ข่าว

เบื้องหลังภาพ "ปู-ซูจี"

เบื้องหลังภาพ "ปู-ซูจี"

25 ธ.ค. 2554

เกือบจะทำให้คนไทยทึ่งไปตามๆกันอยู่แล้ว เมื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย หารือกับ ออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย

เกือบจะทำให้คนไทยทึ่งไปตามๆกันอยู่แล้ว เมื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ได้พบและหารือกับ ออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) 'หญิงเหล็ก' นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า


 ถ้าไม่ถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชาย 'ยิ่งลักษณ์' ออกมายอมรับเอง ผ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 20 ธันวาคม ที่ลงตีพิมพ์คำให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากดูไบ ว่าตนเดินทางไปพม่าเพื่อเข้าพบกับประธานาธิบดี เต็ง เส่ง และ พล.อ.อาวุโสตาน ฉ่วย อดีตประธานาธิบดีพม่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม จริง


 "เป็นการปูทางให้การเดินทางเยือนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี รวมทั้งการเข้าพบกับ ออง ซาน ซูจี เลขาธิการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของพม่า เป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น"
 จบกัน... แทนที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เสียก็สิ้นเรื่อง


 แต่กระนั้น สิ่งที่ได้ก็ถือว่าคุ้มค่า โดยเฉพาะ ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่รัฐบาลทหารพม่ายอมให้ผู้นำต่างประเทศได้พบ และพูดคุยกับ อองซาน ซูจี แถมเป็นภาพลักษณ์ที่ผู้นำหลายประเทศ โดยเฉพาะผู้นำหญิงจะต้องอิจฉาเลยทีเดียว


 ยิ่งไปกว่านั้น จากการเปิดเผยของ พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ว่า การเจรจาส่งผลให้เราได้แหล่งพลังงานบนภาคพื้นดินจากประเทศพม่าเพิ่มอีก 2 แหล่ง ใกล้กรุงเนปิดอว์ ซึ่งจะมีทั้งน้ำมันและก๊าซ โดยจะมีแหล่ง M9 ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2013 (2556) ส่วนแหล่ง M3 อยู่ติดกับอ่าวเมาะตะมะ จะเกิดขึ้นในปี 2016 (2559)


 ซึ่งแหล่ง M3 นี้จะเป็นแหล่งพลังงานก๊าซเปียก ที่มีส่วนผสมของปิโตรเคมีเป็นแหล่งแรก เราจะร่วมกับพม่าทำโรงแยกก๊าซ โดยจะมีความสัมพันธ์ระยะยาวกันด้วย โดยเราได้เชิญรัฐมนตรีพลังงานของพม่ามาร่วมงานอินเตอร์เนชั่นแนลปิโตรเลียม ในวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2555 จากนั้นเราจะพาไปดูโรงแยกก๊าซที่จะนำไปทำที่ประเทศพม่าด้วย


 เกี่ยวกับโรงแยกก๊าซ "คงต้องรอดูว่าการตัดสินใจของพม่า ซึ่งเราคงต้องเจรจาร่วมกันว่าจะร่วมลงทุนกับบริษัท ปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดหรือไม่ หรือจะนำแหล่งก๊าซอื่นเพื่อมาร่วมลงทุนเราก็ยินดี"


 อันสอดรับกับ ฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า ได้มีการหารือระดับทวิภาคีกับผู้นำเมียนมาร์ โดยมีความเป็นไปได้สูงที่จะให้ไทยได้รับสัมปทานปิโตรเลียมที่แหล่ง M 3 ทางตอนใต้ของเมืองย่างกุ้ง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน


 ถือว่า ได้ทั้งภาพลักษณ์ และผลงานอย่างไม่ต้องสงสัย และ "ยิ่งลักษณ์" ควรจะขอบคุณพ.ต.ท.ทักษิณ มากว่าที่จะไม่ยอมรับความเกี่ยวข้องกันเสียด้วยซ้ำ!?