ข่าว

ไทย-เขมรยันทำตามศาลโลกถอนทหาร

ไทย-เขมรยันทำตามศาลโลกถอนทหาร

21 ธ.ค. 2554

รมต.กลาโหมไทย-เขมรถกจีบีซีที่กรุงพนมเปญ ยันจะปฏิบัติตามมาตรการชั่วคราวศาลโลก ถอนทหารและรับผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่พระวิหาร พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมกัน 12 ข้อ หลังปิดห้องคุยยืดเยื้อ

               21ธ.ค.เว็บไซต์ฟิฟทีนมูฟ อ้างอิงสำนักข่าวซีอีเอ็นของประเทศกัมพูชาที่รายงานการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา หรือ GBC ครั้งที่ 8 ระดับรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายกัมพูชา นำโดย พล.อ.เตีย บัญ รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชา และฝ่ายไทย นำโดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อช่วงเช้า ที่โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ

               ทั้งนี้สองฝ่ายได้ยืนยันจุดยืนที่จะปฏิบัติตามมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2554 อย่างเต็มที่และโดยเร็ว ในการถอนทหารออกจากชายแดนด้านปราสาทพระวิหาร และได้เห็นชอบร่วมกันเสนอให้มีการจัดตั้งและส่งผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียเข้าไปยังพื้นที่โดยด่วน นอกจากนี้ สองฝ่ายยังเห็นชอบที่จะปรับกำลังทหารที่ประจำการปัจจุบันในเขตปลอดทหารออกพร้อมกัน


               หลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ร่วม 12 ประเด็น ดังนี้

               1. การประชุมครั้งที่ 8 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ระหว่างพระราชอาณาจักรกัมพูชา และพระราชอาณาจักรไทย ได้จัดขึ้นในวันที่ 21  ธันวาคม พ.ศ. 2554 ที่กรุงพนมเปญ พระราชอาณาจักรกัมพูชา การประชุมนี้ นำโดย ประธานร่วม พล.อ.เตีย บัญ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหม ในพระราชอาณาจักรกัมพูชา และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในพระราชอาณาจักรไทย การประชุมดำเนินด้วยบรรยากาศมิตรภาพและอบอุ่น ที่ส่องสะท้อนให้เห็นจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างประเทศใกล้เคียงทั้งสอง

               2.สองฝ่ายได้แสดงอีกครั้งถึงความเชื่อมั่นต่อกัน เพื่อผลักดันให้มีสันติภาพและความปลอดภัยตามแนวชายแดนระหว่างประเทศทั้งสอง และประสงค์จะแก้ปัญหาพรมแดนโดยสันติวิธีภายใต้มิตรภาพ สองฝ่ายรับทราบว่า ความสัมพันธ์ฉันมิตร เป็นประเทศข้างเคียงที่ดี และความร่วมมืออย่างเต็มที่ มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม

               3. สองฝ่ายได้เห็นชอบสนับสนุนความพยายามของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ต่อปัญหาเขตแดน สองฝ่ายยืนยันอีกครั้งว่า ปัญหาทั้งหมดนี้ไม่ควรกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดี และความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสองอีก

               4. สองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะดำเนินการร่วมกันในกรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เพื่อยกระดับความมั่นคงทางทะเล และเพื่อสกัดกั้นกิจกรรมละเมิดกฎหมายต่าง ๆ ตามพื้นที่ชายแดน

               5. การประชุมได้เห็นชอบว่า เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจและเคารพซึ่งกันและกัน เกี่ยวข้องถึงการรายงานข่าว สองฝ่ายจะเสนอข่าวเฉพาะข้อเท็จจริงและเป็นเชิงบวก เพื่อให้มีความเข้าใจและไว้ใจกัน เป็นประเทศข้างเคียงที่ดี

               6. สองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะเสริมความร่วมมือในการสกัดกั้นและการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ประกอบด้วย การลักลอบขนยาเสพติด การค้าวัตถุโบราณ โจรกรรมยานยนต์ การตัดไม้ผิดกฎหมาย การตัดทำลายป่าไม้ และการข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย

               7. ให้ความสำคัญกับศูนย์ทำลายทุ่นระเบิดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในประเทศทั้งสอง ในการกำหนดพื้นที่สำคัญตามแนวชายแดนสำหรับการดำเนินการเก็บกู้ระเบิด ภายใต้กรอบของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC)

               8. สองฝ่าย ได้ยืนยันความจำเป็นให้มีความร่วมมือในด้านสุขภาพสาธารณะตามแนวชายแดน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่และความสุขสบายของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะจัดมาตรการตรวจสอบและสกัดกั้นโรคต่าง ๆ เช่น ไข้หวัดนกและโรคเอดส์

               9. สองฝ่ายเห็นชอบเสริมความร่วมมือในด้านการอบรม ศาสนา การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม โดยความร่วมมือในด้านดังกล่าวทั้งหมดนี้ มีความสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ เช่นเดียวกับการเพิ่มพูนความเคารพและไว้วางใจกัน

               10. ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งที่ 9 ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ที่พระราชอาณาจักรไทยใน พ.ศ. 2555  โดยช่วงเวลาในการประชุมจะกำหนดภายหลังผ่านช่องทางการทูต

               11. (ข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชา) สองฝ่าย ได้ยืนยันอีกครั้งที่จะปฏิบัติอย่างเต็มที่และเร่งด่วน ตามมาตรการของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ออกเมื่อวันที่ 18  กรกฎาคม พ.ศ. 2554  ​(กัมพูชา แย้งต่อไทย​) และได้เห็นชอบร่วมกันเสนอให้มีการจัดตั้งและส่งผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียให้ได้โดยเร็ว หลังลงนามในบันทึกข้อตกลงของการประชุมครั้งที่ 8  ของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป สองฝ่าย เห็นชอบร่วมกันด้วยที่จะปรับกำลังทั้งหมดออกจากที่ตั้งประจำการปัจจุบันในพื้นที่ปลอดทหารชั่วคราว พร้อมกันโดยโปร่งใสภายใต้การตรวจสอบของอินโดนีเซีย

               12. (ข้อเสนอฝ่ายไทย) สองฝ่ายได้เห็นชอบร่วมกันที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับการดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เช่น ที่ตั้งยุทธภัณฑ์ระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) เพื่อรับประกันความปลอดภัยในพื้นที่ของจุด A B C D

               ทั้งนี้ซีอีเอ็นรายงานเพิ่มเติมล่าสุด เมื่อ 15.06น. การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ที่นำโดย พล.อ.เตีย บัญ และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ ล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งตามกำหนดเดิม การประชุม GBC ครั้งที่ 8 เริ่มเวลา 9.30 น. – 10.00 น. โดยกองเลขานุการฯ ฝ่ายไทย รายงานผลการประชุมของกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ที่ได้ประชุมกันมาเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 19 – 20 ธันวาคม ต่อคณะกรรมการชายแดนทั่วไปฯ เวลา 10.15 น. – 11.00 น. เป็นการหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชาและไทย จากนั้น ตั้งแต่ 11.15 น. – 12.00น. เป็นพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ การประชุม และพิธีปิด จากนั้นจะมีการถ่ายรูปและแถลงข่าวร่วมกัน แต่จนถึงเวลา 15.00 น. การประชุม GBC แบบปิดห้อง​หารือระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมสองประเทศยังไม่เสร็จสิ้น

               แหล่งข่าวระบุว่า ฝ่ายไทยและกัมพูชากำหนดหารือใน 5 ข้อหลัก แนวทางการปฏิบัติตามมาตรการชั่วศาลของศาลโลก ประกอบด้วย 1. การปรับกำลังทหารของสองฝ่าย ที่ประจำการในพื้นที่เขตปลอดทหารกว่า 17  ตร.กม. 2. รายละเอียดในการเข้าปฏิบัติงานของผู้สังเกตการณ์ประเทศอินโดนีเซีย ในฝั่งไทยและกัมพูชา ฝ่ายละ 9 คน 3. จุดตรวจร่วม 3 จุด ประกอบด้วย ประตูเหล็กข้ามห้วยตานี ช่องบันไดหัก และวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ 4.การจัดระเบียบวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ตลาด และชุมชนรอบปราสาทพระวิหาร และ 4. การออกหลักเกณฑ์ในการเข้า- ออกพื้นที่ปราสาทพระวิหารของเจ้าหน้าที่ยูเนสโก​