ข่าว

'อภิสิทธิ์'แฉ'รัฐ'จ้องกู้เงิน1.6ล้านๆบาท

'อภิสิทธิ์'แฉ'รัฐ'จ้องกู้เงิน1.6ล้านๆบาท

21 ธ.ค. 2554

'อภิสิทธิ์' แฉ 'รัฐบาล' จ้องกู้เงินสูงถึง 1.6 ล้านๆบาท เผยมุ่งใช้งบปกติไปกับโครงการประชานิยม หวังใช้เงินกู้ช่วยน้ำท่วม หวั่นซุกหนี้ในสถาบันการเงิน สั่งทีม 'ศก.ปชป.' จับตาใกล้ชิด

          21 ธ.ค.54 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเงา ว่า ที่ประชุมได้ติดตามเรื่องปัญหาน้ำท่วม ซึ่งพรรคจะระดมความเห็นในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ เพื่อเก็บข้อมูลและทำรายงานเบื้องต้น โดยคาดว่าภายใน ปลายเดือน ธ.ค.-ต้นเดือน ม.ค.55 จะมีรายงานออกมาได้ ทั้งนี้ที่มีข้อสังเกตสำคัญในรายงานที่ศปภ.ทำถึงคณะรัฐมนตรี เป็นครั้งแรก โดยศปภ.ระบุว่าได้เบี่ยงน้ำไม่ให้ผ่านไปทางพื้นที่ ที่เป็นฟลัดเวย์ ซึ่งเป็นข้อสังเกตุที่พรรคประชาธิปัตย์มีมาตลอดว่าปลายทางที่จะระบายน้ำไปพื้นที่ตะวันออกของกรุงเทพมหานครไปยัง จ.สมุทรปราการ เพื่อลงทะเลนั้น กลับไม่มีน้ำไป เท่ากับว่าไม่ได้ใช้ศักยภาพที่มีอยู่ในการระบายน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่คิดว่าต้องมีการนำมาทบทวนการบริหารจัดการ ทำให้เกิดคำถามว่าการลงทุนในระบบระบายน้ำในทิศทางที่ไม่ได้ใช้ในคราวนี้เป็นเพราะอะไร เพราะจะเป็นคำตอบสำคัญสำหรับการวางแผนในอนาคต และต้องมีคำอธิบายให้มากกว่านี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพราะตอนนี้ต่างชาติจับตาดูอยู่ว่าแนวทางการแก้ปัญหาสอดคล้องกับข้อมูลที่เขาทราบหรือไม่

          นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเงายังติดตามการใช้จ่ายงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น งบประมาณข้าวกล่อง 3.6 แสนกล่องต่อวัน และกรณีการโอนงบศปภ.ผ่านสำนักงานส.ส.ลพบุรี การอนุมัติเงินบริจาคและเงินงบประมาณผ่านช่องทางต่าง ๆ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสม ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้มอบให้คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่รัฐบาลกำลังเตรียมกู้เงินหรือใช้ธปท.เป็นผู้ปล่อยเงินกู้ ซึ่งต้องมีการแก้กฎหมาย

          ทั้งนี้ทางพรรคได้มอบให้นายกรณ์ จาติกวณิช รองนายกฯเงา นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.คลัง เงา นายสรรเสริญ สะมะลาภา รมช.คลัง เงา ดูภาพรวมการใช้งบทั้งหมด ทั้งนี้พรรคมีข้อสังเกตุว่า รัฐบาลอ้างวิกฤติน้ำท่วมและผลกระทบมาเปิดช่องทางให้มีการกู้เงิน หรือให้สถาบันการเงินของรัฐมารับไป ซึ่งในส่วนงบประมาณปกติรัฐกลับนำไปใช้ในนโยบายอื่นที่ไม่เร่งด่วนและใช้ในลักษณะประชานิยม เท่ากับว่ารัฐบาลผลักภาระการแก้ปัญหาน้ำท่วมไปสู่อนาคต แต่พร้อมที่จะใช้จ่ายเงินอย่างเต็มที่กับนโยบายของรัฐบาล ที่มีความสำคัญเร่งด่วนน้อยกว่าปัญหาน้ำท่วม

          เมื่อถามว่ากรณีที่รัฐบาลผลักภาระให้กับสถาบันการเงิน จะกลายเป็นการซุกหนี้ไว้กับสถาบันการเงินหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทำนองนั้น เพราะนโยบายที่รัฐบาลอยากเร่งทำก็จะทุ่มงบประมาณอย่างเต็มที่ และจะอ้างว่าไม่มีงบประมาณในการช่วยเหลือน้ำท่วม เพื่อไปแก้กฎหมายต่าง ๆ เช่นการออกกฎหมายกู้เงินเป็นกรณีพิเศษ และการใช้ธนาคารของรัฐรวมถึงความคิดที่จะแก้กฎหมายธปท. โดยวงเงินกู้ในขณะนี้ที่พูดกันน่าจะประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะมีการขยายการกู้เงินเป็นกรณีพิเศษ หรือการเอาภาระบางส่วนไปไว้ที่ธนาคารของรัฐก่อน แล้วถึงจะย้อนมาเป็นปัญหาของรัฐบาลทีหลังในช่วงที่จะต้องอุดหนุน ซึ่งรัฐบาลต้องระมัดระวัง เพราะอาจจะซ้ำรอยประเทศอื่นในยุโรปได้ แต่อาจจะโชคดีว่าฐานะเรื่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ อยู่ในฐานะที่ดีสมควร แต่ไม่ควรประมาท

          ดังนั้นรัฐบาลควรหารือในวงกว้าง เพราะเกี่ยวกับกติกาการเงินการคลัง ควรมาจัดลำดับความสำคัญของโครงการต่างๆ และมีแผนการคลังระยะปานกลาง ไม่ใช่หาเงินมาทีละก้อนแล้วไม่ดูว่าทิศทางภาพรวมการบริหารการคลังเป็นอย่างไร ที่สำคัญถ้าเริ่มต้นที่จะแก้กฎหมายต่อไปก็จะทำให้ปัญหาสะสมไป หากใช้วิธีการซ่อนหรือซุกเอาไว้ก็จะสะสมไปเรื่อยๆ