
ชะตากรรมภาคประชาชน 'สีผสม'
ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ประชาชนเรือนหมื่นมารวมตัวกันที่สนาม หน้าที่ว่าการอำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เย็นวันที่ 18 ธันวาคม 2554 เพื่อรอพบนายกรัฐมนตรี!
ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ประชาชนเรือนหมื่นมารวมตัวกันที่สนาม หน้าที่ว่าการอำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เย็นวันที่ 18 ธันวาคม 2554 เพื่อรอพบนายกรัฐมนตรี!
นี่คือเวที 'สมัชชาประชาธิปไตยชุมชน สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง' ซึ่งตามหมายกำหนดที่แจ้งไปยังมวลสมาชิกนั้น นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางมารับฟังปัญหาของชาวบ้านในวันที่ 19 ธันวาคม 2554
จึงมีผู้คนเดินทางฝ่าลมหนาวมาปักหลักพักค้างกันมากกว่าที่ฝ่ายจัดงานคาดหมายไว้
สำหรับเวทีนี้ มีเจ้าภาพคือ 'เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ' ร่วมกับ 'สภาพัฒนาการเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ' และ 'เครือข่ายภาคประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ'
หัวเรือใหญ่ สน รูปสูง ในฐานะรองประธานสภาพัฒนาการเมือง กล่าวว่า หลังจากที่เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลฯ และองค์กรสมาชิกกว่า 863 ตำบลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินงานการเมืองภาคประชาชนในวิถีประชาธิปไตยชุมชนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้พบกับปัญหาที่แท้จริงของประชาชน และกลุ่มคนฐานล่างของสังคมไทย
โดยจากการระดมสมองของเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลฯ ผ่านเวทีสมัชชาประชาธิปไตยชุมชน สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองที่จัดขึ้นครั้งนี้ สรุปได้ 14 ข้อเสนอ
1.การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร 2.การแก้ไขการกระจายอำนาจต้องไม่กระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง 3.การแก้ไขการทำเหมืองแร่โปแตช 4.การแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน 5.การแก้ไขการทำเหมืองต่างๆ ต้องควบคุมพร้อมกำหนดชัดเจน
6.การแก้ไขปัญหาการจัดการลุ่มน้ำโขง 7.เรื่องนิวเคลียร์ต้องยุติ 8.สวัสดิการชุมชน 9.การพัฒนาองค์กรภาคประชาชน 10.ราคาพืชผลทางการเกษตร 11.การสร้างรายได้จากท้องถิ่น 12.การกำจัดคอร์รัปชัน 13.การศึกษา และ 14.เรื่องเกษตรพันธะสัญญา
"แม้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเบี้ยวไม่มารับข้อเสนอก็ตาม ให้ตัวแทนที่เดินทางมารับมอบ 14 ประเด็นปัญหาประชาชน ซึ่งเราจะติดตามดูและเข้าพบนายกรัฐมนตรี ภายหลังจากที่ได้รับประเด็นปัญหาจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศครบถ้วนก่อน ว่าเรื่องปัญหาที่ทุกภาคเสนอไปนั้น จะถึงมือนายกรัฐมนตรีและได้รับการแก้ไขหรือไม่" สน กล่าว
อันที่จริงองค์กรภาคประชาชนที่เอ่ยชื่อมาข้างต้น เป็นดอกผลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีการวิเคราะห์ว่า ด้วยเหตุนี้การประชุมสมัชชาฯ จึงไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำเท่าที่ควร
แถมมีแกนนำ นปช.บางคน ประเมินว่า สภาพัฒนาการเมืองหรือสภาองค์กรชุมชน ล้วนเป็นเครือข่ายของฝ่ายอำมาตย์เสียด้วยซ้ำไป
กรณีนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ได้รับจดหมายเชิญจากทางคณะผู้จัดงาน บังเอิญติดภารกิจในต่างประเทศ ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น มารับเรื่องแทน
แต่ทางคณะผู้จัดงานเห็นว่า มันเป็นปัญหาระดับชาติ จึงติดต่อไปยังเลขาธิการนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ขอให้รัฐบาลส่งตัวแทนจากส่วนกลางมารับหนังสือ
ในที่สุด บัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ สุชน ชาลีเครือ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายเคลียร์ม็อบ เดินทางมาเป็นตัวแทนนายกฯ
อีกฟากหนึ่งของภาคประชาชนภาคอีสาน ได้เชื้อเชิญ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.แบบบัญชี รายชื่อพรรคเพื่อไทย มาร่วมรับฟังปัญหาเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายจัดงานเลยให้ 'สุชน' เป็นตัวแทนฝ่ายบริหาร และ 'หมอเหวง' เป็นตัวแทนฝ่ายนิติบัญญัติ รับข้อเสนอจากสมัชชาฯ ไป
น่าเสียดายที่ตอนรับมอบข้อเสนอนั้น ประชาชนทยอยกลับบ้านไปก่อนหน้าแล้ว จึงเหลืออยู่ในเวทีดังกล่าวไม่กี่ร้อยคน
ว่ากันว่า ภายในงานมีการชิงไหวชิงพริบกันพอควร ด้วยเหตุที่ภาคประชาชน พ.ศ.นี้ มีหลายเฉดสี และไม่เป็นเอกภาพเหมือนเก่า



