ข่าว

'กกต.'คาด15ม.ค.คำวินิจฉัย'ตู่'ถึง'ปธ.สภา'

'กกต.'คาด15ม.ค.คำวินิจฉัย'ตู่'ถึง'ปธ.สภา'

21 ธ.ค. 2554

'กกต.' คาด 15ม.ค.55 คำวินิจฉัยคดี 'จตุพร' ถึงมือ 'ประธานสภา' แจงประกาศรับสมัครเลขาฯกกต.เพิ่ม หลังเปิดมาครึ่งเดือนสมัครแค่คนเดียว ชี้แก้รธน. แม้มาตราเดียวก็ควรทำประชามติ

          21 ธ.ค.54 นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ด้านกิจการพรรคการเมือง และการออกเสียงประชามติ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งคำวินิจฉัยการสิ้นสภาพความเป็นส.ส.ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของคำวินิจฉัย เพราะก่อนหน้านี้มีการแก้ไขในรายละเอียด ซึ่งกกต.จะต้องตรวจสอบดูให้แน่ใจก่อนที่จะเสนอให้กกต.ทุกคน ลงนามในคำวินิจฉัย เนื่องจาก คำวินิจฉัยนี้จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา จึงต้องมีรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย มิเช่นนั้นอาจถูกยกคำร้องได้  คาดว่าภายในวันที่ 15 ม.ค.55 น่าจะสามารถส่งไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

 

'สดศรี'ประกาศรับสมัคร'เลขาฯกกต.'เพิ่ม

          นางสดศรี สัตยธรรม กล่าวถึงการเปิดรับสมัครเลขาธิการกกต.ว่า ตั้งแต่กกต.เปิดรับสมัครเลขาธิการตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค.และจะสิ้นสุดเวลารับสมัครในวันที่ 30ธ.ค.นั้น ถึงขณะนี้มีผู้มาสมัครเพียงรายเดียวคือ นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ อดีตปลัดกทม. เท่านั้น ดังนั้นเหลือเวลาเพียงไม่มาก อยากให้ผู้ที่สนในและเสียงสละทำงานเพื่อบ้านเมือง เข้ามาสมัครกันให้มาก เพื่อให้เกิดการแข่งขัน อย่ามองว่ากกต.มีคนอยู่แล้ว จริงๆขณะนี้ยังไม่มีใคร ขอให้เชื่อมั่นกกต .และกกต.ยังไม่มีแนวคิดในการทาบทามเพราะการทาบทามเป็นการเล่นพรรคเล่นพวก กกต.ไม่อยากได้แบบนั้น ในเวลานี้จึงอยากเปิดโอกาสให้ทุกคนมาสมัครมากกว่า ซึ่งกกต.อยากได้คนที่มีความสามารถในการบริหารงานของกกต.

          “กกต.ยังไม่ได้เล็งใครไว้ ดังนั้นคนที่มีคุณสมบัติตามที่กกต.กำหนดขอให้รีบมาสมัคร เพราะต้องถือว่างานที่กกต.เป็นงานระดับชาติ เป็นงานสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ยิ่งหย่อนกว่าเลขาธิการครม. แต่การเข้ามาทำงานเป็นเลขาฯกกต.ต้องเสียสละ เพราะหากทำแล้วจะเป็นบุคคลสาธารณะ ถูกจับตามองในทุกแง่ทุกมุม จึงอยากขอให้อดทนทำงาน ทำงานอย่างโปร่งใส และตำแหน่งเลขาฯกกต.มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ในช่วงเวลานี้อาจมีชื่อเสียงติดปากประชาชน และจะเป็นเกรียติหากเข้าไปทำงานในองค์กรอื่นต่อไป” นางสดศรี กล่าว

          เมื่อถามว่าสาเหตุที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียวมาจากสาเหตุใด นางสดศรี กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีความขัดแย้งทางการเมืองมากอาจทำให้คนที่มีความรู้ความสามารถยังไม่ตัดสินใจมาสมัคร อีกทั้งงานของกต.ก็เป็นงานที่หนัก เนื่องจากดูแลงานและบุคคลากรทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค จึงขอให้ผู้ที่สนใจมาสมัครมากขึ้น อย่างไรก็ตามหากยังไม่มีคนมาสมัครเพิ่มอาจจะมีการพิจารณาเสนอขยายระยะเวลาออกไป

 

'สดศรี'ระบุแก้รธน.แม้มาตราเดียวก็ควรทำประชามติ

          นางสดศรี สัตยธรรม กล่าวถึงการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า เป็นอำนาจและดุลพินิจของรัฐบาลที่จะดำเนินการได้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอนที่สุดจะต้องมีผู้สนับสนุนและคัดค้าน ดังนั้นการแก้ไขจะต้องมีลักษณ์ที่ไม่กระทบต่อความคิดเห็นของประชาชน และควรมีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. 3 ขึ้นมา เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องมีผู้ร่าง หากไม่มีก็อาจมีปัญหาว่า เป็นการผูกมัดหรือเร่งเวลาจนเกินไป ส่วนการจะทำประชามติหรือไม่ ก็อยู่ที่ดุลพินิจของรัฐบาล แต่ส่วนตัวเห็นว่า ควรทำประชามติ เพื่อให้เกิดการยอมรับของประชาชน และลดกระแสการต่อต้าน ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ก็ผ่านการทำประชามติมาแล้ว ดังนั้นรัฐธรรมนูญปี 2555 ก็ต้องทำประชามติ หรือหากจะแก้มาตราใดของรัฐธรรมนูญก็ควรทำประชามติเช่นกัน การกล่าวอ้างว่า ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงจากประชาชนจำนวน 12 ล้านเสียงนั้นเป็นคนละเรื่องกัน เพราะคะแนนเสียงที่ได้นั้นประชาชนเลือกตัวบุคคลไม่เกี่ยวกับกฏหมาย

          ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เคยแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตเลือกตั้งจากเขตใหญ่ 3 เบอร์มาเป็นเดียวเบอร์เดียวมาแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลชุดนี้ก็ต้องมีความชัดเจนว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากน้อยแค่ไหน หากมีประโยชน์ก็คงไม่มีคัดค้าน

          เมื่อถามต่อว่ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้รธน.ม.237 ที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคการเมืองหรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า ในฐานะเคยเป็นสสร.2 ในช่วงนั้นก็มีการพูดกันมากว่า กรณีที่กรรมการบริหารพรรคทุจริตการเลือกตั้งจะต้องส่งผลให้ยุบพรรคหรือไม่ ซึ่งรธน.ปี 50 ได้วางหลักเกณฑ์ให้กรรมการบริหารพรรครับผิดชอบต่อการกระทำที่เกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งและเห็นว่า พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคล กรรมการเป็นลูกบ้าน เมื่อลูกบ้านทำผิด เจ้าบ้านก็ต้องรับผิดด้วย อย่างไรก็ตามคงต้องพูดคุยให้ชัดแจนว่า พรรคการเมืองจะต้องมีความรับผิดชอบหรือไม่ และเป็นจรรยาบรรณของนักการเมือง เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้า อย่างไรก็ตามม.237 หากจะแก้ไขก็ต้องมีการทำประชามติด้วย หากแก้ไขก่อนแล้วมาทำประชาชามติทีหลังก็อาจมีปัญหาตามมา