
'ปู'ยันสร้างความปรองดองให้ดีที่สุด
"ยิ่งลักษณ์" ยันจะสร้างปรองดองให้ดีที่สุด ยึดกฎหมายและคำแนะนำ"คอป." ยงยุทธ ยันแก้รธน. แน่ยกหาเสียงไว้ สัญญาปากเปล่าไม่แตะต้อง ป.อาญา ม.112 หลังปีใหม่ นปช. เดินหน้า ล่า 50,000 ชื่อขอแก้ รธน. ประเดิม เสนอ 10 ข้อแก้ไข ยันนักโทษการเมือง72คนต้องได้ย้า
เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า วันที่ 21 ธ.ค. 2554 เวลา 15.30 น. นายลอร์ด โพล แห่ง เบย์สวอตอร์ (Lord Powell of Bayswater) สมาชิกสภาขุนนาง ประธาน UK-Asia Task Force และผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มบริษัท Jardine สหราชอาณาจักร เข้าเยี่ยมคารวะ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ในการพบกันนายลอร์ด โพล กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์อุทกภัยครั้งร้ายแรงในประเทศไทย
นอกจากนี้ นายลอร์ด โพล ยังแสดงการสนับสนุนแผนการปรองดองและสมานฉันท์ในประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้ความมั่นใจว่า รัฐบาลจะดำเนินการสร้างความปรองดองภายในประเทศอย่างดีที่สุด โดยการดำเนินการทุกอย่างจะเป็นไปตามหลักกฎหมายและตามคำแนะนำของคณะกรรมการ อิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลเน้นการแก้ปัญหาโดยปราศจากความรุนแรง รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างกัน ในขณะเดียวกัน จะมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดชาย แดนภาคใต้ควบคู่กันไปด้วย
ทั้งนี้ นายลอร์ด โพล ยืนยันว่า จะช่วยส่งเสริมการลงทุนจากสหราชอาณาจักรในประเทศไทยต่อไป และขอบคุณที่รัฐบาลไทยได้สร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีอย่างต่อเนื่อง
“ยงยุทธ” ยันแก้“รธน.”แน่ไม่แตะม.112
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องนี้เกิดจากการที่ไปหาเสียงกับประชาชนไว้และที่ได้แถลงต่อรัฐสภาก็เหมือนกับเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องทำ เมื่อลงพื้นที่พบประชาชน เขาก็ถามว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ทาง ส.ส. ก็นำความต้องการของประชาชนมาที่พรรค ส่วนกระแสที่ต่อต้านนั้น ความคิดเห็นของแต่ละคนจะมาเหมือนกันคงไม่ได้ ต้องมีแตกต่างกันบ้าง ตามความคิดของคน หลายครั้งที่พรรคเพื่อไทยมีประเด็นเยอะมากที่ต้องพูด คนนี้ก็อย่างนั้น คนนั้นก็อย่างนี้ สุดท้ายก็มีข้อยุติทุกครั้งไป ในส่วนการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อะไรก็ตามที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เรื่องของการจงรักภักดี เป็นเรื่องดวงใจของประชาชน เราจะไปแตะต้องสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้อย่างไร
วิปฯรัฐบาลแถลงย้ำแก้รธน.ไม่ใช่มติวิปฯรัฐบาล
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) พร้อมด้วยนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ และ นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ฐานะวิปฯ ร่วมรัฐบาล แถลงข่าวย้ำถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่ใช่เป็นมติของวิปฯ รัฐบาล แต่เป็นการเห็นพ้องต้องกัน หลังจากที่ วิปฯ รัฐบาลส่วนของพรรคเพื่อไทยได้รายงานผลการประชุมพรรค เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ที่ประชุมวิปฯ รับทราบ เบื้องต้นนั้นทางพรรคชาติไทยพัฒนาแสดงความเห็นด้วย
ทั้งนี้นายอุดมเดช แถลงย้ำด้วยว่าส่วนรูปแบบแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นยังไม่ได้กำหนดว่าจะให้ ส.ส. จำนวน 1 ใน 5 ของสมาชิกที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไข, ให้คณะรัฐมนตรีเสนอ หรือ ประชาชน จำนวน 1.5 หมื่นเข้าชื่อเสนอ อย่างไรก็ตามขณะนี้ทราบว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งพยายามที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
ด้านนายพร้องพงศ์ กล่าวเพิ่มว่าขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าหากแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ได้แล้วจะให้หน่วยงานใดเป็นผู้กำหนดคุณสมบัติของกรรมการที่มายกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวมองว่าควรให้องค์กรที่มีความกลางเป็นผู้กำหนด เพื่อป้องกันการครหาว่าเป็นตัวแทนจากนักการเมือง
หลังปีใหม่นปช.เดินหน้าล่า50,000ชื่อขอแก้รธน.
นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. กล่าวต่อว่า นปช.ก็จะต่อสู้ทางการเมืองต่อไปเพราะหน้าที่ยังไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 เราไม่แน่ใจว่าพรรคเพื่อไทย รัฐบาลจะทำอย่างไรต่อไป พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงกับประชาชนไว้เรื่องแก้รัฐธรรมนูญก็เป็นความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทย ส่วนนปช.เคยประกาศไว้เมื่อปี 52 ที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ซึ่งก็คือความรับผิดชอบของนปช. สำหรับเราถ้าไม่เอารัฐประหารต้องไม่เอาผลพวงจากการทำรัฐประหารด้วย จึงเป็นความชอบธรรมและต่อเนื่องของการต่อสู้ที่ยังไม่จบสิ้น ซึ่งเหตุผลของเราคือไม่เอารัฐประหารดังนั้นเราจึงไม่เอารัฐธรรมนูญของการทำรัฐประหาร
สำหรับการแก้ไขในส่วนของเนื้อหาเริ่มต้นได้ง่ายที่สุดด้วยคือการนำร่างคปพร.และรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2517 , 2489 และ 2475 รวมถึงข้อเสนอของนิติราษฎร์ ซึ่งในส่วนของกระบวนการรัฐบาลอาจยกเลิก ม.291 นำไปสู่การตั้งสสร. พร้อมทั้งนำเสนอข้อเสนอเบื้องต้น 10 ประเด็น ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนี้ 1.ยกเลิกมาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญ 2550 2.ยกเลิกมาตรา 36 และ 37 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2549 3.ยกเลิก ส.ว.แต่งตั้ง 4.แก้มาตรา 265 และ 266 ของรัฐธรรมนูญ 2550 5.แก้มาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ 2550 เรื่องการทำสนธิสัญญา 6.แก้มาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญ 2550 เรื่องการยุบพรรค 7.เพิ่มเติมเรื่องอำนาจตุลาการต้องเกี่ยวโยงกับอำนาจอธิปไตยของประชาชน 8.การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้โดยตรงโดยประชาชน 9.ถอดถอน ส.ส. ,นักการเมือง, องค์กรอิสระทำได้โดยตรงโดยประชาชน 10.เสนอกฎหมายได้โดยตรงโดยประชาชน
ด้านนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. กล่าวกล่าวว่า เราเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในประเทศยังม่เป็นกลางเท่าที่ควร ทั้งกกต. ป.ป.ช. และคตส. ที่มีผลพวงมาจากการทำรัฐประหารปี 49 นปช.จึงมีมติอย่างชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญปี 50 เป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการก่อให้เกิดปัญหายิ่งใหญ่ในอนาคต จึงมีมติรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50 อย่างเร็วที่สุด โดยจะเริ่มตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งนปช.ต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ด้วยดี ต้องการประนีประนอม และปรองดองกับทุกฝ่าย เพราะคนไทยไม่ว่าเสื้อสีใดก็เป็นคนไทยด้วยกัน จะมีการหารายชื่อให้ครบ 50,000 รายชื่อ เพื่อยื่นต่อรัฐสภา
ทั้งนี้เราจะเริ่มดำเนินการหลังปีใหม่เป็นต้นไป ที่ผ่านมาเคยมีการรณรงค์ในการชุมนุมที่สกลนครไปแล้วหนึ่งครั้ง และจะมีไปเรื่อยๆจนกว่าประเทศนี้จะมีประชาธิปไตยที่แท้จริงในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ส่วนพรรคเพื่อไทยและรัฐบาล จะมีแนวนโยบายอย่างไรนั้นก็สุดแต่รัฐบาล แต่เรานปช.แดงทั้งแผ่นดินมีจุดยืนชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญ 50 เป็นฉบับของเผด็จการดังนั้นจำเป็นต้องแก้ไขให้เป็นฉบับของประชาชนในทันที
ยันนักโทษการเมือง72คนต้องได้ย้ายไปเรือนจำใหม่
นางธิดา กล่าวถึงกรณีการนำเรือนจำชั่วคราวหลักสี่ (โรงเรียนพลตำรวจบางเขน) กลับมาใช้ใหม่ เพื่อเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมืองจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบางฝ่ายว่าเป็นการกระทำที่เลือกปฏิบัติ ว่า การที่ผู้ถูกคุมขังจากความขัดแย้งทางการเมืองจะได้ย้ายไปอยู่เรือนจำใหม่ ความจริงเรือนจำก็แค่ทาสีใหม่แต่ก็ยังเป็นคุก และวันนี้เราได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพี่น้องด้วยการสำรวจรายชื่อผู้ถูกคุมขังจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ล่าสุดหลังจากบางส่วนได้รับการพระราชทานอภัยโทษแล้ว
ทั้งนี้มีจำนวน 72 คน แต่ที่ยังมีปัญหาไม่สามารถย้ายไปเรือนจำใหม่ได้นั้นเพราะระบบน้ำยังไม่เรียบร้อย และกำลังพิจารณาว่าใครควรได้ย้ายเข้าไป ซึ่งตนคิดว่าแม้ทั้ง 72 คน จะไม่ใช่คนเสื้อแดงและไม่ได้มาจากการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมด แต่ก็มีมูลเหตุมาจากความเห็นต่างทางการเมืองเหมือนกัน นปช.จึงขอยืนยันไปยังกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ ให้ทั้ง 72 คน ได้ย้ายไปเรือนจำใหม่ตามความสมัครใจ ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องที่เกินไปของสังคมไทย และตนไปพบกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์เพื่อยืนยันตัวเลขผู้คุมขังจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองว่ายินดีที่จะไปอยู่ในจุดนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผลออกมาไม่นาน และเพื่อเห็นแก่พัฒนาการสังคมไทยต่อไป หากเป็นไปได้อยากให้ย้ายได้ก่อนปีใหม่ เราคิดว่าคงไม่มีใครไปเตะถ่วงเรื่องนี้ให้ช้าเกินไป
นางธิดา กล่าวถึงการเรียกร้องรัฐบาลเรื่องของการเยียวยาให้กับผู้ที่เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และถูกคุมขังจากเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมทางการเมือง เพราะเหตุการณ์ได้ผ่านมากว่า 1 ปี แกนนำจำนวนมากอยู่ในที่คุมขัง จึงขอให้รัฐบาลเร่งทำการเยียวยาให้เต็มที่ ทั้งเยียวยาด้วยเงิน และเยียวยาด้วยชื่อเสียงเกียรติยศ รวมถึงโอกาสที่เสียไป



