการเรียน การกิน การนอน การเล่น ออกกำลังกายรวมทั้งด้านอารมณ์และจิตใจที่เหมาะสมของลูกจะส่งผลดีต่อระดับไอคิวของลูก ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการ หรือ Developmental quotient (DQ)
สมวัยและเต็มศักยภาพเท่าที่ลูกควรมี
ในขณะที่ รศ.ประไพศรี ศิริจักรวาล ผู้เชี่ยวชาญประจำสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำถึงเรื่องอาหารเช้าของเด็ก ว่า อาหารที่ทำมาจากโฮลเกรนหรือธัญพืชเต็มเมล็ดเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับเด็กวัยเรียนซึ่งเป็นวัยที่มีกิจกรรมมาก เพราะยังมีส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเมล็ด เนื้อเมล็ด และจมูกข้าวอยู่ครบถ้วน ทำให้ได้สารอาหารที่สำคัญ เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินอี วิตามินบี แร่ธาตุ ไฟโตนิวเตรียนท์ และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ มากกว่าธัญพืชขัดสีทั่วไป
"การบริโภคอาหารเช้าที่ดีมีประโยชน์เป็นหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญสู่ความสำเร็จในการเรียนและเล่นของลูกวัยเรียน ซึ่งต้องการสมาธิในการเรียนและพลังงาน หากเด็กไม่ได้บริโภคอาหารมื้อเช้าจะทำให้สมาธิในการเรียนลดลง การเลือกอาหารเช้าที่มีประโยชน์ให้ผลดีกับสุขภาพโดยรวม ทำให้เด็กเริ่มวันใหม่ด้วยความสดใส กระปรี้กระเปร่า เพิ่มความเชื่อมั่นในตนเอง ส่วนใหญ่ถ้าเปรียบเทียบอาหารทั้งวัน พลังงานจากอาหารเช้าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 25 ของทั้งวัน” ผู้เชี่ยวชาญ แนะ
ดังนั้นการบริโภคอาหารเช้าที่มีประโยชน์จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาในเด็กวัยเรียน ทำให้เด็กมีพลัง พร้อมเรียนรู้ ฉลาดและเก่งสมวัย



